หอพักวุ่นลุ้นบะหมี่ใส่รองเท้า
“เอ้า รองเท้าเราไปไหนวะ!” ไฟน์—นักศึกษาปีหนึ่งผู้มั่นใจว่าตัวเองรู้ทุกเทรนด์วิถีเด็กหอ—ตื่นเช้ามาพร้อมความวุ่นวายทันที รองเท้าผ้าใบคู่ใหม่ที่หวังจะใช้เป็นพร็อพถ่ายรีวิววันแรกของชีวิตหอพัก ดันสาบสูญอย่างไร้ร่องรอย กลิ่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหยอดๆ โชยเข้าจมูกจนไฟน์งงหนักขึ้น “อะไรเนี่ย เพิ่งเจ็ดโมงครึ่ง!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“มื้อเช้าคือพลังชีวิต” เสียงยานๆ มาจากป๊อก เพื่อนร่วมร่วมห้องที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อคืน ป๊อกแต่งตัวด้วยเสื้อยืดลายโดดเด่น สีหัวเขียวขจี กับหูฟังรุ่นย้อนยุค ไม่สนใจว่าไฟน์กำลังขวัญเสีย “ลองหาใต้เตียงยัง”
ไฟน์เหล่ออกไปนอกระเบียง ทางเดินจุดรวมรองเท้ายังดูปกติ มีรองเท้าหนังคู่ของห้องฝั่งตรงข้ามวางทับ มีกล่องบะหมี่เปล่ากลิ้งอยู่อีกฝั่ง “โทษทีนะ ขอยืมหม้อต้มหน่อย” ป๊อกพูดพลางเดินมากับอีกหน่อ ไอ้ม่อน—เด็กวิศวะผอมบาง แต่ขาไว คว้าหม้อไปแบบเกือบจะวิ่ง ไฟน์เจ็บใจแต่ยังไม่อยากทะเลาะแต่เช้า
จ๊อบ เพื่อนร่วมชั้นตัวใหญ่แต่อารมณ์บูด (ที่ไฟน์ถูกแทนด้วยชื่อ ‘บอส’ เป็นประจำ) เดินมาสูบบุหรี่หน้าหอ “รองเท้าแกนี่ไซส์เท่าไรวะ หายใช่ไหม หอก็เพิ่งเปิด นักขโมยคงยังไม่กล้ามั้ง”
ทุกคู่ตามรอยไป แต่ว่ารองเท้าผ้าใบยังไร้วี่แวว ไฟน์เริ่มคิดมากว่าต้องถ่ายรีวิว #ชีวิตเด็กหอ แบบใส่รองเท้าแตะหรือรองเท้ายืม “ถ้ารองเท้าหายแต่ได้ผลรีวิวก็ดีอยู่ แต่นี่เสียตั้งแต่เริ่ม”
“แกตั้งใจจะรีวิวอะไรเป็นอย่างแรกวะ” จ๊อบเอ่ย ไฟน์เหนื่อยใจจะตอบ ทันใด เด็กปีสี่ห้องข้างบนเดินลงมาพร้อมแจ้งข่าว “ใครเอารองเท้าไปโยนใส่ห้องน้ำรวมวะ!” ทุกคนมองหน้ากันเอง เงียบไปชั่วขณะ ก่อนเสียงหัวเราะจะดังขึ้น
“เดี๋ยว ไหนว่ากันช้าๆ นี่รองเท้าเราหรอ!?” ไฟน์วิ่งตามคนขึ้นไปบนชั้นสาม พบว่ารองเท้าเขาเปียกโชก และมีเส้นมาม่าพันอยู่ข้างใน “ใครมันจะแกล้งแบบพิสดารขนาดนี้”
ป๊อกพยายามจะอธิบายบางอย่างแต่ติดเสียงกลืนมาม่า “เมื่อคืนแกล็อกห้องหรือเปล่า”
“เออ! ล็อกแล้ว แต่กุญแจหาย เดี๋ยว…หรือว่าตอนหิวเมื่อคืน…เราจำผิด!?” ไฟน์เริ่มงงกับตัวเอง “คือฉันเดินออกจากห้องตอนดึกเพื่อไปรับเบอร์เกอร์ ไว้บนโต๊ะข้างห้องน้ำ… เอาใส่รองเท้าไว้กันแมว…พ่ะ”
“มันก็เลยมีทั้งรองเท้า ทั้งบะหมี่ ทั้งอาร์ท และแมวรวมอยู่ในห้องน้ำ?” ม่อนทำท่าตรึกตรอง ยกหม้อต้มขึ้นปล่อยไอน้ำเอื่อยๆ
“สรุปรองเท้ามึงไม่หาย แต่เจอเส้นมาม่า” จ๊อบสรุปเรียบๆ ทุกคนฮากันพรึ่บ ไฟน์หมดคำถามกับตัวเอง ต้องแช่รองเท้าไว้อีกวัน
เรื่องวุ่นคิดว่าน่าจะจบแค่นี้ แต่แล้ว… เย็นวันนั้น กล่องมาม่าติดป้ายชื่อไฟน์ไปโผล่หน้าห้องมาริสา—สาวแฟชั่นที่เพื่อนทั้งหอหมายปอง “ขอโทษนะ นี่ของเธอหรือเปล่า ฉันไม่ได้กินนะ เพื่อนอีกห้องบอกเธอเป็นเจ้าของรสต้มยำเรือผงทอง”
ไฟน์ยังไม่ทันแก้ตัว มาริสาก็หัวเราะกับฉลากชื่อและบ่นเรื่องรองเท้า “วันหลังถ้าจะแปะชื่อมาม่า อย่าใช้สติกเกอร์ลายน้องหมา แฟชั่นอย่างฉันเขิน”
“ผม…ผมจะจำไว้นะครับ” ไฟน์ตอบขัดเขิน เป้าหมายในใจ—รีวิวชีวิตหอให้ฟีลคูลอย่างที่ฝัน เริ่มมีรอยร้าว
คืนนั้นเสียงเคาะประตูดังรัว “ไฟน์ ทำไมซื้อบะหมี่มาฝากขนาดนี้วะ” ม่อนถือกล่องบะหมี่กองพะเนิน “นี่แกแปะชื่อแล้วแจกทั่ว หรือใครเอาของแกไปแกล้งกันแน่”
ป๊อกเดินออกมาคาบฟันสีฟ้า “อ๋อ เรานึกว่าเป็นกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ น้องปีหนึ่งแจกมาม่า ใครๆ ก็รับ ความเข้าใจผิด!”
