ชมรมสอบตกกับภารกิจลับลวงโลก
“วิ่งเร็ว! ไอ้ต้าวิ่งเร็ว!” เสียงตะโกนของฟ้าทำลายความนิ่งยามเช้าในโรงเรียนมัธยมดารากรทันทีที่ชายผู้มั่นใจสุดขั้วอย่าง “ต้า” ลากเพื่อนสาวหน้าตื่นกับ “ป่อง” เพื่อนตัวกลมหน้าจืดเข้าโรงเรียนอย่างร้อนรน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ขอโทษ ๆ รถเมล์มันเร่งเครื่อง…ป่อง! นายจะล้มทำไมวะ เดี๋ยวอาจารย์เห็น!” ต้าว่า ป่องที่หอบหายใจเสียหลักซะเองส่ายหน้า
“ชั้นล้มนะ ไม่ใช่สอบตก!”
“ก็ล้มกับสอบตกมันใกล้กันไง กลุ่มเราพิเศษไง ป่อง!” ฟ้าแทรก เสียงเหนื่อยแต่ยังไม่ทิ้งความขี้กลัว หน้าตาเธอเหมือนเจอผีในทุกเช้า
ทุกคนวิ่งดิ่งเข้าห้องชมรม ทั้งสามเป็นสมาชิกคนแรกและคนสุดท้ายของ “ชมรมสอบตก” ของโรงเรียน กล้าตั้งโดยหัวหน้าแก๊งอย่างต้า หลังวันสอบกลางภาคเทพ ๆ แต่เหลือคะเเนนติดร้อยท้ายแถว
“โอ้ย…เราเป็นชมรมเดียวที่ไม่มีใครมาเข้าร่วมเลยเหรอวะต้า” ฟ้าถามเสียงเบา มองแผ่นกระดาษ A4 แปะว่า “ชมรมสอบตก ก่อตั้งเพราะความล้มเหลวคือครู” สะท้อนอยู่ตรงฝาผนัง
ต้ายิ้มจนปากจะแตก “นี่แหละโอกาส! เราต้องพิสูจน์ว่าการสอบตกคือก้าวแรกของความยิ่งใหญ่—แต่ก่อนอื่น เราต้องมี ‘โปรเจกต์ยักษ์’ ให้โรงเรียนสะเทือน!”
ป่องเลิกคิ้ว “อะไรคือโปรเจกต์ยักษ์…”
“คืออะไรก็ได้ที่ทุกคนร้องว้าวไง!” ต้าย้ำ แต่ยังไม่ได้คิดอะไรเลยจริง ๆ
จู่ ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น ครูที่ปรึกษาจอมเงียบ “ครูสมบัติ” โผล่มาพร้อมแว่นกรอบดำเล็ก
“พวกเรามีโปรเจกต์อะไรจะนำเสนอที่งานเปิดบ้านโรงเรียนไหม?” ครูถามเสียงเรียบแต่ลึก ๆ แอบมีแววคาดหวัง
ต้ายิ้มแก้มจะปลิ “พวกเรามีสิครับ เดี๋ยวครูรอดูเลย!”
ฟ้ากระซิบ “เรายังไม่มีไอเดียเลย…”
“เดี๋ยวคิดคืนนี้ก็ได้ ฟ้า เราฉลาดอยู่แล้ว—อย่างน้อยก็ตอนสอบที่ไม่โดน 0 เข้มข้น” ต้าแวะขำตัวเอง
หลังครูไป ทั้งแก๊งเงียบอึ้ง
“ชั้นกลัว…ชั้นว่าชั้นควรลาออกตั้งแต่ยังทัน” ฟ้าส่ายหัว
“ไม่มีใครลาออก! เรามีพันธกิจแล้ว มันเท่จะตาย!” ต้ามองตนเองในกระจกโต๊ะด้วยท่ามั่นใจเกินร้อย
ป่องเอามือกุมหัว “เราไม่มีอะไรเลยนะ…หรือเราจะโชว์ว่าเวลาสอบตกรีแอคยังไง…”
“ไม่ ๆ! เราจะคิดโปรเจกต์ที่ฉีกทุกกรอบ จำไว้—’ความล้มเหลวก็คือรากฐานแห่งชัยชนะ’” ต้าพูดเสียงดัง เสียงสะท้อนอยู่ในห้องชมรมที่เงียบเหงา มีเพียงเสียงพัดลมตึก
คืนนั้นทั้งสามแชทกลุ่มถกเถียงกันเรื่องไอเดีย ฟ้าส่งไอเดีย “ทำกิจกรรมให้ทุกคนมาลองสอบตกแล้วแชร์ความรู้สึก” แต่ป่องเสนอ “แข่งใครทำพลาดเยอะสุดแต่ยิ้มได้” ส่วนต้ายังคาดหวังอะไรที่ ‘บิ๊ก’ กว่านั้น
“โปรเจกต์ล้มแล้วลุก!” ต้าพลั้งพิมพ์ออกมาโดยไม่ทันคิดความซับซ้อน
ฟ้าตอบทันที “มันคือกิจกรรมกีฬาสีเหรอ”
ป่องเสริม “เรากำลังจะเล่นตลกหรือสร้างแรงบันดาลใจ?”
