คดีป่วนซ้อนปัญหาในซอยพฤกษา 9
เสียงกาน้ำเดือดพล่านกลางครัวร้านข้าวแกง ‘ป้าดา’ ในซอยพฤกษา 9 เช้าอันแสนสงบถูกทำลายด้วยเสียงตะโกนแบบมั่นใจเกินเหตุของ ‘สิงห์’ เจ้าของร้านวัยสามสิบปลาย ๆ ที่เชื่อว่าตัวเองคือผู้นำทางจิตวิญญาณของซอยแห่งนี้ เสื้อโปโลสีเหลืองเข้มปูดที่แขนและพุง เขาโกนหนวดจนเนียนแต่ผมเผ้าทรงฟูยืนคิดแผนการใหม่อยู่นอกครัว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ปีนี้..ซอยเราต้องดัง! งานแข่งกีฬาชาวบ้านมันต้องใหญ่!” สิงห์ประกาศเสียงดังผ่านกระทะผัด ที่จริงเขาคิดไอเดียนี้เมื่อคืนหลังดูรายการทางทีวี แล้วนอนไม่หลับเพราะนึกถึงตัวเองยืนโพสต์รับถ้วยในพาดหัวข่าวท้องถิ่น
ป้าดาอีกราย ผู้รับบททั้งแม่ค้าและนายกสมาคมแม่บ้านซอย ถอนหายใจยาว ขณะที่ ‘คิม’ วัยรุ่นขี้กังวลลูกเจ้าของร้านขายของชำด้านข้าง เดินมากระซิบเสียงเบา “พี่สิงห์…ถ้าแข่งจริงๆ ใครจะเล่นบ้างอ่ะ วันหยุดไม่ตรง ใครก็ไม่ค่อยว่างนะ”
“ไม่ต้องห่วง คิม! เดี๋ยวพี่จัดการให้หมด เชื่อมือ!” สิงห์ตบไหล่จนคิมสะดุ้ง เขาเชื่อว่าความกระตือรือร้นจะชนะทุกอย่าง ทั้งที่ยังไม่เริ่มถามใครโดยตรงสักคนเดียว
เย็นวันนั้น สิงห์เดินถือไมค์งานเวที (ที่ยืมจากวัด) เดินแปะใบปิดเต็มปากซอย “กีฬาประจำปีรวมชาวพฤกษา 9! แข่ง 8 ทีม อาหารฟรี ของรางวัลอื้อ!” – เขาเงยหน้าภูมิใจ “เอาให้เป็นข่าวในกลุ่มชุมชนแน่นอน”
เสียงรถปั่นจักรยาน ‘ป้าหวาน’ พุ่งเข้ามาจอดฉึก เธอเป็นสาวใหญ่วัยห้าสิบผู้บ้าข่าวลือ “สิงห์! เงินรางวัลนี่ ใครออก?” สิงห์สบตาเธอรวดเร็ว “อ๋อ…เดี๋ยวหาทางครับ รับประกัน ได้แน่นอน!”
ขณะที่สิงห์แจกแจงงานกับ ‘ป้าตุ้ม’ ผู้มีลูกชายจอมซน 3 คน – “ป้าช่วยทำข้าวกล่องนะครับ งานนี้เด็กๆ ต้องกินอิ่ม” ป้าตุ้มหน้าเคร่ง “แต่ฉันไม่มีรถส่งนะ สิงห์”
คิมเดินมาส่งเสียง “พี่สิงห์ ไอ้โพสต์กลุ่มไลน์ซอยนะ พ่อผมลบให้แล้ว เขาว่าเป็นสแปม – อ้าว!”
“ไม่เป็นไรน่า ใบประกาศยังติดอยู่” สิงห์มั่นใจ เขาแจกใบอีกปึกแต่ไม่มีใครหยิบ คนแก่หน้าซอยบ่นอุบ “อีสิงห์มันจะเอาอะไรกันนักกันหนา”
ตกเย็น สิงห์นั่งประชุมกับคิม ป้าดา ป้าหวาน และป้าตุ้ม เหมือนประชุมคณะรัฐมนตรีประจำซอย ทุกคนเอาแต่สงสัย ไม่ค่อยเข้าใจแผน ไฟล์แผนงานที่สิงห์โชว์จากมือถือกลายเป็นไฟล์บัญชีร้านของป้าดา “เดี๋ยวครับ รูปนี้เป็นต้นทุนกุ้งแกงมัสมั่น…” ทุกคนเริ่มพึมพำ “แล้วเงินรางวัลล่ะ?”
“ค…คือ เดี๋ยวผมหาผู้สนับสนุน!” สิงห์มาดมั่น เก็บมือถืออย่างไว ป้าหวานทำตาโต “ปีที่แล้วเขาจ่ายเอง คนนี้ล่ะ เดี๋ยวเป็นหนี้บัตรเครดิตอีก!”
