ร้านชำสุดวุ่นของยายธัญ
เสียงโทรศัพท์ในร้านชำเล็ก ๆ กลางชุมชนเก่าดังขึ้นตั้งแต่เช้า ยายธัญวางขันน้ำที่เพิ่งใช้รดต้นอ่อนใบมันลง แล้วยื่นมือไปรับสายพร้อมพยายามหยิบแว่นตาติดกับข้าวหลามฝักหนึ่งมาใส่ผิด ๆ หวังจะฟังให้ชัดขึ้น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ร้านธัญชำค่า… อะ เออ… มีประกวดร้านตัวอย่างเหรอคะ? อ้อ ๆ ปีนี้จริง ๆ ด้วย… ได้เลย ๆ อ๋อ ต้องเรียบร้อย สะอาด สว่าง พนักงานดูดีพูดเพราะ… โอ้ย เข้าทาง!”
ยายวางสายแล้วยิ้มฟันหลอ มองท้ายร้านเห็นต่อง-หลานชายวัยมหาลัยในชุดนอนขุดกางเกงนั่งลดราคานมเปรี้ยว ยายตะโกนออกไปทันที
“ต่อง!!! เตรียมตัวให้ดี ประกวดร้านชำปีนี้ ร้านเราต้องชนะ! เราจะต้องเป็นร้านตัวอย่างหมู่บ้าน คนชมกันตาแตก!”
ต่องหันมา งง”ไหนประกวดอะไรนะยาย? ปีที่แล้วเขาแค่เดินสำรวจร้านดีเด่น ยิงรูปไว้แฮะ ๆ แล้วก็ไป ได้รางวัลแค่ตะกร้าผ้าเอง”
“เอ๊า ปีนี้เปลี่ยนนโยบายนะซิ นี่ฉันฟังมาเลย เขาเน้นความคิดสร้างสรรค์ พนักงานต้อนรับดี ตู้แช่ห้ามแว่ว เสียงดัง อาหารต้องเรียง เป็นระเบียบแบบญี่ปุ่น! “
“ยายจับใจความประกาศของเทศบาลอย่างกับว่ามีประกวดมิสแกรนด์”
ยายจ้องเขม็ง ฮึดเต็มที่ “จะรออะไร! ไปตามไอ้เตวิชเพื่อนแกมาช่วย ตกแต่งร้านแบบวัยรุ่น ล้ำ ๆ ยังไงก็ชนะแน่!”
ครู่เดียว เตวิชมาในชุดลายพรางเต็มยศ มือถือแท็บเล็ตเต็มไม้เต็มมือ ต่องถอนหายใจ
“คือต้องขนาดนี้เลยเหรอเต? ร้านชำเราเองอ่ะ จะให้เหมือนซูเปอร์ไหม เดี๋ยวก็โดนขำอีก…”
เตวิชหน้าแน่นขึง”ในฐานะผู้เชี่ยวชาญสายกิจกรรมโรงเรียน ฉันขอรับหน้าที่ที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์ให้ร้านนี้ นับตั้งแต่วันนี้! อยู่ในมือฉัน ร้านนี้จะมีธีมเหมือนร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง แต่เก๋!”
หลานยายกลอกตา แต่ก็ยอมไปหยิบถุงผ้าเก่า ๆ เตรียมจัดของใหม่
ถึงเวลาตกแต่ง เตวิชจัดของออกเป็นหมวดหมู่ ป้ายราคาทำจากกระดาษลัง ดินสอสีสดใส ต่องประดิษฐ์ขวดเป๊ปซี่กรองแสงวางหัวแถว ติดไฟกะพริบจากงานวัดเก่า เพิ่มบรรยากาศทันสมัย (เตวิชบอกว่ามันคือความร่วมสมัยแบบไฮบริด)
ยายธัญนั่งทดสอบเสียงต้อนรับ”เชิญทางนี้ค่ะ สินค้าใหม่เพียบ… นี่แหละวัฒนธรรมบริการ!”
