หอพักกวนโอ๊ย: ป่วนวันประชุมผู้พักอาศัย
เสียงระฆังเตือนของหอพักบ่าน้ำเงินดังกังวานตอนหกโมงเย็นปณู — ชายหนุ่มผู้มั่นใจเกินเหตุ หน้าตาคม ๆ ผมเกรียนแต่ใจเปราะ — กำลังคุ้ยหาซองบะหมี่ในครัวร่วมกับเวทย์ เพื่อนร่วมหอที่รักความสงบแต่แพ้การปฏิเสธ และบูม ชายหนุ่มจิตใจอ่อนไหวที่คิดมากจนชีวิตธรรมดากลายเป็นเรื่องซับซ้อนทุกวัน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เฮ้ย! เสียงอะไรอีกวะบูม แจ้งเตือนไฟไหม้อีกเหรอ” ปณูถาม ทั้งที่จริง ตัวเองก็ไม่มั่นใจสักนิด
บูมเหลือบมองป้ายประกาศ “วันนี้ประชุมหอมั้ง เห็นลุงสายัณห์ประกาศตั้งแต่เมื่อเช้า”
เวทย์ถอนหายใจอ่อน “ถ้าไม่ไป โดนตัดคะแนนมารยาทอีก มั้ง”
ปณูพยักหน้าหนักแน่น “เฟิร์ม! เดี๋ยวเดินเข้าไปส่งชื่อ ละเดินออกมาได้เลย ประชุมอะไรก็ไม่รู้ของเขา เหมือนเดิมแหละ”
ไม่มีใครสังเกตว่าลูกจ้างออฟฟิศขี้โวยวายข้างห้อง เดินผ่านประตูหลังพวกเขาตอนนั้น พร้อมยิ้มมุมปากแบบรู้มากอะไรบางอย่าง
ฉากต่อมาในห้องโถงรวม ทุกคนในหอเข้าประจำที่ประจำของตน ทิ้งโทรศัพท์ กระเป๋า ขนม แต่สายตาก็ยังจับจ้องนาฬิกามากกว่าคนประชุม ปณูเดินตัวตรงอย่างมั่นใจ เอ่ยเสียงดังเกินจำเป็นว่า “ส่งชื่อแล้ว กลับได้เลย!”
ทว่าลุงสายัณห์ หัวหน้าหอรุ่นเก๋า ถือคลิปบอร์ดสะกิดแขนปณู “วันนี้ต้องอยู่ประชุมจนจบ มีประเด็นสำคัญ… ใครออกก่อน ตัดคะแนนสองเท่า!”
เวทย์หน้าซีดทันที บูมเงียบหายใจลึก ปณูตาเหลือกแต่ยังทำท่าคลายเครียด “ชิลล์ เดี๋ยวก็เสร็จ”
ระหว่างที่นั่งฟังเสียงลุงสายัณห์เล่าวาระข้อหนึ่ง (ที่ดูเหมือนจะพูดวนซ้ำไปมา) ปณูเริ่มแชะไลน์บ่น กลุ่ม “หอรั่ว” เพื่อนแสบเริ่มซุบซิบ จะมีคนออกก่อนมั้ย แกล้งแอบเดินได้หรือเปล่า
“เวทย์ นายลองออกไปซื้อกาแฟดูสิ” ปณูยื่นความคิดร้าย ๆ
เวทย์ถอนใจ “นายมันตัวชงเรื่องจริง ๆ เลย…”
บูมกระซิบ “ถ้าโดนตัดคะแนนจริง ๆ แม่ฉันมาเห็น เกิดดราม่าแน่ ๆ”
เวทย์เองก็วิตกกังวลตามความเคยชิน “หรือเราจะร่วมมือกันทั้งหอ ไม่ประชุมพร้อมกันหมดเลย ลุงจะยกเลิกประชุมมั้ยนะ”
ปณูตาเป็นประกาย “เจ๋ง! ทำกลยุทธ์ ‘หอว่างเปล่า’ ไง”
แต่กลุ่ม “หอว่างเปล่า” ของปณูเหมือนแผนสำเร็จที่ล้มเหลวตั้งแต่ต้น เพราะระหว่างที่ทุกคนกระซิบวางแผนกัน ลุงสายัณห์กำลังทยอยแจกกระดาษลงคะแนนให้ทุกคนทีละคน “เอ้า กรอกชื่อเข้าร่วมกิจกรรม ใครไม่กรอก ขีดชื่อออก”
ปณูลน “เวรละ ฉันไม่ได้เตรียมตอบ ยังกินบะหมี่ไม่หมด”
บูมหายใจเข้าออกลึก ๆ “พยายามคิดแผนบอกเป็นไข้ไหม มันน่าเชื่อไหมวะ”
เวทย์เริ่มซอยเท้า “หรือเราจะอาสาทำกิจกรรมดูแลหอก็ได้ แบบประธานช่วยงาน พอลุงเห็นว่าเราตั้งใจ น่าจะใจดีขึ้น”
ปณูหัวเราะ “นายมันคิดมากเวทย์ เดี๋ยวฉันเอง! อ่านชื่อให้ทุกคน เลขประชุม พรุ่งนี้ไม่ต้องมาแล้ว!”
