แก๊งซวยมหากาพย์: วันนี้ต้องรอด!
“ตื่นหรือยังวะเวฟ รีบหน่อย วันนี้คุมสอบ รหัสสำคัญอยู่กับมึง!” จ๋ายเดินกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องเวฟ เสียงโทรศัพท์ดังจนตื่นทุกคนในหอ ตอบโต้ด้วยเสียงงัวเงีย “อะไรวะ ยังไม่เจ็ดโมงเลย”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!กลุ่มนี้มี 4 คน เวฟที่มั่นใจเกินเหตุตลอดเวลา แผนอะไรขอให้ได้พูด จ๋ายที่วิตกจริต คิดมากเกินเรื่อง โอมผู้พูดช้า จริงจังกับทุกอย่าง แม้แต่การกินบะหมี่สำเร็จรูป ส่วนมิลค์ เจ้าของน้ำเสียงร่าเริง พูดไม่หยุด มือไว ใจเร็ว
เรื่องเริ่มเมื่อพวกเขาต้องช่วย “ตั้ม” เพื่อนร่วมหอที่สอบตกบ่อยจนน่าเป็นห่วง ก่อนคืนนี้ตั้มร้องขอ “ขอให้ช่วยกันติวด่วน เผื่อรอบหน้าจะไม่โดนรีไทร์” เวฟรีบรับทันที “เรื่องแค่นี้ จิ๊บ ๆ”
เช้าวันต่อมา เวฟกับจ๋ายตื่นมาตาปรือ คนหนึ่งอยากช่วย อีกคนกลัวทำอะไรผิดกฎมหาวิทยาลัย โอมกับมิลค์กำลังวุ่นเพราะไฟในหอหมด กลายเป็นต้องออกไปหาที่ติวข้างนอก คิดว่าจะแค่ชงกาแฟ หาร้านเงียบ ๆ นั่งติว สุดท้ายได้ยินเสียงพี่หอ“เอ้า! น้ำไม่ไหล ลิฟต์เสีย ใครจะออก รีบ!”
ทุกคนกระโชกกระชากลากกันลงบันไดอย่างเก้กัง เจอสุนัขที่ไม่มีเจ้าของ จ๋ายโวย “นี่มันวันซวยประจำปีรึไง!?” มิลค์หัวเราะ “ถือว่าได้ออกกำลังกายแต่เช้า!”
ระหว่างเดินไปคาเฟ่ จู่ ๆ โอมแวะซื้อน้ำเต้าหู้ ยืนเลือกเครื่องจนต่อแถวยาว มิลค์หงุดหงิด “โอ๊ย! ทำไมช้ากว่านี้ไม่ได้แล้วใช่มั้ย” เวฟตัดบท “ใจเย็นน่า เรื่องติวสำคัญสุด” โอมพูดเบา ๆ “แต่สำคัญกว่าคือ… จะเอาเต้าหู้หวานหรือจืดดี…” จ๋ายถอนหายใจ
คาเฟ่ที่คิดว่าจะเงียบ กลับเต็มไปด้วยนักศึกษาทุกโต๊ะ มิลค์ตะโกนเบา ๆ “หามุมเงียบ ๆ ให้หน่อย!” เวฟคลำหาคำพูด เท่อย่างผิดเวลา “คนเก่งอยู่ไหนก็รอด!” ทุกคนเหล่กันใหญ่ จ๋ายถามเสียงเบาไปถึงพนักงาน “มีโต๊ะว่างมั้ยคะ” พนักงานยิ้มจาง ๆ “มีแต่โต๊ะข้างห้องน้ำกับหน้าประตู”
ภารกิจติวย้ายมาที่สวนข้างคาเฟ่ ต้นไม้โยกไปมา แดดเปรี้ยง มิลค์เอาหนังสือมาบังหัว โอมมองผ่าน ๆ “เรา… ติวเอาตรงนี้เลยเหรอ” เวฟยิ้ม “คิดว่าสนามสอบจริงแรงกดดันเยอะกว่านี้เยอะเว้ย!”
