โปรเจกต์ล่องจุ๊บท้าฝัน
เสียงหวีดร้องของเครื่องพิมพ์ดังขึ้นทันทีที่แคนยื่นแฟลชไดรฟ์เสียบเข้าช่อง USB ในห้องปฏิบัติการมหาวิทยาลัย เติ้ลเพื่อนสนิทของเขายืนค้ำโต๊ะ ไหล่ลู่ เหงื่อซึม ซูดปาก: “โอ๊ย! แคน! นายลืมแก้ชื่อไฟล์ ‘โปรเจกต์สุดยอดเหนือแชมป์โลก’ อะนะ! อาจารย์เห็นเข้าเราจบเห่แน่!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แคนสูดลมหายใจลึก สายตากระตือรือร้น “เติ้ล มันก็ต้องตั้งชื่อให้เท่ไว้ก่อน ให้โปรเจกต์มันดูดีไว้ก่อน ทุกอย่างอยู่ที่ความกล้า นายเข้าใจไหม?!”
เติ้ลเหล่ตา “งั้นนายจะเอา AI สอนนกให้เล่นเป่ายิ้งฉุบจริง ๆ เหรอ?”
“ชีวิตมันสั้นเกินไปที่จะทำอะไรธรรมดา โครงการนี้ต้อง…พลิกโฉมวงการ!”
ทันใดนั้น อาจารย์นิธิเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มครึ่งกังวลครึ่งเอ็นดู “พวกเธอสองคน…เสียงแบบนี้มีแต่เรื่องไม่ดีแน่ ๆ วันนี้โปรเจกต์ถึงไหนแล้ว?”
แคนลุกขึ้นเต็มความสูง “พร้อมนำเสนอกว่านี้ก็ต้องได้รางวัลโนเบลแล้วครับ!”
เติ้ลลอบถอนหายใจพลางแกล้งพยักหน้าให้อาจารย์ “ครับๆ แคนเขามั่นใจ…มากครับ”
นิธิมองแฟลชไดรฟ์ค้าง “ชื่อไฟล์อะไรของเธอน่ะ…”
เสียงหัวเราะแผ่ว ๆ ปนประหม่า เท้าสองคู่เดินออกจากห้องปฏิบัติการไปยังโรงอาหารหลังตึกเรียน แค่เดินผ่านโต๊ะกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น มีกระซิบตามหลังมาตลอด
“แคนเจ้าไอเดียเน่าอีกละ…”
“แต่เติ้ลไปร่วมด้วยทุกทีนะ…”
ระหว่างเดิน เติ้ลเริ่มบ่น “เราน่าจะทำโปรเจกต์สอนหมาให้เล่นเชือกดี ๆ ง่าย ๆ ดีกว่าไหม จะได้ไม่โดนหัวเราะล้อทั้งคณะ…”
แคนยกมือโบก “หมามันเบสิก นกเป่ายิ้งฉุบคืออนาคต! เคร่งกับไอเดียคนอื่นมากไปก็ไม่มีใครเจ๋ง”
“แต่…ถ้านกไม่เล่นตามสคริปต์ล่ะ?” เติ้ลหรี่ตา
แคนยิ้มกว้าง “งั้นก็ขำ ๆ ไง อย่างน้อยมันมีอะไรให้ตื่นเต้นตอนวันนำเสนอ!”
การถกเถียงดำเนินไปจนถึงร้านข้าวแกง พวกเขานั่งประจัญหน้ากับโต๊ะของดรีม เพื่อนสาวนักจัดกิจกรรมวางแผนเก่ง เก่งเสียจนใคร ๆ อยากให้ลงสมัครสมาคมนักศึกษาปีหน้า
ดรีมยิ้มกรุบ “สองคนนี้มีอะไรจะป่วนให้อาจารย์อีกแน่”
แคนชูกระดาษโปรเจกต์ขึ้น “ยิ่งใหญ่สุดในรุ่น! คราวนี้เรา—”
ดรีมย้อน “หวังว่าจะไม่เป็นเหมือนรอบแข่งยนต์สื่อสารหมาให้ดมกลิ่นเครื่องชงกาแฟนะ…”
เติ้ลหัวเราะแห้ง “รอบนั้นอาจารย์เกือบช็อกเลย…”
แคนรีบเปลี่ยนหัวข้อ “คราวนี้ไม่มีอะไรผิดแผกแน่นอน! เราจะจับนกสอนเป่ายิ้งฉุบให้ชนะเครื่อง AI!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบโต๊ะ ทุกคนสนใจแต่ละคนต่างตีความกันไปคนละทาง
ตูมม! ขณะที่แคนอธิบายด้วยความมั่นใจ เติ้ลมองหน้า ต้องรีบชี้แจงกับดรีมก่อนจะกลายเป็นโครงการจับนกแข่งกับคนจริง ๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น เติ้ลนั่งจกข้าวเหนียวมือสั่น หน้าแลปคณะแอร์เย็นเฉียบ แคนกางกระดาษแผนการใหญ่ออกมาให้เพื่อนดู
“ดูนี่! ฉันวาด flowchart ไว้หมดแล้ว นกหยิบกระดาษ, AI จำแพทเทิร์น, เราเทรน AI…คำถามคือ เราจะเอานกจากไหน?”