เช้าถัดมา ป้าดา เดินมาเห็นเด็กๆ กำลังซ้อมวิ่งรอบถนน คิมนั่งขีดเส้นด้วยดินสอสีจากร้านของตัวเอง วาดสนามกีฬาเป็นเส้นหักๆ สิงห์ยืนบัญชาการ ชูกระบองพลาสติก “ตรงนี้! จุดปล่อยตัว!” เด็กๆ มองหน้ากัน “แล้วเส้นชัยล่ะ?” สิงห์ชี้มั่ว “หน้าร้านตาไม้ข้างซอย!”
คิมกระซิบป้าดา “ผมว่าไม่มีใครอยากแข่งนะครับ” ป้าดาบ่น “แต่สิงห์มันฝันไว้ไกลแล้ว จะทำไงได้ ไม่อยากให้เขาเสียใจ”
นักเรียนสาวบนจักรยานชื่อ ‘ดาริน’ หยุดรถถาม “นี่จัดงานโดยใครเหรอพี่?” สิงห์ยืดอก “ผมนี่แหละหัวเรือใหญ่!”
ดารินยิ้มจาง ๆ “แต่ประชาคมซอยเรายังไม่อนุมัตินะคะ” สิงห์อ้ำอึ้ง “ป…ประชาคมต้องอนุมัติด้วยเหรอ?”
เย็นวันที่สอง สิงห์นั่งคิดแผนหาผู้สนับสนุน โทรไล่ตั้งแต่ร้านโชห่วยยันบริษัทน้ำยาล้างจาน ไม่มีใครรับสาย แม่ค้าแอบแซว “จัดงานเอาเงินเอง เอาของขายก็มีแต่ข้าวแกง” สิงห์ฮึด “เดี๋ยวดู ผมจะจัดให้ดูดี”
ในซอยข่าวลือเริ่มแพร่ “สิงห์จะจัดงานใหญ่ ซอยจะโดนปิด รถเข้าไม่ได้ หมาแมวจะถูกแบ่งทีมแข่งด้วย!” เด็กประถมวิ่งปล่อยข่าว “หมาวิ้งค์ช่วยเป็นนักวิ่งมั้ย!” หมาเห่าไล่กวนนก
ป้าตุ้มกำลังทำข้าวกล่อง หันไปถามป้าดา “จะกินกันพอมั้ยลูกเอ๊ย” คู่สนทนาดูเครียด “แต่ถ้ากล่องไม่พอก็เอาของร้านสิงห์ผสม ๆ ไว้ เดี๋ยวเขาก็ไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง”
สิงห์มอบหมายให้คิมไป ‘เชิญแขก’ พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวไม่สนใจ “ผมยุ่งอยู่ ยังไม่ได้ล้างชาม” เด็กวัยรุ่นนั่งคิดหนัก “ใครจะกล้าไปอีกเนี่ย คนไม่มีอารมณ์แข่งกีฬาสักหน่อย”
ตกคืน คิมแชทกับสิงห์ “พี่ ถ้างานมีแต่เด็กกับป้า ๆ ตัดลูกโป่งก็ได้นะ” สิงห์ขึงขังสุด “แข่งเปตอง แข่งหมากรุก แข่งร้องเพลง ทุกคนต้องมีส่วนร่วม!” คิมถอนหายใจยาว “โอเคพี่ เดี๋ยวช่วยตามใจ”
อีกวัน ข่าวลือเรื่องเงินรางวัลล้มเหลว ทุกบ้านโทรถามกันเอง ไม่มีใครรู้จริง บางคนพูดว่า “ถ้าชนะจะได้เงินล้านไหม” เด็ก ๆ เอาไปบิด “ถ้าแข่งโยนไข่ได้ที่ 1 พ่อต้องพาไป่องเที่ยวกรุงเทพนะ!”
มิดเดย์ของวันเตรียมงาน คิมเดินมาตามหาสิงห์ – พบเจ้าตัวกำลังนั่งเขียนป้ายรางวัลอย่างมั่นใจ ป้าดาใช้น้ำเสียงจริงจัง “สิงห์ แล้วถ้าไม่มีรางวัลจริง ๆ จะอธิบายยังไง”
สิงห์นิ่ง แอบกังวลออกนอกหน้า “ก็น่าจะสนุกกันเองได้นะ” ป้าตุ้มบอก “แต่ถ้าเด็กร้องไห้ ป้าจะโทษเธอเลยนะ”
ยิ่งใกล้งาน ทุกคนยิ่งตั้งคำถาม ปัญหาเรื่อง “แข่งทีมไหน ใครเป็นกรรมการ จะกินอะไรกันแน่” โผล่มาพร้อมกัน สิงห์เริ่มเสียศูนย์ “เอาน่า สุขภาพดีสำคัญ!”