ต้าครุ่นคิด ในขณะที่มือกดคีย์บอร์ดไปมา “มันจะเป็นโปรเจกต์ที่ทำให้ทุกคนเห็นว่าความผิดพลาดก็หัวเราะได้!”
เสียงบืน ๆ เข้ากลุ่มจากมือถือฟ้า ครูสมบัติเช็กไลน์ถามชื่อโปรเจกต์ ฟ้าตื่นเลยพิมพ์กลับ “โปรเจกต์ล้มแล้วลุก” ทันที ส่งกลับไปก่อนถามเพื่อนอีกสองคน
ป่องถึงกับหันไปหาในกลุ่ม “เอ้า เราตกลงจะทำอะไรแน่?”
“ตอนนี้เราทำโปรเจกต์ล้มแล้วลุก…แต่ยังไม่รู้ว่าต้องทำอะไร” ต้ายักคิ้ว โทนเสียงมั่นใจ แต่ในหัวว่างเปล่า
วันถัดมา ข่าวลือในโรงเรียนเริ่มกระฉ่อน “ชมรมสอบตกเตรียมจัดโชว์พิเศษ-ไม่เคยมีใครทำมาก่อน!”
ห้องพักครูเริ่มเมาท์ “เด็กเธอจะปีนกำแพงโชว์รึเปล่า?” “หรือจะเดินไฟลุยถ่านแดง” บรรดาครูเดากันไปต่าง ๆ นานา เพราะไม่มีใครรู้จริง ๆ ว่าคืออะไร
ฟ้ากังวลหนัก “ใช้ชื่อโปรเจกต์ผิดรึเปล่าวะ ถ้ามีคนมารอเห็นล้มจริง ๆ จะซวยไหม?”
ป่องหน้าเครียด “ไอเดียใครก็ไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้ชื่อไปไกลกว่าเนื้อหาแล้วนะ”
“ใจเย็น เราต้องแผนสอง แสดงพลังบวก! คนมากันเยอะแน่!” ต้ายังลอยลำความมั่นใจ
“แต่เรายังไม่มีอะไรที่จะโชว์เลย…” ฟ้าเสียงสั่น
ต้าเห็นปัญหา เขาชูมือขึ้น “เราไปขอยืมหุ่นจำลองวิทย์มาล้ม!”
“ได้เหรอ? เดี๋ยวอาจารย์ยึดชมรมแน่…”
ต้ายิ้ม “เราจะล้มแบบมีศิลปะ!”
ทั้งสามจึงเข้าแล็บวิทย์ตอนเที่ยงแอบยืมหุ่นปลอมกลับห้องชมรม โดยที่ครูวิทย์มองด้วยสายตามีเงื่อนงำ แต่ไม่ว่าอะไร
คืนนั้นต้าแต่งสคริปต์การแสดง “หุ่นเรียนรู้ความผิดพลาด” แต่พออัดวิดีโอเห็นว่าหุ่นโยกเยกจนน่ากลัวมากกว่าให้กำลังใจ
ฟ้าดูคลิปเเล้วถอนหายใจ “จะกลายเป็นเล่านิทานผีหุ่น….”
ป่องเสนอ “เราควรหากิจกรรมที่ไม่ใช่โชว์หุ่นตกใจคน หรือ…”
“ไม่! ต้องใหญ่กว่านั้น! ตรงไปที่…เล่นละครเวทีสั้น ๆ” ต้าตัดบท มั่นใจเต็มสูบ
“จะหาคนแสดงจากไหน? พวกเราสามคน…” ฟ้างุนงง
“ก็เล่นสามบทบาท! เราแค่เปลี่ยนเสื้อผ้าไป-มา เดี๋ยวป่องก็เล่นเป็นคุณครู ฟ้าก็คือฉันเอง อีกบทคือหุ่นนี้!” ต้าโบกไม้โบกมือ
ซ้อมวันแรกกลายเป็นความยุ่งเหยิงเมื่อฟ้าอ่านบทผิดตลอด ป่องตื่นเวที รีมทวนบทอยู่ได้สามบรรทัด แล้วกล้องที่อัดวิดีโอดันแบตหมดกลางคัน
“โอ้ย เราจะโดนดุกันมั้ยเนี่ยวันงาน” ป่องวางมือ
“เราจะโดนชมเหมือนศิลปินที่สุดขอบโลก!” ต้ายังไม่ยอมลดลาวาศอก กับความฝันอันเวิ้งว้าง
มาถึงวันงานเปิดบ้าน โรงเรียนวางเวทีให้กลางโรงอาหาร เสียงลือศึกกิจกรรม “ล้มแล้วลุก” ทำให้ทุกสายตาหันมาที่มุมชมรมสอบตกกันหมด
ฟ้านั่งฟุบโต๊ะ “เธอคิดไปเองใช่ไหมว่าเขาจะมาดูเรา”
ป่องพูดเบา “มีแต่คนรอดูเจ๊งกับล้มแล้วลุกจริง ๆ…”
ต้าฉุดแขนเพื่อน “ดูบนนั้น! ครูสมบัติก็มา เดี๋ยวเราแสดงความล้มเหลวอย่างทรงพลังให้ดู!”