เติ้ลตาโต “โรงอาหารไก่ทอดไง…”
“…เติ้ล เอานกพิราบ?”
“นายไม่เคยสังเกตเหรอ นกพวกนี้ฉลาดนะ”
แคนฟังแล้วหน้าเครียดแต่ตาตื่น “ตกลง…ถ้านกโจมตีเราแทนล่ะ?”
“นายมั่นใจเกินไปทุกที แล้วตอนสอบถ้าดันมีแต่ขี้นกลงหัวล่ะ?”
แคนสะดุด หัวเราะกลบตื่นเต้น “อะไรก็ต้องลอง ถ้ามันเฟลก็ฮาไว้ก่อน!”
เติ้ลพยักหน้าเบา ๆ แต่ในใจคิดไปไกลอีกสิบทาง
ทีมงานออกล่าหานกหน้าโรงอาหาร เติ้ลถือตะกร้า แคนสายตาฉายประกายแห่งความฝัน ไม่นานก็ดรีมหอบกล้องวิดีโอเดินมา
“จะถ่ายสารคดีความล้มเหลวใช่ไหมดรีม?” แคนแหย่
ดรีมหัวเราะ “เปล่า ฉันจะมาอัดไว้เผื่อชนะอันดับหนึ่งฉลาดนอกตำราน่ะ”
เติ้ลเข้าล้อมวง “จริง ๆ เราไม่ได้ฝึกนก เราฝึกโชคชะตามากกว่า”
ทั้งกลุ่มวิ่งไล่นก ปรากฏว่าโดนนกเมินเฉย ต้องมาล่ามองตากันเองครู่หนึ่ง
“นกมันเก่งขนาดไม่แลเรา นายมั่นใจยังว่าไอเดียนี้เวิร์ค?” ดรีมยิงคำถาม
แคนหัวเราะแข็ง ๆ “ตอนนี้ที่มั่นใจ…คือเหนื่อย!”
หลังเลิกเรียน กลุ่มกลับห้อง เติ้ลเก็บอุปกรณ์ แคนจดโพยแบบฝึก AI ดรีมนั่งเช็กคลิปกันเสียงฮา “อย่าให้ใครเห็นคลิปเมื่อเช้านะ เดี๋ยวเป็นเรื่อง”
ในขณะที่เติ้ลลังเลเพ้อเจ้อเรื่องชีวิตหลังเรียนจบ แคนตั้งเป้าใหม่ “คืนนี้เราต้องเทรนนกให้ตอบสนองรูปมือเป่ายิ้งฉุบให้ได้!”
ดรีมเสนอ “แทนที่จะฝึกนก…ลองฝึกเพื่อนข้างห้องดีไหม อย่างน้อยคุมได้!”
ทั้งกลุ่มเงียบ ก่อนเติ้ลพูดเสียงอ่อย “แคน จริง ๆ นี่เราอาจฝึก AI ให้หมากินข้าวด้วยตะเกียบยังง่ายกว่าก็ได้…”
แคนยิ้มกว้างไม่ย่อท้อ “ของยากเท่านั้นที่มหาวิทยาลัยจดจำ!”
ทีมงานตั้งโต๊ะซ้อมแบบจำลองใช้ดรีมแทนนก เติ้ลทำหน้าบื้อเหมือนนกงง ๆ ดรีมทำมือเป็นกรรไกรแต่พูด “จิกขา! อ้าปาก!” เติ้ลทำหน้างุนงง “อ้าว! หรือนี่คือการเข้าใจผิดที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์?”
แคนส่ายหน้ารีบอธิบายแต่ยิ่งพูดยิ่งสับสน เพื่อนข้างห้องเดินผ่านมาเห็นภาพทำมือเป่ายิ้งฉุบกับไก่ยาง คิดว่าพวกเขากำลังจะทำการแสดงประกวดวันเด็ก
เติ้ลแปลกใจ “เขาคงคิดว่าเราเพี้ยนแน่…”
ดรีมหัวเราะ “ไปประกวดชุดแฟนซีกับนกยางไหม?”
เช้าถัดมา ข่าวลือแพร่ทั่วคณะ มีเด็กปีหนึ่งมากระซิบ “พี่ ๆ จะไปแสดงละครสัตว์จริงเหรอครับ?”