บทอ่านแรกเริ่ม ตั้มยังหลับอยู่กับโต๊ะทุกคนเลยถามกันว่ายังจะแก้ยังไง เวฟร่าเริง “เอ้า ใครพูดให้ตั้มตื่นได้ฟรีชานมไข่มุก!” โอมถอนหายใจ “งั้นเราคงกินแต่น้ำเปล่า…” มิลค์กระซิบ “จริง ๆ ตั้มตื่นนะ แต่ลืมตาทีไรเหมือนปิดโลกไปแล้ว”
ครึ่งชั่วโมงผ่าน หัวข้อที่ตั้งใจติว หายเป็นหน้ากองหนังสือเพราะโอมเปลี่ยนเรื่องเรียนเป็นประวัติศาสตร์บะหมี่สำเร็จรูป “รู้มั้ย ปี 2523 มีบะหมี่…” เวฟขัด “โอม! ขอสูตรลัดสอบผ่านหน่อย เดี๋ยวไม่ทัน!”
จังหวะนี้ มีเสียงโทรศัพท์ดัง มิลค์รับทันที สำเนียงกร่าง “ฮัลโหล! อะไรวะ คุณแม่? ไม่ๆ ลูกทำรายงานอยู่” ทุกคนทึ่งกับความเนียน เวฟยิ้มมุมปาก “เอาเรื่องจริงผสมตลกไปหน่อยก็ดี”
ติวไปเพียงสิบนาที ตั้มลุกขึ้นโวย “ผมไม่ไหวแล้ว ขอสั่งอาหาร” โอมตอบ “สอบก็เหมือนอาหาร ต้องย่อยทีละคำ” มิลค์กลับ “พูดอะไรดี ๆ บ้างได้มั้ย วุ่นแต่กินกับบะหมี่!”
จากนั้นฝนตกหนักจนทุกคนต้องหวีดหนีเข้าไปใต้ต้นไม้ เวฟพยายามกางร่มเล็ก ๆ หนึ่งคัน จ๋ายยืนตัวเปียก มิลค์แย่งร่ม โอมทำหน้าสงบ “เราเปียกทีเดียว เผื่อซึมซับความรู้” จ๋ายประชด “งั้นขอซึมซับความโง่ไปด้วยมั้ย”
ฝนซาลง กลุ่มเดินเปียกปอนเข้าไปซ่อนในร้านสะดวกซื้อ จังหวะนี้ ตั้มเดินหายไป มิลค์โวย “หายไปไหนอีกล่ะ” โอมชี้ไปมุมขนม “คงไปซื้อของกินเพิ่ม” เวฟแทรก “กลัวจะสอบตกเพราะของกินเนี่ยแหละ”
ขณะรอในร้านสะดวกซื้อ ตั้มดันโทรศัพท์หาย ทุกคนพยายามช่วยหา มิลค์พูดพลางค้นกระเป๋า “โทรหาเครื่องตัวเองสิ” เวฟถาม “แล้วจะรับเองได้ไงวะ” มิลค์ยิ้ม “เผื่อปาฏิหาริย์” โอมพูดเนิบ ๆ “จะเกิดได้ถ้าโทรศัพท์ยังอยู่ในกระเป๋าตัวเอง” สรุปโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋าหลังตั้มเอง จ๋ายถอนหายใจเสียงดัง
ในที่สุด ทุกคนก็พร้อมติวต่อในร้าน จ๋ายออกข้อสอบจำลอง เสร็จแล้วเวฟเสนอย้ายไปห้องสมุด ทีนี้เจอเรื่องยุ่งเพราะลืมหยิบบัตรเข้าอาคารมา โอมถาม “มีใครมีไอเดียมั้ย” มิลค์แย่งพูด “มุดก็ได้ เดี๋ยวหลอกยามเอง” เวฟบอก “ไอเดียดี แต่พังหมดแน่”
