สมาคมมั่วซั่วหอเก่าตึกไม้
เสียงโวยวายปั่นป่วนก้องสะท้อนไปทั่วหอพักนักศึกษาตึกไม้เก่า “โต้ง! แกแอบใช้เตารีดฉันอีกแล้วใช่มั้ย!” บุญยงค์ ยืนพิงประตู มือถือกล่องข้าวปิ่นโต อ้าว ยังไม่ทันถามจบ โต้งก็เดินออกมาในสภาพเสื้อยับยู่ยี่ ตาหลับครึ่งเดียว “ของแกร้อนช้ากว่าของห้องข้าง ๆ ฉันเลยต้องยืม เดี๋ยวกะ…แก…จะรีบคืนละกัน”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!บุญยงค์ ทำเสียงไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้โกรธจริงนัก “ยังไงก็นัดประชุมห้องคืนนี้นะ แผนลับ สมาชิกพร้อม!” โต้งเหมือนเพิ่งนึกออก “เฮ้ย เรื่องนั้นอีกแล้วเหรอ แกยังไม่เลิกล่ะ ‘สมาคมต่อต้านแม่บ้านตึกไม้’ ของแกเนี่ย”
ศรีนวล เพื่อนหญิงคนเดียวในกลุ่ม โผล่หัวออกจากห้องตรงข้าม มือยังถือแปรงสีฟัน “ให้ตายสิ ฉันแค่ไม่อยากโดนปลุกตีห้าตอนแม่บ้านมาล้างห้องน้ำผิดเวลากันทุกวันเอง” บุญยงค์ยิ้มภูมิใจ “คืนนี้ สมาคมต้องวางยุทธศาสตร์เด็ด เราจะส่งตัวแทนเจรจา”
โต้งยักไหล่ “ขอฉันหลับสองชั่วโมงก่อน แล้วค่อยไปประชุมได้มะ?” ศรีนวลเสียงสูง “ถ้าโต้งง่วง กินกาแฟฉันก็ได้” โต้งเตะลิ้นปิด “ไม่เอา! ของแกกาแฟหรือยาเบื่อ!” ทุกคนหัวเราะลั่น ตั้งต้นวันใหม่แบบวุ่น ๆ เหมือนเดิม
ตอนเย็นมาถึงอย่างวุ่นวาย บุญยงค์ตั้งโต๊ะประชุมในห้องนั่งเล่น ก้าง ปลา กล่องข้าว เอกสารวางเกลื่อนกลาด ฤทธิ์ หนุ่มอักษรเจ้าความคิด ยกนิ้วชี้ถาม “จะคุยแค่แม่บ้าน? ฉันวางแผนซับซ้อนมาเป็นแผนผังเลยนะ!” ศรีนวลมองขำ ๆ “ขอเถอะ ฤทธิ์ คราวที่แล้ว วิธีหลบตรวจหอของนาย เลยไปปีนรั้วจนตำรวจมา งานนี้ขอแบบใช้สมองปกติ”
โต้งทำท่าจะหัวเราะ แต่หาวซะดัง “แล้วแกจะทำอะไรยงค์ จะยื่นหนังสือ หรือลาออกประท้วง?” บุญยงค์ปิ๊งไอเดีย “เราจะเขียนจดหมายปริศนา ส่งด้วยชื่อปลอม!” ศรีนวล งง “ปลอมทำไม ในเมื่อชื่อจริง ๆ ก็ไม่มีใครสน?” บุญยงค์เชิดหน้าภูมิใจ “เพราะจะสร้างอิทธิพลแบบลับ ๆ ยังไงล่ะ!”
ฤทธิ์เสนอ “เขียนเป็นกลอนดีกว่า แม่บ้านอ่านจะงงเล่น เดี๋ยวจะไม่กล้าเข้าตึกอีก” โต้งสวน “เราอยากให้เขาเลิกปลุกตีห้า ไม่ใช่พากันลาออกหนีหมด!” ทุกคนเริ่มถกกันมั่ว ทั้งหัวข้อกลยุทธ์และวิธีเซ็นชื่อปลอมสุดสร้างสรรค์จนหัวเราะนอนกลิ้ง โดยไม่มีใครสนว่า แผนเริ่มฟังดูแปลกขึ้นเรื่อย ๆ
คืนนั้นเอง ศรีนวลรับหน้าที่เขียนจดหมายประท้วง เจตนาให้สุภาพที่สุดแต่สุดท้าย ดันอ่านตกบรรทัด จนข้อความ “ขอความกรุณา” เพี้ยนเป็น “กรุณาออกไปจากชีวิตเรา” ฤทธิ์ไม่ทันดู ลอกข้อความลงอีกฉบับเอาไปแปะหน้าสำนักงานแม่บ้าน
รุ่งเช้า แม่บ้านรวมตัวกันหน้าหอ โวยวายเสียงดัง “นี่ใครเขียนจดหมายขับไล่!” ตึกไม้แตกตื่น! บุญยงค์กับฤทธิ์ถึงกับเหงื่อตก โต้งรีบแกล้งปลอมตัวเป็นนักศึกษาคณะบัญชีศรีราชาเดินหลบอย่างเนียน ๆ ศรีนวลเองกลั้นขำ แต่งตัวจัดเต็ม ปลอมเป็น ‘ผู้ปกครอง’ มาถามหาความรับผิดชอบ