บนเวที ต้าแต่งตัวลายพร้อย หยิบไมค์ “สวัสดีครับ! วันนี้ชมรมของเราจะทำให้ทุกคนเห็นว่าความล้มเหลวไม่ได้น่ากลัว…มาดูกัน!”
การแสดงเริ่มต้นด้วยฟ้าเดินออกมาเป็นคนสอบตก ฉากแรก เธอก้มหน้ามุดโต๊ะผิดฝ่าย พูดผิดคำ ฝ่ายป่องที่รับบทอาจารย์แทบจำบทไม่ได้ ต้าลนบนเวทีเปลี่ยนเสื้อผ้าสลับไปมาก็เหมือนออกกำลังกายกลางเวที
ผู้ชมทั้งห้องเริ่มขำจากความเงอะงะ และยิ่งหัวเราะเมื่อฟ้าเผลอเรียกป่องว่า “แม่” แทน “ครู” กลางประโยค แล้วป่องจ้องหน้า “แม่! เอ๊ย ครู ๆ” ทำให้นักเรียนหัวเราะทั้งห้อง
ต้าออกมาเป็น “หุ่น” โดยติดหัวหุ่นหลุดผิดจังหวะ หัวหล่นกลิ้งจากเวทีลงพื้น เด็ก ป.1 รีบหยิบไปโยนกลับขึ้นมา
เสียงครูสมบัติ “นี่มันโปรเจกต์แกล้งล้มแล้วลุกจริง ๆ เหรอ”
“เปล่าครับ ผม…เอ่อ…ผมตั้งใจสร้างแรงบันดาลใจ!” ต้ายิ้มเจื่อน ต่อหน้าทุกคน
ตรงนั้นเอง ฟ้าตัดสินใจลุกขึ้นพูด “ค่ะ…บางทีเราก็กลัวพลาดขนาดกลายเป็น comedy ให้คนดูหัวเราะ แต่จริง ๆ มันคือการได้กล้าขึ้นอีกนิด…”
ป่องต่อ “ผม…ผมไม่ค่อยกล้าพูด แต่มันสนุกดีที่ได้พังอะไรบ้าง โดยไม่โดนใครว่า กลายเป็นว่าทุกคนหัวเราะได้จริง ๆ จากพวกเรา ขอให้หัวเราะกับตัวเองบ้างนะครับ!”
บรรยากาศอบอุ่น ทุกคนปรบมือ ทั้งชั้นเรียนและครู อาจารย์ขำกลิ้งกับความมั่นใจผิด ๆ และความเงอะงะงุ่นง่านของสามคน
วันต่อมา โรงเรียนแชร์วิดีโอคลิป “ชมรมสอบตก” ทำงานด้วยหัวใจ ไม่กลัวผิดพลาด ต้ายังเดินยืดอกเต็มที่
ฟ้าเดินมากระซิบ “อยากตั้งชมรมสอบเกือบได้บ้างไหม คราวหน้าจะได้ลองผิดอีกแบบ”
ต้ายิ้ม แล้วพูดเสียงดัง “ครั้งหน้าเราจะทำโปรเจกต์ ‘เกือบสำเร็จ’ ให้มันดูเท่กว่านี้อีก!”
ป่องเสริมทันควัน “เอาแบบที่มีคนดูเพราะรอลุ้นว่าเราจะรอดไหม?”
ทั้งสามหัวเราะ ยืนอยู่หน้าตึกเรียนเหมือนฮีโร่ในแบบที่ตัวเองเข้าใจ แม้ความสำเร็จจะไม่ได้ดูเท่เหมือนในหนัง แต่การล้มผิดพลาดก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มให้ตัวเองและคนรอบข้างได้เสมอ
เสียงออดเข้าแถวดังขึ้น สามคนมองหน้ากันแล้วรีบวิ่งออกไป “จะไปสอบเสริมเหรอ?” ป่องแซว ต้าสวน “เออ! ถ้าสอบตกอีกจะได้ตั้งชมรมใหม่ชื่อว่า ‘ยิ่งสอบตกยิ่งมันส์!’” ทั้งห้องหัวเราะปิดฉากด้วยรอยยิ้ม