ชุมชนหัวมุม ตอน: แผนซ่อมรั้วอลวน
เสียงโทรศัพท์มือถือของวุฒิดังขึ้น ในขณะที่เขานั่งกินข้าวอยู่กับแมวตัวโปรด วุฒิหรี่ตาลงด้วยความไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นชื่อ “นิดา” เพื่อนบ้านผู้หัวเกรียน ผู้จัดการหมู่บ้าน ประสาทตามสายบอกความสำคัญเกินจริงทันที
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“วุฒิ! รั้วหน้าหมู่บ้านพังหมดแล้ว ลมพายุลูกเมื่อคืนแหลกยิ่งกว่าใจตอนเจอหวยกิน!”
“โอ๊ย นิดา เรื่องจิ๊บ ๆ เอง ฉันจัดการเอง เดี๋ยวเจ็ดโมงเจอกัน” วุฒิตอบเสียงเนียนจริงจัง ตาเป็นประกายมั่นใจ ทั้งที่เขาไม่เคยจับค้อนนอกจากตอนตีต้าวแมวออกจากรถ
แผนซ่อมรั้ววางเสร็จในห้านาทีหลังตักข้าวเข้าปาก ถึงจะไม่แน่ใจว่าสกรูหน้าตาเป็นไง วุฒิก็ไม่สะทกสะท้าน ส่งไลน์กลุ่มหมู่บ้าน “ขออาสาสมัคร เราจะสร้างรั้วที่แข็งแรงที่สุดในประวัติศาสตร์!”
แชทตอบกลับแทบจะทันที “แข็งแรงกว่าใจตอนผิดหวังไหม?” โจ๊ก เพื่อนบ้านผู้เคยเป็นกราฟิกดีไซน์เนอร์แต่ตกงาน ตอบกลับแซะตามสไตล์คนขี้หงุดหงิดอยู่เรื่อย ๆ
เจ๊แหม่มเจ้าของร้านขายของชำยกมือสนับสนุน แต่แย้งว่า “ขอใช้ไม้ไผ่! ไม้ไผ่มันธรรมชาติ ไม่ทิ่มเท้า!” นิดาทำหน้าเครียดทันที “แต่รัฐบอกต้องมาตรฐานนะพี่แหม่ม…”
แค่นั้นการประชุมย่อยก็ก่อกำเนิดบนพื้นถนนหน้ารั้วหมู่บ้านซึ่งยังคงหักเป็นเศษ ป้าย “ห้ามทิ้งขยะ” หล่นตะแคงจนศัพท์ “ขยะ” ดูประชดชีวิต
วุฒิสวมหัวหน้าทีมโดยพลการ “ทุกคน เราต้องสร้างบางอย่างที่ทั้งแข็งแรงและสวย ถึงเวลาพลังชุมชน!” เพ็ญ ภรรยาวุฒิที่มาดูอะไรตลก ๆ ก้มหน้าหลบหัวเราะ เอี้ยวไปกระซิบเจ๊แหม่ม “เขาเคยตีตะปูเข้านิ้วตัวเองแหละ รอดไหมวันนี้”
แต่ไม่มีใครรอฟัง ต่างก็เสนอแผนกันเอง โจ๊กขอใช้ลังกระดาษ ผสมสีสเปรย์ เจ๊แหม่มจะปรับเอาตาข่ายดักปลาเก่า ๆ ขึงไปเรื่อย ๆ นิดาเอาประแจมายื่นให้ “คุณวุฒิ ขันน็อตได้ไหมเนี่ย?”
วุฒิรับประแจหมุนไปข้างหน้าอย่างชำนาญผิดที่ ทันใดนั้นก็มีเสียงเด็ก ๆ วิ่งมา “พี่วุฒิ! ทำไมรั้วต้องซ่อมวันนี้อ่ะ หนูอยากปีน!” วุฒิอึกอัก “เอ่อ หนู เดี๋ยวปีนได้ซักพัก…แต่รอให้พี่สร้างรั้วก่อนเถอะ” เด็กเดินจากไปด้วยความงุนงง
แผน A คือ “สร้างรั้วจากของเหลือใช้” โจ๊กชวนคนในกลุ่มเฟซบุ๊กหาวัสดุ ผลคือ ได้เตียงนอนเก่า 1 ตัว ล้อรถจักรยานยนต์ และคอกหมา เจ๊แหม่มลั่น “เอาเตียงไปขวางหมาเถอะ!”
แต่ละคนนำวัสดุมากองรวมกันกลางแดดเปรี้ยง โจ๊กลงมือทาสีล้อรถให้เป็นลายคิตตี้ เจ๊แหม่มพยายามถักไม้ไผ่เป็นแผงจนมือพอง วุฒินั่งวางแผนบนกระดาษอย่างเคร่งครัดแต่รูปที่ออกมาคือสามเหลี่ยมหัวกลับ
ขณะกำลังมั่วซ่อมกันอยู่ มีรถคนแปลกหน้าจอดหน้าหมู่บ้าน นายต้อม เจ้าหน้าที่เทศกิจ เข้ามาถามเสียงขรึม “ทำอะไรกัน? ได้รับอนุญาตไหม?” วุฒิลุกขึ้นเต็มความมั่นใจ “โครงการหมู่บ้านนำร่องครับ! เดี๋ยวเสร็จแล้วจะเรียบร้อยเหมือนใหม่!”
