รุ่นพี่เพี้ยนในวันรับน้องวุ่น
“ขอเสียงน้องปีหนึ่ง!” เสียงซาวน์เอฟเฟกต์กลองใหญ่ดังสนั่นกลางลานหน้าอาคารเก่า มหาวิทยาลัยกาแฟดิบคณะเศรษฐศาสตร์ รุ่นพี่จอมป่วน “โพลาร์” โบกไมโครโฟนไปมา ท่าทางเหมือนจะจริงจังแต่ก็ขำกลิ้งในที น้องใหม่อีกเกือบร้อยคนยืนเรียงแถว ไม่รู้จะตื่นเต้นหรือมึนดี
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ไอ้ป๋อง อย่าผสมไมค์กับแก้วน้ำ เดี๋ยวไฟดูด” เสียง “บอย” เพื่อนสนิทของโพลาร์กระซิบข้างหู ก้มลงดึงสายไมค์ที่เกือบจุ่มโอเลี้ยงรุ่นพี่ออกมายิก ๆ
โพลาร์หันมายักคิ้ว “ก็แค่เติมความหวานให้งานอะไรมันสดชื่นไง” แล้วหันกลับไปประกาศ “กิจกรรมแรก ให้แต่ละกลุ่มออกไปหาของตามใบโจทย์ ใครกลับมาครบก่อนชนะ!”
เสียงฮือฮาของน้อง ๆ ดังขึ้น เบลล์—น้องใหม่ที่มั่นใจเกินเหตุ เริ่มแจกแจงกับเพื่อนในทีม “โอเค แผนคือเราแบ่งเป็นสองกลุ่ม หาไวกว่า!” ทีมข้าง ๆ พยักหน้าตาม เลยนั่งรถความมั่นใจของเบลล์เต็มคัน
แต่แค่เริ่มเบลล์ก็ผงะ “แฮ่ะ…แล้วของที่ว่าคืออะไร?” ทุกคนชะงักหันไปถาม “ใบโจทย์อยู่ไหน?”
“เอ่อ…เมื่อกี้พี่โพลาร์บอกว่าทุกคนได้ใบโจทย์ใช่ไหม?” น้องในทีมถาม เดียร์ หนึ่งในเพื่อนสายจินตนาการพลุ่งพล่านของเบลล์ ตอบ “ฉันไม่ได้อะไรเลย นี่เราถูกทิ้งปะ?”
เสียงประกาศจากไมค์ดังซ้อนขึ้น “กลุ่มที่ไม่มีใบโจทย์ ให้คิดโจทย์เองได้!” โมเมนต์นั้นความมั่นใจของเบลล์ระเบิด “โอเค! หาของที่คนไทยต้องมี—เงินทอนห้าบาท ซองกันชื้น และใบไม้รูปหัวใจ!”
กลุ่มอื่นขำร่วน แต่เบลล์จริงจังมาก น้อง ๆ รีบวิ่งเข้าป่าหญ้าริมคณะ ลุยหากันหน้าดำคร่ำเครียดเดียร์ท่อง “เงินทอนห้าบาทอยู่ที่ไหนวะ ใครไปซื้ออะไรที?”
ขณะที่กลุ่มเบลล์วิ่งหาของตามจินตนาการ กลุ่มฟีน—เพื่อนใหม่สายเนิร์ด—กำลังถกเถียงกันเรื่องวิธีหา “ซองกันชื้น” ที่สุดท้ายแอบแคะจากรองเท้าตัวเองจนเพื่อนร้อง “โว๊ย นั่นมันขี้เกลือไม่ใช่ซองกันชื้น!”