ระหว่างที่แบ่งทีมรอหน้าห้องสมุด มีอาจารย์เดินผ่านมาถาม “ทำอะไรกันอยู่ ไม่มีเรียนเหรอ” เวฟตอบเร็ว “ติวให้เพื่อนครับ” อาจารย์ย้อน “เอ๊ะ ทำไมไม่ติวในห้องเรียน” ทุกคนเขินกันหมด
ขณะหาทางจะเข้าห้องสมุด มิลค์เจอเพื่อนเก่ามาเยี่ยมเดินเข้าหา กลุ่มอีกฝั่งคิดว่าเป็นสายลับมหาวิทยาลัย ต่างคนต่างซ่อนหนังสือ ทำตัวยุ่งเหยิง เวฟถาม “เรากำลังเล่นหนังสายลับกันอยู่เหรอ” จ๋ายประชด “ถ้าสอบตกจะเป็นภาคต่อ”
การติวลุกลามกลายเป็นวงสนทนาวงใหญ่ จ๋ายเริ่มคิดมาก “เรากะจะช่วยตั้มสอบดันกลายเป็นก่อเหตุวุ่นวายไปซะงั้น” เวฟหัวเราะ “ความวุ่นวายคือสีสันของชีวิตไงจ๋าย!”
เรื่อย ๆ มีอุบัติเหตุเล็ก ๆ จากการเดินสะดุดของโอม ทำกระเป๋าตัวเองร่วง หนังสือตกกระจายไปทั่ว โอมพูดช้า ๆ “มันคือสัญญาณ… ว่าเราต้องกลับไปตั้งหลักใหม่” มิลค์ยิ้ม “ตั้งหลักที่ร้านข้าวหมูกระเทียม”
หลังมื้อกลางวัน ทุกคนโต้เถียงกันเรื่องวิธีจำโจทย์ โอมเสนอใช้แผนภาพ มิลค์กับจ๋ายเถียงว่าใช้ย่อหน้าดีกว่า สุดท้ายเวฟสรุป “เอาเป็นว่าทุกแบบผสมกัน อย่างไรสอบไม่ตกถ้าตื่นทันสอบ!”
เย็นใกล้เข้ามา ทุกคนเหนื่อย มิลค์ถามตั้ม “บทเรียนวันนี้เป็นไงมั้ย” ตั้มยิ้มกว้าง “อย่างน้อยก็ได้กินครบ 4 มื้อ” จ๋ายถอดใจ “ขอให้สอบจริงไม่ใช่ข้อสอบค้นหาร้านอาหาร” โอมพูด “ถ้าใช่… เราน่าจะสอบได้ดี”
ในที่สุดก่อนแยกย้าย แผนติวย้อนกลับไปที่หอพัก กลุ่มนั่งล้อมวงกัน เวฟพูดปิดท้าย “เข้าใจแล้วว่าการช่วยกันไม่ได้แปลว่าต้องเป๊ะเป๊ะ บางทีความวุ่นวายก็ทำให้เราจำได้มากกว่าเนื้อหาหนังสืออีก” ทุกคนหัวเราะพร้อมเสียงถอนหายใจ ตั้ม “ครั้งหน้าขอไม่ติวที่ใต้ต้นไม้อีกนะ” มิลค์เสริม “เว้นร้านสะดวกซื้อด้วย” โอมยิ้ม “แต่เราต้องไปหาข้าวหมูกระเทียม” จ๋ายตัดบท “แล้วสอบผ่านก่อนค่อยมื้อละกัน!”
เสียงหัวเราะก้องไปในห้อง ทิ้งท้ายด้วยมุก “แล้วเจอกันกลางสนามสอบ…ถ้าใครตื่นไม่ไหว ช่วยปลุกด้วย!”