ยุ่งนัก…รัก (ไม่) ลงล็อก
เสียงออดเข้าเรียนดังสนั่น บิลล์ เด็กม.5 หน้าตาธรรมดาแต่คิดมากระดับแชมป์โลก กำลังนั่งทบทวนข้อความสารภาพรักในสมุดโน้ตหน้าโรงอาหาร เขามองแก้วชาเย็นตรงหน้าอย่างคนที่พร้อมจะจางละลายตามน้ำแข็งในแก้ว ริมโต๊ะ แทน เพื่อนซี้สุดมั่นใจในทุกสถานการณ์ เดินมานั่งลงปัง แล้วโอบไหล่บิลล์อย่างแรงจนชาเย็นเกือบหกใส่สมุดโน้ตของบิลล์
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ไงไอ้บิลล์ ม็อดขี้วิตก นายจะบ่นอะไรอีกล่ะวันนี้”
บิลล์ถอนหายใจยาว “ก็กำลังคิดว่าถ้าบอกชอบเมแล้วเธอจะว่าฉันโรคจิตหรือเปล่า เธออาจจะบอกครู เธออาจจะเลิกพูดกับฉันไปเลยก็ได้ หรือจริง ๆ เธออาจจะชอบกิตติวัฒน์อยู่แล้ว…”
แทนหัวเราะ “โอ้โห คิดไปถึงดาวอังคาร นายแค่ขอไลน์เมเท่านั้น ทำไมเป็นซีนละครเยอะขนาดนั้น”
บิลล์กุมขมับ “ไม่หรอก ฉันแค่ไม่อยากให้มันพังไปหมด อยากให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ รวบรัดตัดความผิดพลาดออก”
แทนโน้มหน้ามายักคิ้ว “อย่าไปคิดเยอะ เดี๋ยวฉันจะเป็นโค้ชจัดการให้นายเอง วางใจได้ แผนนี้เด็ดชัวร์!”
ทันใดนั้น เสียงเมในกลุ่มเพื่อนอีกโต๊ะดังขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะ เสี้ยววินาทีที่เมเหลือบตามามอง บิลล์ก็รีบหลบตา สะดุ้งจนสมุดโน้ตปลิวจากโต๊ะ ตกใส่เท้าแฟรงค์-ประธานห้องสุดเป๊ะและเจ้าระเบียบอันดับหนึ่ง
แฟรงค์หยิบสมุดขึ้นมา อ่านหน้าปกว่า “บันทึกสารภาพรัก” แล้วยกคิ้วสูง “โอ้ ไอ้บิลล์ จะเล่นละครหรือทำวิทยาศาสตร์รัก?”
บิลล์หน้าแดงก่ำรีบคว้าสมุดกลับไป “ไม่ใช่ของผม! แค่…แบบ…วิชาสังคม!”
แทนแทรกขึ้น “ของบิลล์นั่นแหละ แผนสารภาพรักวันนี้ ขออนุญาตเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ!”
แฟรงค์หัวเราะแห้ง ๆ “ขออย่าให้มากวนห้องเลย ฉันเหนื่อยกับเรียนประกวดพอดี”
เมในกลุ่มละสายตา ใจหนึ่งเหมือนรู้สึกแต่ไม่แน่ใจ เรื่องวุ่นเกิดขึ้นตั้งแต่ฉากแรก ท่ามกลางความวุ่นวายของเสียงออดและโค้กที่ซ่า จะบอกใครว่าใจมันเริ่มสั่นแล้ว
ในห้องเรียนช่วงบ่าย บิลล์นั่งเหม่อ กระซิบกับแทน “นายคิดว่าควรให้ของขวัญไหม หรือแค่พูดเฉย ๆ จะฟังดูโรแมนติกกว่า?”