เสียงประชุมดังขึ้นเมื่อปณูก้าวขึ้นไปหน้าห้อง แต่เสียงตะกุกตะกักเพราะอ่านชื่อผิดพร่ำเพรื่อ ฮาจังยามิตักเตือนทันที “นายนี่ แค่รายชื่อยังอ่านผิดเลย”
บูมกระซิบกับเวทย์ “ฉันชอบนะ เหมือนไปดูรายการ ‘ใครไม่พร้อมก็กลับบ้าน’”
แต่ปณูดันเรียกชื่อ “ขุนทองมีชัย” ที่ไม่มีอยู่จริง ลุงสายัณห์หยุดกลางทาง มองซ้ายขวา “ห้อง 212 ไม่มีขุนทองนี่นา…”
ทุกคนโกลาหล ยิ่งแก่ปัญหาไปอีก เมื่อ “ขุนทอง” ตัวปลอมซึ่งแท้จริงคือหมาโดนปล่อยหลุดวิ่งเข้ามาเดินวนอยู่กลางโถง ท่ามกลางเสียงหัวเราะรอบห้อง เวทย์ตะลึง “เออสิ! หมามันหลุดเข้ามาเอง”
ความวุ่นวายขยายใหญ่ขึ้น ลุงสายัณห์เริ่มทันเกม พยายามปราม “ใครคือคนปล่อยขุนทองเข้ามา!”
บูมพึมพำ “ถ้าโดนลงโทษเพราะหมา ฉันคงอายจนย้ายหอ…”
ปณูตีมุข “เราควรอาสาดูแลหมามั้ยล่ะ เป็นกิจกรรมพิเศษ!”
เวทย์ถอนใจ “ฉันว่าแผนนายเราใช้กับหมาดีกว่ากับคน…”
ปณูยังไม่หยุดคิดแผนใหม่ “เอางี้ บูมแกล้งเป็นเจ้าของหมา เดี๋ยวฉันช่วยพูด!”
บูมหน้าเหวอ “กลัวออกทีวีมากกว่าละเนี่ย!”
เวทย์ทนไม่ไหวร่วมแจม “นายไปอยู่ข้างหน้าเลย ฉันขอบาย!”
แผน ‘เจ้าของหมา’ ไปได้ไม่ไกล เพราะขณะปณูกำลังใช้เสียงหล่ออ้างเหตุผลสุดแปลกว่า “น้องขุนทองเป็นหมาใจดี มีบัตรซอยห้อง…” ก็โดนสาวข้างห้องเอาบัตรจริงมายื่นฟาด “หมาไม่มีบัตร แค่พวงกุญแจเฉย ๆ”
หอพักทั้งห้องหัวเราะลั่น ลุงสายัณห์ตัดสินใจ “กิจกรรมต่อไป ส่งตัวแทนแต่ละห้องออกมากวาดพื้นหอ!”