แคนกระพริบตาถี่ “ยังไม่ได้ซ้อมเลยจ้า ละครสัตว์นกฮูก!”
ดรีมหันมองแคนกับเติ้ลหลังโดนเด็กปีหนึ่งจ้องแปลก ๆ “โปรเจกต์ครั้งต่อไปอันตรายต่อจิตใจน้อยกว่านี้ได้ไหม?”
แคนตอบเรียบ “โลกนี้เป็นของคนกล้าทำเรื่องใหม่… ส่วนฉันกล้าทำเรื่องมั่วเป็นงานอดิเรก!”
เย็นนั้นทั้งสามโดนอาจารย์เชิญพบ “ขอไฟล์กับคลิปที่พวกเธอถ่ายให้หมด”
แคนหน้าจืด เติ้ลหน้าแหย “อาจารย์…คือ มัน…คือ…”
นิธิถอนหายใจ “ขอแค่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตผิดกฎหมายก็พอใจแล้ว”
แคนสบตาเติ้ลเบา ๆ “เท่านี้ก็เหลือแค่อายคนทั้งคณะ…”
ดรีมหัวเราะเบา ๆ “อย่างน้อยก็ยังอายด้วยกันนะ…”
บ่ายวันถัดมา เกิดเหตุการณ์เข้าใจผิดรอบใหม่ มีโปสเตอร์ประกวดคลิปสร้างสรรค์ประจำปีแปะทั่วตึก
มีคนเอาคลิปตอนทดลอง “สอนนกเล่นเป่ายิ้งฉุบ” ไปส่งประกวดแทนโปรเจกต์จริง คลิปนี้กลายเป็นไวรัลในกลุ่มไลน์คณะ คนพากันแชร์ให้หัวเราะทั่ว ม. ทั้งที่ไม่มีนกตัวจริงแสดงเลย
เติ้ลเครียด “แคน นายจะถอนคลิปไหม?”
แคนยิ้มเจื่อน “ตอนนี้ไม่กล้ายิ้มเดินสวนอาจารย์เลย…”
ดรีมวางกล้องลง “เอาน่า อย่างน้อยคนก็ขำกันทั้งคณะ ไม่มีใครรู้ว่านี่คือโปรเจกต์จบ!”
คืนวันตัดสินประกวดคลิป กลุ่มนั่งลุ้นหน้าจอ ทีแรกกลัวโดนหัวเราะเยาะ แต่แล้วพิธีกรประกาศ “คลิป ‘นกเรียนเป่ายิ้งฉุบพลาดแล้วฮา’ ชนะรางวัลคลิปไวรัลยอดนิยม!”
เติ้ลโพล่ง “มีใครคิดบ้างว่านี่คือความสำเร็จ หรือการแฉความเฟลที่สุดในชีวิต!”
แคนยิ้มขำ “ไม่ว่าชนะอะไร…อย่างน้อยเราก็ไม่ได้แป้กเฉย ๆ”
ดรีมยิ้มแซว “ถ้าโชคดีปีหน้าอาจารย์ให้รางวัลคนกล้าลองก่อนบ้า!”
ช่วงท้าย แคนกับเติ้ลนั่งทบทวนบทเรียนใต้ต้นไม้ข้างคณะ หัวเราะเรื่องวิ่งไล่นกโดนปฏิเสธ
เติ้ลพูดเบา ๆ “ฉันว่างานนี้เราได้รู้อะไรใหม่…คืออย่ามั่นใจเกินเหตุเวลาต้องส่งงานใหญ่!”
แคนหัวเราะ “ฉันก็เพิ่งรู้ว่า การถูกหัวเราะ มันคือส่วนหนึ่งของความกล้าเหมือนกัน”
ดรีมเดินมาสมทบ “จำไว้นะ — คนที่ทำเรื่องธรรมดา ไม่น่าจดจำเท่าคนที่ใจถึงในเรื่องไม่ธรรมดา!”
ทั้งสามหัวเราะกลมกลืน กลายเป็นก๊วนสุดฮาที่คนทั้งมหาวิทยาลัยจดจำในความเฟลแบบสร้างสรรค์
เสียงจบเรื่องด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้มขณะกล้องสมมติตัดภาพ เจอฉากแคนยังตั้งเป้าหมายใหม่ คราวนี้คือ “สอนห่านเดินพาราเด้” แล้วทุกคนก็โห่ไล่แบบขำ ๆ
“หยุดเลยแคน! ไม่เอานก ไม่เอาห่านอีกแล้ว!”
“งั้นต่อไป…โปรเจกต์ AI สอนคนกินเงาะไม่โดนเม็ด!”
ทั้งกลุ่มหัวเราะปิดท้าย มิตรภาพและเสียงหัวเราะไม่จบง่าย ๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้