ต้อมส่ายหน้า มองเศษรั้ว ท่าทางไม่เชื่อ “ระวังจะโดนปรับนะครับ” วุฒิแกล้งหัวเราะกลบเกลื่อน เหงื่อเม็ดเป้งเหมือนกรรมการสอบยืนมองกระดาษเปล่า
แผน B เจ๊แหม่มปั้น “รั้วต้นไม้” วางกระถางต้นโชคดีเรียงชิดกันจนดูเหมือนทางเดินมหาวิทยาลัย เพ็ญลองรดน้ำผ่าน ๆ ปรากฎว่าทุกต้นเฉาตายทันที โจ๊กล้อว่า “โชคดีอย่างเดียวที่มันอยู่ไม่รอด”
แผน C วุฒิโผล่ไอเดียเด็ด “เราทำบังเกอร์เลยไหม เพื่อน ๆ วิ่งเข้าป้อม” ทุกคนยิ้มจืด ๆ เจ๊แหม่มทัก “นี่หมู่บ้านไม่ใช่ค่ายทหารนะ” เด็ก ๆ เริ่มปีนคอกหมาที่เอามาวางกั้น เตียงนอนก็ล้มใหญ่เพราะวางเอียง
หลังข้าวกลางวัน เหงื่อซึมทั้งกลุ่ม หัวข้อใหม่ปะทุ “เราทำรั้วสูงไปหรือเปล่า?” “สูงไม่พอ เด็กปีนข้ามได้!” “แต่ถ้าสูงกว่านี้ รถเข้าไม่ได้!” บทสรุปไม่มีใครยอมใคร เพ็ญนั่งเขียนสติกเกอร์ “ขอโทษ…รั้วยังไม่เสร็จ เข้าไม่ได้ จอดข้างถนนไปก่อน”
ต้อมกลับมาตรวจรอบสอง ใจเริ่มอ่อน “กฎจริง ๆ มันก็ไม่ได้บอกสูงเท่าไหร่ แค่ขอสวย…กับมั่นคง” นิดารีบขยี้โลโก้หมู่บ้านลงบนกระดาษ เอาเทปแปะกับคอกหมา ชั่วครู่ก็เจอเด็กมาแอบดึงเทปออกเล่น โจ๊กถอนหายใจ “นี่รั้วหรือศิลปะประดิษฐ์โรงเรียน”
ขณะที่วุฒิง่วนกับการประกอบเศษเหล็ก เจ๊แหม่มเดินไปขโมยไม้ไผ่จากแปลงข้างบ้าน ถูกเพื่อนบ้านอีกฝั่งด่าทะลุรั้วว่า “รั้วจะซ่อมหรือซ้อมเก่งกันแน่!”
นิดานั่งง่วนคุยโทรศัพท์กับสำนักงาน อธิบายยืดยาว “ค่ะ…ที่นี่ซ่อมรั้วกันเองค่ะ…มันดูแปลก ๆ ใช่ไหมคะแต่เราพยายามมาก…” ปลายสายได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ เลี่ยงการส่งผู้รับเหมาให้ทันที
ทีมงานยังคงเถียงกันเรื่องจะทาสีรั้วเป็นสีอะไร วุฒิบอก “ฟ้า-ขาว เหมือนภูเขาหิมะ” เจ๊แหม่มสวน “แดงแปร๊ดสิ เห็นแต่ไกลเหลือเกิน” สุดท้ายเลยแปะกระดาษสี จนดูเหมือนจัดงานวันเด็ก
เย็นวันเดียวกัน ฝนเริ่มตกลงมาอีกครั้ง เศษรั้วใหม่เปราะบางเป็นพิเศษเพราะแต่ละส่วนใช้วัสดุไม่เข้ากันเลย โจ๊กพูดเสียงเรียบ “ถ้าตกคืนนี้ รั้วจะอยู่ไหม” ทุกคนพร้อมกันมองไปที่ผลงานแล้วกลืนน้ำลาย
เสียงพายุมาอีกเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบ วุฒิยืนลุ้น ผลคือรั้วใหม่ล้มครืนลงมาอย่างช้าสง่างามต่อหน้าต้อม นิดาเพ็ญ โจ๊ก เจ๊แหม่ม และเด็ก ๆ ทุกคนเงียบงัน
วุฒิถอนหายใจ “คงต้องโทรหาช่างแหละนะ…” เจ๊แหม่มแอบปลื้ม “แต่ก็สนุกดีนะ ได้ทำกับพวกเธอ” โจ๊กส่งไม้ไผ่ให้เจ๊แหม่ม “เอาไปปลูกใหม่เลยไหม เผื่อจะได้เป็นรั้วแบบธรรมชาติจริง ๆ”
ต้อมยิ้ม “รั้วใหม่อาจพังเร็ว แต่พวกพี่เป็นทีมที่ประสานงานได้…แยกแยะสุด ๆ ฮะ” นิดาหัวเราะ “จบปัญหารั้วครั้งนี้ไว้แค่นี้ละ…แต่เรื่องขำยังไม่จบแน่”
วุฒิหันไปหาเพ็ญ “คราวหน้าเธอช่วยฉันคุมแผนได้ไหม?” เพ็ญส่ายหน้า “ไม่เอา! ฉันขอเป็นคนดูขำ ๆ ในกลุ่มแชทดีกว่า” ทุกคนหัวเราะพร้อมกัน
เสียงฝนซ่าดังขึ้นใหม่ ฉากสุดท้ายรั้วเก่ากึ่งใหม่ล้มแอ่นแทบหมด มีแต่เอ็นดูและรอยยิ้ม เขียนกระดาษป้ายใหม่แปะ “ระวัง…ที่นี่มีรั้วแบบไม่ค่อยสมประกอบ แต่หัวเราะได้ทุกวัน”