ปณูถูกเลือกอย่างช่วยไม่ได้ บูมโดนลากตามไปโดยไม่ทันตั้งตัว เวทย์จำใจอาสาเพราะความเกรงใจเพื่อน
ฉากกวาดพรมปูพื้นซึ่งจริง ๆ แล้วเก่าสุดในประวัติศาสตร์หอ ปรากฏว่าทุกคนต่างเข้าใจผิดว่าต้องแข่งขัน ใครเร็วกว่าชนะ จะได้สิทธิ์ปลอดประชุมรอบต่อไป
บูมแอบถาม “นายแน่ใจนะว่าถ้าชนะ จะไม่ต้องประชุมอีกจริง ๆ?”
ปณูคุยฟุ้ง “แน่นอน ฉันถามลุงแล้ว…มั้ง”
เวทย์ฟังอยู่ห่าง ๆ เดินกวาดไปกังวลไป “หรือจริง ๆ แล้วลุงหลอกให้แข่งกัน พอเหนื่อยก็ยอมฟังประชุมต่อ”
ระหว่างกำลังวุ่น ลุงสายัณห์แอบเดินไปหลังห้อง ปรึกษาแม่บ้านเรื่องตกแต่งใหม่ หอมีข่าวลือว่าจะกลายเป็นหอรวมชายหญิง ปณูได้ยินครึ่งหนึ่ง วิ่งกลับมาทั้ง ๆ ที่มือยังถือไม้กวาด
“บูม! หอเราจะกลายเป็นหอรวม รีบเก็บของเดี๋ยวนี้”
บูมตาโต “เราโดนโละออกเหรอ?”
เวทย์เข้าร่วม “แต่ยังประชุมไม่จบนะ…”
ปณูรวบรัด “ต้องรีบ! ใครช้าห้องโดนยึด”
เลยเกิดเหตุวุ่นวายสามหนุ่มลากกระเป๋าพลาสติก เสื้อผ้า กล่องบะหมี่ ลากกันวุ่นออกจากห้องไปหน้าหอ เพื่อนข้างห้องเห็นภาพชวนขำถาม “จะไปไหนกันวะ”
ปณูตอบหนักแน่น “เรากำลังจะเป็นผู้ไร้หอ!”
ขณะลากของผ่านห้องโถง ลุงสายัณห์เดินมาประชันหน้า “เฮ้ย กลับเข้าห้องไป! ยังประชุมไม่เสร็จ”
บูมอ้ำอึ้ง “เรานึกว่าต้องย้ายหอครับ…”
เวทย์มองปณู “นี่แผนนายอีกแล้ว!”
ลุงหัวเราะ “ใครบอกจะย้าย ไม่มี ประชุมยังไม่จบ!”
ขณะที่เสียงประชุมยังไม่จบ ชายหนุ่มสามคนได้แต่นั่งหน้าสลึมสลือในโถงใหญ่ สายตาเปลี่ยนจากการอยากหนีกลายเป็นยอมรับความไร้สาระ
“สงสัยรีบไปก็เท่านั้น” ปณูพูด
บูมหัวเราะเบา ๆ “เดี๋ยว…วันนี้ไม่ได้กินบะหมี่จริง ๆ ด้วยนะ”
เวทย์จ้องหน้าสองคน “รอบหน้าฉันนั่งฟังก็ได้ ไม่อยากแข่งทำอะไรทั้งนั้น”
ท้ายที่สุด ทั้งสามกลับขึ้นห้องขำตัวเอง นั่งกินบะหมี่ด้วยกันเฉย ๆ รับรู้ว่าบางทีปัญหาทั้งหมดก็เกิดจากการคิดมากเกินเหตุ คิดเองเออเองกันคนละแบบ และทุกวันอาจจะวุ่นวาย ถ้ามีเพื่อนนั่งขำไปด้วยก็แค่นั้น
เสียงระฆังดังอีกครั้ง เวทย์มองหน้า “นายว่า อะไรอีกอะ”
ปณูตอบทันควัน “สงสัยประกาศกินบะหมี่รอบดึกมั้ง!”
ทั้งสามหัวเราะ รอยยิ้มเต็มห้อง ก่อนเสียงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดังกรุ๊บกรั๊บกลบทุกความคิด