ไฟน์ทำหน้าเหวอ “นี่แกเอาของฉันไปแจกจริงอะ!?”
“ก็เห็นเขียน ‘ไฟน์’ แล้วคิดว่าของส่วนกลาง สุดท้ายคนทั้งชั้นกินหมด” ป๊อกหัวเราะ
เสียงเคาะประตูอีกระรอก มาริสาโผล่หน้าเข้ามาพร้อมเพื่อน “โทษทีนะขอแลกมาม่าเธอเป็นรสร้านเราหน่อย ของเราเหลือแต่ผง” ดูเหมือนเรื่องรองเท้า-บะหมี่จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่ไฟน์ไม่ทันตั้งตัว
รุ่งขึ้น กลุ่มคนหอรุมโกลาหลอยู่ตรงโถงกลาง หัวข้อร้อน: “ไฟจุดบะหมี่ใส่รองเท้า” มีป้ายประกาศพร้อมข้อหา “โปรดอย่าวางอาหารในรองเท้า” ป๊อกรับบทนักแสดงหลัก สาธิตเดินใส่รองเท้าหันมาแจกบะหมี่ ใบหน้าป่วนสุดขีด
“เขาเอาภาพกล้องวงจรปิดไปดู แกเดินมึนๆ ตอนตีสาม ถือบะหมี่ กับรองเท้า เดี๋ยว…” ม่อนชูนิ้วเกาหัว “หรือจะฝัน”
ไฟน์ทำหน้าเหม่อ ยิ่งอายมากขึ้น “รีวิวชีวิตหอ #วันแรก จะรอดไหมวะเนี้ย!”
จ๊อบส่งเสียงขำ แต่กลายเป็นหาช่องทางแก้ไข บ่นงึม “ถ้ารีวิวแกดัง คนคงเล่นรองเท้า-บะหมี่กันทั้งประเทศ” ทุกคนในหอเริ่มโพสต์เล่นกันยกใหญ่
ปัญหาใหญ่กลางทางที่ควรจบลงด้วยมาม่าไม่กี่ซอง กลับขยายเป็นปาร์ตี้บะหมี่รองเท้าหน้าหอในค่ำถัดมา มีประกวดรองเท้าแฟนซี-ธีมมาม่า ไฟน์โดนเชิญให้เป็นพิธีกรพร้อมรับตำแหน่ง “น้องใหม่ลีลามาม่ารองเท้า”
มาริสาเดินมายื่นเส้นมาม่าแห้งร้อยเป็นสายสร้อย “ของขวัญน้องใหม่จากชั้นสี่ สู้ๆ กับชีวิตหอ ขอให้โชคดีกว่าเรื่องรองเท้านะ”
ไฟน์หัวเราะเจื่อนๆ มองเพื่อนใหม่ที่ร่วมมือกับเขาทั้งที่ไม่ตั้งใจ “ชีวิตหอมันซับซ้อนแต่พยายามเข้าใจ คงได้แต่ฝากรีวิวไว้ค้านกับมาม่าที่ติดในรองเท้า”
เสียงโห่ร้องของทุกคนในหอทำให้ไฟน์รู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง แม้ความมั่นใจเกินเหตุจะทำให้พังตั้งแต่วันแรก คนรอบข้างก็นำพาอารมณ์วุ่นวายไปสู่ความสัมพันธ์ที่ไม่มีบทเรียนใดสอน
จบปาร์ตี้ แม้รองเท้ายังคงกลิ่นบะหมี่อยู่บ้าง ทุกคนในหอได้ใกล้ชิดกันขึ้น ไฟน์กับมาริสาเดินเล่นคุยกันถึงโลกอนาคต “วันนึงฉันจะเลิกวางมาม่าในรองเท้า” ไฟน์กระซิบ
“ถ้าเลิกแล้ว ฉันจะคิดว่าชีวิตหอขาดสีสันนะ” มาริสายิ้ม ตบท้ายไฟน์ทำแก๊กขำ “มีใครอยากชิมรองเท้าไหม!” ม่อนกับป๊อกตอบพร้อมกัน “พอเถอะ รองเท้านายเซอร์วิสเต็มที่แล้ว”
เสียงหัวเราะปกคลุมหอ ที่สุดชีวิตหอไม่เหมือนรีวิวในโลกโซเชียล แต่มันก็ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้