ติวเข้ม…วุ่นรักนักสับเปลี่ยน
เสียงฝีเท้าดังโครมครามกับเสียงหอบหายใจของปุณย์ พุ่งเข้าไปในห้องติวก่อนเวลานัดสิบห้านาที เขาหยิบหนังสือสรุปผิดเล่มมาหอบใหญ่ แต่เดินเข้าไปด้วยหน้ามั่นใจอย่างที่สุด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“กะ พี่ติว!” ปุณย์ตะโกนพร่ำ ก่อนจะเห็นว่าคนที่นั่งอยู่ในห้องแล้วคือปราง ไม่ใช่อาจารย์ — แต่เป็นเพื่อนที่ไม่เคยมาสายแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต
“ยังอีกสี่สิบห้านาที ปุณย์ ใจเย็นได้ปะ” ปรางเงยหน้าจากปากกาไฮไลต์
“กลัวไม่ทัน… วันนี้ฉันวางแผนติวไว้ละ ละเอียดเว่อร์!” ปุณย์ยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ
“อย่าบอกนะ ว่าพี่ติวมาแบบ random ตามสไตล์นายอีกละ?” เสียงเจน ถามพลางโผล่เข้ามาเก้าอี้ข้างๆ มือถือยังห้อยสายชาร์จ
“เปล่า ฉันวางแผนไว้ละ— เดี๋ยวเล่ายาวให้ฟังระหว่างติว!” ปุณย์มั่นใจในวิธีเตรียมตัวแบบ ‘ครบวงจร’ ของตัวเองสุดฤทธิ์
เวลาผ่านไปอีกห้านาที หมิว — สาวหวานชอบลืมของ ตะกุกตะกักเดินเข้ามา ทั้งที่ถุงขนมเต็มมือ
“อ้าว หมิว มาได้ไงล่ะ จารย์บอกไม่เข้าใจเลขไม่ใช่เหรอ?” ปรางถาม
“ก็มาติวอ่ะค่ะ เผื่อฟลุ๊คเข้าใจ ฮ่าๆๆ เอาขนมไหม?” หมิวยื่นขนมจ่อปากเพื่อนด้วยรอยยิ้มสะเปะสะปะ
ทันใดนั้น ก้อง ลูกชายร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ที่โผเข้ามาด้วยมาดร้อนรน เสียงโทรศัพท์แจ้งเตือนแชทติวขึ้นพร้อมกันทุกคน
“ใครจะอ่านแผนติวมั่งเนี่ย!” ก้องบ่น “ฉันทำ flowchart ไว้โคตรดี เห็นป่าว!”
เจนแกล้งหัวเราะร่า “แถวบ้านเรียกว่า เมนูเดินเรื่องละมั้ง ก้อง…”
ปรางถอนหายใจแรง “สรุปวันนี้ติวเลขหรือสรุปชีวิตใครกันแน่!”
ยังไม่ทันเริ่ม ติ๊ก วิศวะฯ ปี 1 ที่มั่นใจว่าเตรียมติวคณิตโดยอัดคลิป youtube ฟังเองทุกเช้า โผล่มาด้วยอุปกรณ์ติวของตัวเอง สายหูฟังยาวเกะกะเต็มโต๊ะ
ปุณย์เริ่มอธิบาย “วันนี้เราจะ… เอ่อ… ติวเลข…รึเปล่านะ หรือวิชาไร ตกลง?” ทุกคนหันไปมองหน้ากันเงียบ
“สรุปเลขนะ!!” เจนตัดบท
ก้องก้มดูโน้ตในมือ “แต่ฉันสรุปชีวะมานะ…”
หมิวอ้าปาก “อ้าว ฉันเตรียมสังคมละ…”
ทุกคนเริ่มต้นอึ้ง จากนั้นเสียงหัวเราะก็ระเบิดขึ้น ปรางพยายามเก็บอารมณ์
เจนพูดเบา ๆ “คือ…ขอแค่มีเพื่อนติว ไม่ต้องเป๊ะก็ได้มั้ง…”
พอเริ่มติวจริง ปรางจัดตารางใหม่ พยายามจับคนนั่งกลุ่ม ผลคือ หมิวโดนจับนั่งหน้า ก้องไปอยู่มุม เจนก็เอามือถือไปซ่อน โกลาหลกว่าเดิมเพราะแต่ละคนสนใจไม่ตรงกัน ติ๊กเปิดคลิป youtube ดังลั่นจนคนอื่นสับสน
“ติ๊ก ปิดคลิปก่อน! เดี๋ยวสอนเอง!” ปรางไม่ได้ดุก็ขึ้นเสียงพิกล ก้องลุกไปปิดเสียงแต่ดันไปขยับปลั๊กไฟ หลุดหมดทั้งโต๊ะ
ไฟดับ ชั่วคราว ทุกคนหยิบไฟฉายมือถือขึ้นมา ส่องหน้าตัวเองจนดูเหมือนกำลังเล่าเรื่องผีมากกว่าติว เลยหัวเราะให้กับความเปิ่นของตัวเองอย่างพร้อมหน้า
เมื่อไฟติด ปรางลองอธิบายโจทย์ยาก ๆ ด้วยความเครียด ขณะที่ปุณย์ชิงอธิบายแบบเวอร์วัง เจนเล่นมุกเสริมตลอด หมิวเน้นความน่ารักเข้าว่า ส่วนก้องสลับอธิบายเป็นศัพท์ช่างมอเตอร์ไซค์ ใครเข้าใจอะไรไปบ้างไม่มีใครรู้
เสียงติ๊กดังแทรก “สรุปตอนนี้ถามได้ไหม หรือรอจบคลิป ฉันงงกับพวกแกมาก…”
ปุณย์ปิดตา “ไหน ๆ ติวกันเองซะเลย ติ๊กถามมาก่อน!”