ประชุมวันสุดท้าย – ดารินมายื่นจดหมายประชาคม เขียนด้วยลายมือสวยแจ้งว่า “ซอยต้องห้ามปิดถนน งานต้องมีคนเก็บขยะและผู้รับผิดชอบ” คิมอ่านแล้วเงียบ “พี่สิงห์ซวยแล้ว นี่ต้องแจ้งอำเภอด้วยนะ” สิงห์อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ “โห ผมไม่นึกถึงเลย…”
ตกค่ำวันเตรียมงานจริง สิงห์เครียดนั่งคิด ป้าดามาให้กำลังใจ “ไม่ต้องเครียด มีปัญหาอะไรบ้างบอกมา เดี๋ยวช่วยคิด” สิงห์ถอนหายใจ “ผมอยากให้ทุกคนสนุก แต่ทุกอย่างดูยุ่งไปหมด ผม…ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดีแล้ว”
เช้าวันงานจริง ถึงเวลาจริง ซอยยังเงียบ เด็ก ๆ สองสามคนเกาะรั้วดูผู้ใหญ่เตรียมกล่องข้าว ป้าดาแจกน้ำดื่ม คิมพยายามลากผู้ใหญ่ 2-3 คนมารวมทีมแข่งขัน สิงห์พยายามชูไมค์ “ทุกคน! กีฬาซอยพฤกษา 9 เริ่มแล้ว!” เสียงเงียบกริบ
ดารินเดินมาส่งเสียง “ถ้าทีมยังไม่ครบ ขอรับสมัครโค้ชหมานะคะ” ทุกคนหัวเราะลั่นแกมเอ็นดู หมาวิ่งค์เห่า เด็กเล็กตบมือ สิงห์โบกมือปลอบใจ “ทีนี้เริ่มได้!”
การแข่งขันสุดป่วนเปิดฉาก วิ่งกระสอบที่กลายเป็นงานดึงกระสอบยัดข้าวสาร แข่งเปตองที่ลูกบอลหายเข้าใต้ท้องรถ แข่งร้องเพลงที่ป้าหวานชนะเพราะยืนใกล้ลำโพง ทุกคนฮา เขิน และวุ่นวายเต็มที่
ตอนบ่าย ปัญหาใหญ่สุดมาถึง มีตำรวจจราจรแวะขับรถผ่านเพื่อตรวจเรื่องขวางถนน สิงห์รีบออกหน้าชี้แจง ป้าดากับคิมวิ่งตามมาปรึกษา ต่างฝ่ายต่างตอบไม่ตรง กลายเป็นทีมงานกับตำรวจคุยกันไปคนละเรื่อง ตำรวจขำ ๆ “ถ้างานเล็ก ไม่ต้องเครียด แต่คราวหลังแจ้งล่วงหน้าด้วยนะ”
สิงห์โล่ง อารมณ์กลับขึ้นมาครึ่งหนึ่ง
ท้ายสุด เวลามอบรางวัล สิงห์หยิบกล่องใส่ข้าวแกงกับมาลัยมอบให้ผู้ชนะ เด็ก ๆ วิ่งชิงข้าวแกง ป้ามองหน้ากัน กอดคอกันหัวเราะ
คิมกระซิบ “พี่สิงห์ สุดท้ายก็สนุกกันเองอยู่ดีเนอะ” สิงห์หัวเราะ “ใช่ อนาคตซอยเราต้องยิ่งใหญ่!”
ป้าดาบอก “คราวหน้าขอปรึกษากันก่อนนะ” สิงห์อมยิ้มกว้าง “แน่นอน ครั้งหน้าจะฟังทุกคนก่อน!”
ป้ายงานถูกเด็กดึงลง เอาไปวาดต่อกันเอง
ซอยพฤกษา 9 กลายเป็นซอยเล็ก ๆ ที่เสียงหัวเราะกระจายทั่วถึง แม้งานจะวุ่นวาย แต่ความสุขอยู่ใกล้ตัวมากกว่ารางวัลไหนในโลก
ป้าดาหยิบข้าวราดแกงใหญ่วางหน้าสิงห์ “กินเติมพลัง มีไว้สร้างเรื่องวุ่นวายอีกปีหน้านะลูกเขย!”
เสียงขำกลิ้งของทุกคนกลบเสียงนกกระจอกหน้าซอย พร้อม ๆ เสียงหมาวิ่งค์ที่ยังคาบกระสอบซ้อมแข่งวนไปมา