แทนยิ้มกว้าง “ยุคนี้ต้องพิเศษหน่อย ส่งโน้ตลับไปในล็อกเกอร์สิ! เธอจะได้ประทับใจแล้วเริ่มเอะใจว่านายเป็นใคร”
บิลล์ทำหน้าเครียด “แต่ถ้าเมหาแล้วไม่เจอ หรือใครไปเจอเข้าแทนที่จะเป็นเธอ…”
แทนยักไหล่ “ก็น่าสนุกดีออก เอาโน้ตมา ฉันจะเขียนให้เอง”
บิลล์ลังเล กลัวเหตุการณ์จะควบคุมไม่อยู่ขณะที่แทนชิงโอกาส คว้าโน้ตแล้วหยิบปากกาเขียนข้อความเองไปใหญ่ “ถึงผู้หญิงที่สดใสที่สุดในรั้วโรงเรียน ฉันแอบชื่นชมเธอมานาน”
บิลล์สะดุ้ง “เออ เขียนแบบนั้นเขาจะรู้ไหมว่าเป็นฉัน… หรือเขาจะคิดว่าเป็นกิตติวัฒน์กันแน่”
แทนหัวเราะ “ก็เดี๋ยวนายเซ็นชื่อไว้ข้างหลังสิ โง่ละ!”
บิลล์กลืนน้ำลาย “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันเขียนอีกที”
แทนยื่นโน้ตคืนบิลล์ “เอ้า เอาไปเก็บในล็อกเกอร์เองนะ เชื่อแผนฉัน พลาดยาก!”
ช่วงพักกลางวัน บิลล์กับแทนแอบดูลาดเลา เมไปซื้อข้าวโพดอบเนย แทนรีบสะกิด “ไปเลย! โอกาสสุดท้าย!”
บิลล์หน้าซีดขยับไปใกล้ ชะเง้อมองหา แต่ดันชนเข้ากับแพท เพื่อนสาวจอมกวนในกลุ่มของเม โน้ตในมือหลุดร่วงขึ้นกลางอากาศ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด แต่ช้ากว่าความอับอายที่เข้าแทรกเข้ามาในหัวบิลล์
แพทยิ้มเจ้าเล่ห์หยิบโน้ตขึ้นมาดู “อะไรเนี่ย ละครซ่อนเงื่อน?”
บิลล์ยกมือขอคืน “คืองี้ แค่…การบ้านเรื่องภาษาไทย เขาให้เขียนจดหมายถึงบุคคลในฝัน…”
แทนเสริม “ใช่ซิ แถมเรื่องฝันยังกว้างมาก อย่างน้อยก็ดีกว่าความฝันเอารถเมล์มาชนยุง!”
แพทหัวเราะ “แล้วชื่อเมนี่ฝันรึเปล่า?”
บิลล์อึ้ง ติดอ่าง “เอ่อ…”
เมเดินเข้ามาพอดี “เกิดอะไรขึ้น แพท?”
แพทยื่นโน้ตให้ “ดูสิ ใครมีแฟนคลับลึกลับ!”
บรรยากาศเงียบ เหมือนเสียงนาฬิกาหยุดเดิน บิลล์หลบสายตา เมยิ้มบาง ๆ พลางรับโน้ตไว้ กระซิบกับแพท “ขอไม่อ่านตอนนี้นะ เดี๋ยวค่อยดู”
เสียบิลล์ลังเลระหว่างจะหนีหรือจะยืนดูผลประกอบการของตัวเอง ทันใดนั้น ครูมาลัย เดินผ่านมาเห็นกลุ่มเด็กนักเรียนกึ่งรวมตัว “อะไรกันน่ะ รวมกลุ่มมีนัยยะ มีอะไรเก็บซ่อนหรือเปล่า?”
แทนรีบตอบ “มีใครทิ้งซองขนมครับครู เลยแย่งกันเก็บ เผื่อจะเอาไปรีไซเคิล!”