บ่ายนั้น อาจารย์ฝึกงานผู้คุมหอ เรียกทุกคนในหอกลุ่มใหญ่ไปถามข้อมูล “ใครทำกันแน่” ชาวหอเริ่มซุบซิบ แผนใครรับไม่ได้เริ่มมีการโทษกันเอง บุญยงค์เริ่มเครียด เพราะจดหมายกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ แถมโต้งยังดึงฤทธิ์ไปเปิดไอเดีย “ถ้าความผิดตกที่เรา เราต้องหาคนมารับแทน”
ฤทธิ์ตอบประโยคคลาสสิก “หรือจะโยนความผิดให้ห้องข้างบน?” โต้งทำท่าปรัชญา “ขอแค่หาคนรับแทน ตึกไม้ก็รอด!” ศรีนวลยืนฟังพลางกอดอก “ฟังดูเข้าข้างตัวเองดีเนอะ” โต้งมองหน้าเป๋อ “ฉันก็ว่างั้น…” ก่อนเงียบเพราะหิวข้าว
บุญยงค์กลับมาเจอฤทธิ์ที่ห้อง เถียงกันเรื่องแผนจะหนี หรือนั่งรับกรรมดี แต่ละคนแก้ไขตามนิสัยตนเอง โต้งขอหลบในห้องน้ำ ศรีนวลเสนอจะไปอ้อนวอนขอแม่บ้านให้อภัยแทนเพื่อน ฤทธิ์อยากบันทึกเรื่องนี้เป็นบทเรียนในกลุ่มไลน์ ส่วนบุญยงค์เริ่มคิดว่าทุกอย่างมันจะทรงๆ แบบนี้หรือเปล่า
ขณะเดียวกัน กระแสข่าวลือในหอก็ปะทุหนักขึ้น มีคนลือว่าแม่บ้านจะประท้วงหยุดงานบ้าง บางคนบอกจะมีการย้ายแม่บ้านใหม่มาป่วนชีวิตทุกคนต่อ ทุกอย่างเริ่มดูผิดทิศผิดทางอีกครั้ง
จังหวะเดียวกัน อาจารย์ที่ควบคุมหอนัดประชุมด่วน รวมชาวหอทุกคน บุญยงค์ เตรียมออกโรงสารภาพผิด ศรีนวลซ้อมสุนทรพจน์ขอขมาอยู่ข้าง ๆ ฤทธิ์ยื่นไอเดียบันทึกคลิปขอโทษอัพยูทูบ โต้งเริ่มห่วงอย่างเดียว “ขอให้ไม่มีใครรู้ว่าฉันเป็นคนเตารีด”
ในที่ประชุม อาจารย์ถามว่า “มีใครรับผิดชอบข้อความจดหมายนั้นไหม?” เงียบกริบชั่วขณะ ศรีนวลหายใจเข้าลึก ฤทธิ์ยกมือช้า ๆ แต่บุญยงค์พูดขึ้นเสียงดัง “ผมต้องขอโทษครับ เป็นไอเดียของผมเอง เราไม่ได้ตั้งใจขับไล่แม่บ้าน แต่เพราะเรื่องปลุกผิดเวลาสะสมมานานแล้ว”
อาจารย์ถอนหายใจ “ขอแค่พูดคุยตรง ๆ ก็คงเข้าใจกัน แต่เนี่ย เล่นเขียนจดหมายนึกว่าจะเกิดอะไรขึ้นไหม?” โต้งโพล่ง “ผมคิดว่าจะจบแค่คืนเดียว” ศรีนวลพูดตัดบทแผ่ว ๆ “พวกเราก็ไม่อยากให้ใครเสียใจ ขอโทษจริง ๆ ค่ะ” ทุกคนในหอเริ่มหัวเราะขำกับท่าทางจริงจังของกลุ่มนี้
แม่บ้านคนหนึ่ง เดินเข้ามาเอ่ยเสียงนิ่ง “ฉันไม่ได้โกรธหรอกลูก แค่เมื่อคืนโดนปลุกดูหวยผิดช่องก็หงุดหงิดเหมือนกันเนอะ” ความเงียบเกิดขึ้น ก่อนจะตามด้วยเสียงหัวเราะโล่งใจทั่วทั้งห้อง
เมื่อเหตุการณ์สงบลง บุญยงค์ออกมานั่งหน้าตึกไม้ พร้อมกล่องข้าว เหล่าเพื่อน ๆ รอบข้าง ศรีนวลเอ่ย “คราวหน้าถ้ามีปัญหา ไปเจรจาตรง ๆ ดีกว่าเนอะ” ฤทธิ์ล้อ “แต่ขอมีประชุมรอบดึกอีกได้ไหม? ฉันชอบบรรยากาศนี้” โต้งแซว “ครั้งหน้าฉันจะดูแลเตารีดของตัวเอง!” ทุกคนระเบิดหัวเราะ
สุดท้าย บุญยงค์สรุป “มิตรภาพในหอ คงมีทั้งปัญหาและความวุ่นเนอะ แต่ขอแค่เราอยู่ด้วยกัน แบบเข้าใจผิดบ้างก็ยังโอเค” ศรีนวลยิ้มอ่อนโยน “ชีวิตในหอ ถ้าไม่วุ่นก็ไม่สนุก” ทุกคนยิ้ม มองไปที่ตึกไม้เก่า ๆ ด้วยกัน เงียบและอบอุ่นในวินาทีนี้
ก่อนภาพจะตัดจบ โต้งพูดเบา ๆ “อาทิตย์หน้าฉันชวนทุกคนไปกินหมูกระทะนะ…แต่แค่คนละห้าสิบโอเครึเปล่า?” ทุกคนเปล่งเสียง “ไม่โอเค!” แล้วแทนที่จะเถียงกันต่อ กลับหัวเราะพร้อมกันอีกครั้ง จบวันแบบเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยมิตรภาพ ชวนให้ยิ้มกลั้นไม่อยู่