ในขณะเดียวกัน โพลาร์กำลังยืนปรึกษากับบอย “บอย กูรู้สึกฉุกคิดแปลก ๆ ว่า…กติกากูเขียนยังไงวะ?” บอยหยิบกระดาษออกมาดู “กติกาข้อสาม…ห้ามหาของใน list เดิม ต้องตีความใหม่ ความคิดสร้างสรรค์มาก่อนความเร็ว” โพลาร์หัวเราะแห้ง ๆ “จะไปบอกน้องยังไงวะว่าซองกันชื้นไม่ใช่ของกิน!”
ตัดภาพไปที่กลุ่มเบลล์ เหงื่อแตกพลั่ก “นี่เธอ ได้ซองกันชื้นจากขนมปังของโรงอาหารแล้ว—แต่พี่เขาลากเราออกมาเลย บอกว่าแงะถุงขนมคนอื่นผิดกฎ!” เดียร์หน้าซีด เพื่อนอีกคนตาโต “เราโดนตัดคะแนนไหม?” เบลล์ยังมั่นแบบไม่กลัวแพ้ “ไม่เป็นไร แค่สร้างความทรงจำ!”
ในขณะที่พวกเขาเริ่มตั้งคำถามถึงเป้าหมายกลุ่ม บอยกับโพลาร์เดินมาตรวจเยี่ยม “ไงน้อง ได้อะไรกันมั่ง?”
“เงินทอนห้าบาทค่ะ!” เบลล์ยื่นเหรียญห้าสลึงให้อย่างภูมิใจ โพลาร์อึ้งไปสองวินาที “อันนี้หายากดีนะ…แต่โจทย์คือเหรียญห้าบาท ไม่ใช่เหรียญห้าสลึง”
เบลล์ยิ้มแหย “เอ๊ะ…เหรอคะ” เดียร์รีบหัวเราะกลบเกลื่อน “แถมข้างในกระเป๋าพวกเรายังมีซองกันชื้นจริง ๆ ด้วย!” เธอยื่นซองให้พลางหลุด “แต่กูไม่แน่ใจเหมือนกัน นี่มันของใคร?” กลุ่มหัวเราะเอิ๊กอ๊ากจนทีมงานรุ่นพี่ข้าง ๆ เดินมาจ้องตาเขม็ง
ความวุ่นวายยังไม่จบ ขณะที่แต่ละกลุ่มเดินกลับจุดนัดพบ กลุ่มเบลล์ชนเข้ากับทีม “หมูหวาน” ที่จริงจังกับการแข่งขันขั้นสุด นำทีมโดย “อ้อม” สายวางแผนที่ชอบดราม่า อ้อมปรายตามองแต่ไม่พูดอะไร
หมูหวานสั่งทีมอย่างเยือกเย็น “อย่าแจกของแล้วเดินสวน กลุ่มเราจะชนะเพราะวางแผน อะไร ๆ ก็ต้องเป๊ะ” เดียร์กระซิบให้เบลล์ฟังว่า “กลุ่มหมูหวานเล่นตามปกติไม่ได้ วันๆ วางแผนเหมือนจะไปออกรบ”
เมื่อแต่ละกลุ่มส่งของหน้ารุ่นพี่ โพลาร์มองซองกันชื้นอยู่พักใหญ่ อ้อมยื่นซองกันชื้นจากร้านค้าจริง ๆ (พวงกุญแจประดับ) โพลาร์หัวเราะแห้ง “เก็บของแบบมีสไตล์ขนาดนี้ เอาไปเต็มคะแนน…”
จู่ ๆ บอยตะโกนลั่น “เฮ้ย ทุกคน! ใบโจทย์มันหล่นอยู่ตรงนี้!” เบลล์หันขวับไปดู กระดาษแผ่นหนึ่งบนพื้นเขียนไว้ว่า “หาสิ่งของสามอย่าง: เหรียญสิบ, ขยะรีไซเคิล, เมล็ดลิ้นจี่” เดียร์ร้องอุทาน “ไปวิ่งหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรมาทั้งวันเนี่ย!” ทีมทั้งสายหัวเราะลั่น
เบลล์หน้าเสียแต่ยังขำ “มันจะบังเอิญเกินไปไหมเนี่ย?” โพลาร์เดินมาปลอบ “ชีวิตมหา’ลัยมันก็อย่างนี้แหละ ตีความไปคนละทิศ” ทุกคนพากันแบ่งปันข้าวของที่เก็บมาให้รุ่นพี่ดูกันราวกับเป็นของล้ำค่า
แต่ความวุ่นวายยังไม่จบ เมื่อประกาศแจกเหรียญรางวัล กลุ่มหมูหวานออกอุบายว่ากลุ่มเบลล์ลอกโจทย์เขา หมูหวานยัน “เหรียญเปลือกเมล็ดลิ้นจี่แบบนี้กลุ่มเรามี!” เบลล์กับเดียร์อึ้ง “แต่เราหาเองนะ!”