ครูมาลัยมองหน้า “ดี สมกับโรงเรียนรักษ์โลก ฉันจะรอนะ ขยะครบหรือเปล่า”
เด็ก ๆ กระจายตัวอย่างรวดเร็ว บิลล์แทบทรุดกับการโกหกหลุดโลก แทนตบบ่าตอก “งานนี้ถ้าเปลี่ยนขยะใจได้ก็ดี”
คืนวันนั้น บิลล์เอาแต่เดินวนในห้อง แทนโทรมาหยอก “เมอ่านโน้ตหรือยังวะ?”
“ไม่รู้ ไม่กล้าถามเลย กลัวเธอคิดว่าโง่หรือกล้าน้อยไป”
แทนให้กำลังใจ “ถ้าเธอไม่รู้ว่านายเขียน เธอก็ถามแกนั่นแหละ กลัวอะไร”
บิลล์กลัวซ้ำ “แล้วถ้าแพทบอกว่าไม่ใช่ฉัน ซวยกว่าเดิมไหม?”
“ถ้าเป็นแบบนั้น… เดี๋ยวฉันจะจัดการให้”
เช้าวันต่อมาที่โรงเรียน เมยังทำตัวปกติ ไม่พูดอะไรกับบิลล์เลย ยิ่งทำให้บิลล์คิดมากกว่าเดิมว่าโน้ตคงกลายเป็นเรื่องตลกในกลุ่มสาว เมนั่งคุยกับแพทแล้วหัวเราะคิกคักตลอดเวลา
บิลล์ตัดสินใจถามแทน “แก แผนนี้แป้กว่าที่คิดไหม?”
แทนหัวเราะ “รอหน่อยเถอะ เดี๋ยวยังต้องลุ้นอีกหลายด่าน”
ช่วงเข้าชั่วโมงวิทยาศาสตร์ ครูตุน ใจเย็นแต่พูดช้าเด็ดขาด เชิญบิลล์ออกมายืนหน้าห้อง “เห็นว่าเขียนจดหมายถึงบุคคลในฝันมา ขออ่านต่อหน้าชั้นเรียน”
บิลล์อึ้ง หัวใจเต้นรัว มองแทนที่ส่งยิ้มระรื่นมาให้ แฟรงค์แอบส่งสายตา ‘นายตายแน่’ มาเป็นกำลังใจ
แต่แทนตะโกนขึ้นก่อน “ไม่ใช่บิลล์ครับ ครู! เป็นกลอนของผมเอง!”
ทุกคนในห้องหันขวับ แทนเดินไปยืนนิ่งทั้งที่ไม่ได้เขียนอะไร มั่วสด “ถึงศุกร์ที่สดใส ขอใจได้ไหมเม…”
เสียงหัวเราะกระจาย บิลล์หน้าเสีย เมอมยิ้มอาย ๆ แฟรงค์ถอนหายใจ พลางคิดในใจว่าทุกอย่างน่าจะสงบขึ้น
แต่ช่วงบ่ายมีคนลือกันทั่วว่า “มีหนุ่มลอบรักเม กับมีคนแต่งกลอนถึงวันศุกร์ น่ารักซะไม่มี!”
สถานการณ์แตกต่าง แผนรักจากใจบิลล์กลายเป็นข่าวใหญ่ในโรงเรียน ว่านี่คือโปรเจ็กต์สารภาพรักที่ทุกคนอยากร่วมแสดง บางคนเอาไปวางเดิมพันว่าคนเขียนคือใคร
จนเพื่อนสาวห้องอื่นมาถามบิลล์ “นายแต่งกลอนถึงเมเหรอ—หรือถึงวันศุกร์?”
บิลล์อ้ำอึ้ง “จริง ๆ ก็วันศุกร์ มันสำคัญเรื่องเคมี…”
“นายคงชอบกลิ่นห้องแล็บ” เพื่อนอีกคนแซว
บิลล์เดินหนีแทนที่หัวเราะ “แค่นี้ยังไม่จบหรอก ทนหน่อย!”