“ข้อหนึ่งลบข้อสองได้เท่ารัย?” ติ๊กพูดติดสำเนียงเหนือ ทุกคนหยุดคิด
ก้องตอบ “แล้วแต่มอเตอร์ไซค์ลูกพี่เครื่องอะไร…” ทุกคนจ้องหน้าแบบไม่แน่ใจว่านี่ประชดหรือแค่ติดลุค
บทสนทนาเริ่มกลับมาวุ่น ปรางเริ่มสรุปแบบเร็วเจนโยนมุก หมิวตามไม่ทัน แต่หัวเราะไว้ก่อน ก้องเปิดแผน diagram ตัวเอง ทุกคนพูดทับกันมั่วไปหมด ภาพห้องติวกลายเป็นตลาดนัดขนาดย่อม
“เฮ้ย ๆ พวกเราแค่ลองอ่านโจทย์ตรง ๆ ก่อนดีมั้ย?” ปรางยอมแพ้อีกนิด
เจนอ่านโจทย์ดัง ๆ “สมศรีไปซื้อทุเรียน 5 ลูก…” ทุกคนเริ่มประเด็นซื้อทุเรียน หลุดจากเรื่องคณิตไปเถียงกันเรื่องราคาตลาดแทน
“มีใครรู้มะ ทุเรียนปีนี้โลละเท่าไหร่?” หมิวแทรกเสียงอ่อน
ก้องตอบ “ตลาดพ่อฉันโลละร้อยแปดสิบ แต่ถ้าซ่อมคาร์บูฯ ให้ลดอีกต่างหาก…”
ติ๊กเริ่มเครียด “ตกลงห้องนี้เรียนเลขหรือสังคม หรือเรียนราคาทุเรียน?”
ทุกคนหัวเราะลั่น ปรางได้โอกาสคุมเกม “โอเค! คราวนี้…ข้อสอง ใครตอบได้ก่อนถือว่าชนะ…”
เสียงวุ่นวายกลับมา ทุกคนตอบพร้อมกันแต่ไม่ตรงกับข้อสอบสักคน ปรางทำหน้าสิ้นหวังแต่ก็ยิ้มออกมาเองกับความไม่เป็นท่า
หลังพักเบรก หมิวชวนเล่นเกมทายใจเพื่อหลบความเครียด ปรากฏว่าทุกคนตีความกติกาผิดคนละแบบ ก้องคิดว่าเป็นเกมบอกความลับ ส่วนเจนคิดว่าต้องเดาอนาคต ติ๊กเข้าใจว่าเล่นจับผิด ปรางไปไกลถึงวิเคราะห์นิสัย ส่วนปุณย์ก็ยังเชื่อว่ากำลังแข่งติวความรู้ ทุกคนหัวเราะกับตัวเอง
บ่ายคล้อย กลุ่มเพื่อนเริ่มแตกกระจาย ทีมหนึ่งไปกินขนม อีกคนหายไปกับโทรศัพท์ เป้าหมายติวถูกเบี่ยงไปสู่การเม้าท์น้ำเน่าของแต่ละคน หยิบเอาความเข้าใจผิดมาพูดขำ ๆ แบบสัพเพเหระ
เมื่อเริ่มกลับมารวมอีกที ปรางพยายามจริงจัง “ขอถามหน่อย ทำไมถึงต้องมานั่งเจออีแบบนี้ทุกปี?”
ปุณย์เงียบไปครู่หนึ่ง “เพราะ… ถ้าไม่มีพวกเรา ฉันคงไม่ไหวที่จะติวเอง…”
เจนยิ้ม “อยู่กับนี่แหละฮาแน่นอน ตกก็ยังตกกันพร้อมหน้า”
ติ๊กสรุปเบา ๆ “ฉันว่าทุกคนมีวิธีรอดของตัวเองเนอะ…”
ทุกคนพูดแซวก้องว่าสอบนี้ถ้าได้ถึงครึ่งสิบถือว่ามหัศจรรย์
บรรยากาศสบถขำ ๆ ประสาเพื่อน รอยยิ้มเต็มห้อง
จนจบวันนั้น ไม่มีใครรู้ว่าจะสอบผ่านไหม แต่เสียงหัวเราะ ขนมเละ ๆ กับกระดาษโน้ตเลอะน้ำตาลเยิ้ม… กลายเป็นของฝากที่มากกว่าความรู้
ก่อนแยกย้าย ปุณย์บอก “เดี๋ยวคราวหน้าติวด้วยวิธีของเราทุกคน เอาตามใจใครมีอะไรเด็ดเอามาเลย!”
เจนเสริม “แต่โดนแซวระหว่างติว… ใครเบากว่าแพ้!”
ปรางยิ้มกับความมั่นใจผิด ๆ ของเพื่อน “แค่ไม่ต้องซื้อทุเรียนมาแจกนะ…”
ก้องเสียงดัง “งั้นรอบหน้าเจอกันที่ตลาดทุเรียน!”
เสียงหัวเราะสุดท้ายดังขึ้น กลุ่มเพื่อนแยกย้าย อบอวลด้วยมิตรภาพที่ไม่มีสูตรใดสำเร็จ… ยกเว้นความโกลาหล