โพลาร์จ้องหน้าเขม็ง หยิบเหรียญสิบขึ้นมาถาม “นี่คิดได้ยังไงว่าเหรียญสิบคือเหรียญห้าบาท?” เบลล์ยิ้มแหย ๆ “ก็…มันกลมเหมือนกันค่ะ” ทุกคนเงียบอึ้งไปครู่ แล้วก็หัวเราะก๊าก
สถานการณ์เริ่มตึง หมูหวานเสนอให้แข่งรอบ Tie-break “เอาไปเลย! ประกวดเสียงร้องนกหน้าคณะ ใครทำเสียงเหมือนกว่าชนะ!” อ้อมยิ้มเย็น ๆ “ชนะจะได้ใบสนับสนุนงานคืน” เบลล์กุมขมับ “เราเนี่ยจะไปชนะแบบไหนเนี่ย”
เดียร์ขึ้นไปร้องเสียงนกแก้วได้พิลึกจนโพลาร์หัวเราะท้องแข็ง ฝ่ายหมูหวานดัดเสียงจนคล้ายไก่ขันมากกว่า แต่บอยลังเลให้คะแนน “อันนี้เหมือนไหม?” โพลาร์ส่ายหน้า “เหมือนไม่เหมือน อันนี้ไม่เหมือนเลย” ทุกคนหัวเราะจัดกันใหญ่ กลายเป็นมิตรภาพระหว่างกลุ่มโดยไม่รู้ตัว
ท้ายที่สุด งานแจกรางวัลถึงเวลาประกาศผล โพลาร์ยืนหน้าห้องพร้อมกล่องรางวัล “กลุ่มที่ไม่ได้ใบโจทย์…แต่หาของผิดหมดเลย กลายเป็นตำนานคณะปีนี้!” ทุกคนหันปรบมือให้เบลล์กับพวก แทนที่จะเฉา กลายเป็นดังในวันเดียว
เบลล์หัวเราะกลั้น “อย่างน้อยเราก็ได้ความทรงจำดี ๆ ไว้อวดหลาน!” เดียร์ยิ้ม “และประสบการณ์ตีความโจทย์ที่ลืมไม่ลง!” โพลาร์สรุป “ปีนี้พวกเราได้รุ่นน้องสายแฟนตาซีเข้าสู่คณะแล้ว” ทุกคนแซวกันครึกครื้น เดินออกจากลานรับน้องพร้อมเสียงหัวเราะไม่ขาดสาย
ตกเย็น เบลล์กับกลุ่มเดินออกจากคณะ ยังถกกันไม่จบว่าเหรียญห้าบาทกับเหรียญสิบต่างกันยังไง บอยขับมอเตอร์ไซค์ผ่านมาตะโกน “ปีหน้าใช้แค่ใบขับขี่รถเลยมั้ย เผื่อใครหาเหรียญไม่ได้!” เด็ก ๆ ระเบิดเสียงหัวเราะพรึ่บสุดท้าย ก่อนวันรับน้องจบลงด้วยมิตรภาพและความปะทะอารมณ์ขันที่ไม่มีวันลืม