จุดพีค ความเข้าใจผิดเริ่มพุ่งสุดขีด เมื่อแพทโดนครูมาลัยยึดโน้ตไปตรวจในห้องพักครู พร้อมเรียกตัวบิลล์เข้าไปชี้แจงพร้อมแทน
“ทำไมถึงเขียนอะไรที่ไม่เข้าใจง่ายแบบนี้ บางทีควรฝึกเขียนจดหมายทางการมากกว่านี้นะ”
บิลล์พยายามอธิบายแต่แทนพูดแทรก “ผมว่าความฝันมันลึกซึ้งเกินไปครับครู”
ครูมาลัยพูดช้า ๆ “ลึกซึ้งเกินไปเราเข้าใจผิดกันบ่อย… เอาเป็นว่าเรียบเรียงใหม่ไปเลย ส่งอีกที คราวนี้เป็นทางการตรงตัวนะ”
แทนพยักหน้าทะเล้น “ทางการแน่นอนครับ รับประกันไม่มีผสมกลอน”
เย็นนั้นแทนกับบิลล์เดินกลับบ้าน บิลล์บ่น “ขนาดสารภาพรักยังพัง ซวยสุด ๆ ไปเลย”
แทนขำ “ความลับของความรักคือความวุ่นวายนี่แหละ มีเรื่องเล่าไปยันแก่!”
คืนวันต่อมา บิลล์ตัดสินใจเดินไปคุยกับเมตรง ๆ หน้าโรงเรียน แทนแอบยืนให้กำลังใจห่าง ๆ เมหันมายิ้มพร้อมถาม “ตกลงนายเขียนโน้ตหรือเปล่า?”
บิลล์อึกอัก “ถ้าตอบตรง ๆ ก็คือ…ใช่ แต่จริง ๆ ก็แค่กลัวจะทำเธออึดอัด”
เมหัวเราะ “ไม่เห็นจะอึดอัดเลย แต่สงสัยว่าชอบวันศุกร์ หรือชอบเรากันแน่”
บิลล์ยิ้มเขิน “ถ้าเลือกได้ ขอเลือกชอบเธอที่ทำให้วันศุกร์สดใสกว่าทุกวัน…”
เมฟังแล้วยิ้ม ขำกับความกล้าแบบประหลาด “ดีนะ นายจริงใจ ไม่มั่วนิ่มเหมือน…บางคน” พร้อมเหลียวหลังไปมองแทน
แทนเดินเข้ามา “อย่างน้อยฉันก็ช่วยเพื่อนให้มีความกล้ามากขึ้นล่ะน่า!”
เมพูด “แต่ความมั่นใจผิดๆบางทีก็ทำให้เพื่อนต้องลำบากนะ”
บิลล์ “จริงด้วย มีแต่แผนสนุกๆแต่สุดท้ายก็หวังดี”
แทนกอดคอบิลล์ “อย่างน้อย มีเพื่อนให้ซวยด้วยกัน คราวหน้าแกไปจีบเอง ฉันจะไปนั่งขำเฉยๆ”
ทั้งสามคนหัวเราะ เมจับมือบิลล์เบา ๆ“ขอบใจที่เป็นตัวเอง และขอบใจที่กล้าเสียเวลาดราม่ากับฉัน”
เสียงออดดังเหมือนเริ่มวันใหม่ บิลล์เดินกลับเข้าโรงเรียนพร้อมเพื่อนรัก ใจเบากว่าเดิม ขณะที่แทนเริ่มคิดแผนใหม่ “เดี๋ยวรอบหน้า นายต้องสารภาพรักผ่านสายไหมงานวัด!”
ฉากสุดท้าย ทั้งกลุ่มเดินหัวเราะครืน พร้อมเสียงบิลล์ในใจ “ความรักอาจไม่ลงล็อก แต่เสียงหัวเราะกับเพื่อนนี่แหละลงตัวที่สุด”