ขณะทุกคนกำลังฮึกเหิม เสียงยายเอียดข้างบ้านมาแต่ไกล “นี่ธัญ จัดร้านงานใหญ่หรือไง เห็นติดไฟแปลก ๆ! หรือจะเปิดร้านหมูกระทะ?”
ยายธัญขึงขัง “เปล่า! ประกวดร้านตัวอย่างจ้ะ เอ็งจะมาขอใบสมัครก็ไม่ว่านะ แต่ปีนี้ยายจัดเต็มสุด!”
ยายเอียดหัวเราะ “แล้วกรรมการเค้าจะมาเมื่อไหร่ล่ะ? จะได้แต่งตัวสวยหน่อย เวทีอยู่กลางร้านเลยไหมฮะ?”
คืนนั้น เตวิชยังคงไลน์ไปหาเพื่อน ๆ ขอกล่องสีสัน ของตกแต่งร้าน ต่องเริ่มเครียด รู้สึกว่าร้านเริ่มกลายพันธุ์จากร้านชำประจำหมู่บ้านกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ แต่ก็ลังเลใจเพราะไม่อยากให้ยายเสียใจ
รุ่งเช้า ลูกค้ากลุ่มแรกเดินเข้ามา (จริง ๆ คือเหล่าลุงป้าน้าอาจารย์บ้านข้าง ๆ ) ต่างจ้องของตกแต่งสีรุ้งกระพริบ ต่องรีบออกมากระซิบ
“เอ่อ อา จ๋า จะซื้ออะไรดีฮะ สินค้าอยู่ฝั่งขวานะ วันนี้มีโปรไฟต์กระพริบเมื่อซื้อครบ 10 บาทด้วยนะ”
ป้าจ๋าหัวเราะคิก “โปรอะไรของเอ็งวะต่อง ร้านน้องนี่เหมือนงานแฟร์เด็กนักเรียนเลย ฮ่า ๆ ๆ”
ยายธัญโพล่งสวน “หลานมันคิดเองยายไม่รู้เรื่อง เอาน่า ๆ บรรยากาศมันครึกครื้น แก่แล้วก็ต้องอินเทรนด์บ้างสิ!”
ขณะเดียวกัน ลุงหม่องตามมาด้วยเสียงตะโกน “อ้าว ๆ เห็นป้าย ‘ร้านชำร้านแรกของหมู่บ้านติดไฟ’ เลยอยากเข้ามาดู มีตู้เย็นใส่โน้ตเพลงป่าว?”
เตวิชรีบแนะนําโปรโมชั่นใหม่ “ซื้อขนมกรุบกรอบแถมลูกโป่งเป่าเองได้! อุตส่าห์เป่าไว้เมื่อคืน”
ลูกโป่งแตกเสียงดัง คนทั้งร้านสะดุ้ง ยายธัญชี้เตวิช “จะเป่าอะไรแรงปานนี้ เดี๋ยวกรรมการตกใจหมด!”
ต่องหยิบสมุดมาจด “ธีมงาน: ร้านชำโตเกียวผสมไทย หมู่บ้านมิตรภาพ พรีเซนเทชั่น: เตวิชนำเสนอ-ยายธัญสาธิตทำไข่ลูกเขย-ต่องแจกคูปองขนมหมดอายุ”
เตวิชสะดุ้ง “นี่มันแผนหรือประชด”
ในขณะเดียวกันก็มีลูกค้าเด็กในหมู่บ้านกลุ่มหนึ่งกลับวิ่งเข้ามาหาของแปลก ๆ เล่น เด็ก ๆ ตื่นเต้นกับไฟกะพริบ เต้นหมุนรอบตู้แช่จนกล่องนมหกกระจาย
ยายธัญลุกหวาด “อั๊ยยะ เดี๋ยวมันจะเสียคะแนนหมด!!” ต่องพยายามเก็บกล่องนม เตวิชรีบยื่นซองนมให้เด็ก ๆ “คืนของหมดอายุแถมฟรี! เอากลับบ้านไปเลย” เด็ก ๆ รับไปยิ้มร่าโดยไม่เข้าใจอะไรเลย
ยายเอียดแอบสังเกต “นี่สรุปจะประกวดหรือจัดเทศกาลสินค้าหรือบ้านผีสิงเนี่ย”
ไคลแมกซ์ของความวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อยายธัญเข้าใจผิดว่าคณะกรรมการจริง ๆ มาถึง จึงตะโกนเรียกทุกคนมาประจำแถว แล้วพูดจาเต็มยศแถมยิ้มเฉียง
“คะ คณะกรรมการคะ ร้านธัญชำยินดีต้อนรับค่ะ” แต่กลายเป็นว่าคนที่เดินเข้ามาเป็นแค่ช่างไฟฟ้ามาเช็กมิเตอร์!
ทุกคนหยุดนิ่ง ยายธัญหน้าเจื่อนติ๋ม ช่างไฟมองไปรอบ ๆ แล้วหัวเราะเอ่ย “วันนี้ร้านขายไฟฟ้าเหรอเนี่ย ผมมาถูกที่หรือเปล่า?”
เตวิชตบไหล่ต่องเบา ๆ “อย่างนี้แล้วเอาไงต่อดี รู้สึกเหมือนเราเพิ่งผ่านการประกวดอะไรรึยังไง”
ต่องถอนใจ “ยาย พวกเราทำเกินไปหรือเปล่าอ่ะ ไหน ๆ ก็กลายเป็นงานประจำปีชุมชนไปแล้ว ยายโอเคไหม อายเขาเปล่าเนี่ย”
ยายธัญยิ้มขำ “ขำสิ! อย่างน้อยร้านเราก็กลายเป็นร้านเดียวที่ทุกคนวิ่งกันให้วุ่น ขายของไม่ได้ขาย ก็ได้แต่ขายเสียงหัวเราะแทน!”
ทุกคนในร้านหัวเราะพร้อมกัน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง ยายธัญหยิบขึ้นมา แว่นที่ยังใส่ผิดข้างอยู่
กลางบรรยากาศเฮฮา ช่างไฟพูดขึ้น “ผมว่าร้านนี้ได้รางวัลบรรยากาศดีเด่นไปเลยครับ ขายอะไรก็ไม่รู้ แต่คนเข้าออกทั้งวัน”
เตวิชแหย่ยายธัญ “ปีหน้าเราจัดประกวดเองไหมยาย ร้านใครแปะไฟพังสุดเอาถ้วยไปเลย!”
ต่องยกมือขอให้ยายหยุดไฟกะพริบบ้าง “พักก่อนครับยาย — เดี๋ยวข้างบ้านนึกว่ามีตลาดนัดกลางคืนทุกวัน”
ท้ายสุด ทุกคนในร้านรวมถึงเจ้าประจำ ลูกค้า มานั่งล้อมวงกินขนมหมดอายุหัวเราะกัน บางคนเอาไฟกะพริบไปแต่งบ้านต่อ ไม่มีใครสนใจใครเป็นผู้ชนะในการประกวดที่ไม่มีจริง—แต่ทุกคนต่างรู้สึกว่าร้านนี้เป็นร้านต้นแบบของเสียงหัวเราะประจำหมู่บ้าน
ขณะต่องกำลังจะปิดร้าน ยายธัญหัวเราะพลางว่ากระซิบเบา ๆ “คราวหน้าถ้าได้ยินประกาศอะไร ขอให้หลานเช็กให้ยายก่อนนะ เดี๋ยวจะมีเทศกาลหมูกระทะติดไฟขึ้นมาจริง ๆ!”