หอวุ่นลุ้นบัตรนักศึกษา (Student Card Chaos in Dorm 7)
เสียงนาฬิกาปลุกของต้องดังขึ้นดังสนั่นราวระเบิด ตีห้าเศษ—ก่อนที่ใครในหอ 7 จะตื่นสักคน “โอ๊ย ตื่นทำไมเช้าอย่างนี้นะ” ต้องบ่นเบา ๆ กับตัวเอง พลางมองเครื่องแบบนักศึกษาที่จัดเตรียมไว้สำหรับการถ่ายรูประบบใหม่ของหอพักในวันนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ยังไม่ตื่นอีกเหรอ” เสียงปัณณ์ เพื่อนร่วมหอที่มั่นใจเกินพอดีถือมือถือมาเตะปลายเตียง “เหอะ! เรียบร้อยหมดแล้วนะเรา เดี๋ยวได้รูปหล่อ ๆ สักที!”
ต้องแอบถอนใจ เออ…รูปหล่อ ๆ แต่บัตรนักศึกษาย้วยเหมือนโดนซักแล้วปั่นแห้ง ปัณณ์ไม่แคร์เลยแม้แต่เศษเสี้ยว “ถ้ารูปพัง เดี๋ยวแม่ถามอีก…เราขอสาบานด้วยลูกชิ้นปิ้งข้างมหาลัย พังไม่ได้” ต้องพูดเสียงลอย ๆ
“เอาน่า แม่ไม่มายืนดูหรอก ขนาดรูปติดบัตรใบเก่าเราเอารูปบัตรประชาชนมีสิวขึ้นยังผ่าน!” ปัณณ์ว่าแล้วหัวเราะโหด ๆ อย่างภูมิใจ แต่ต้องไม่หัวเราะด้วย “แต่ถ้ารุ่นพี่ปลายทางมาเห็นบัตรเราม่วงหมดนะ”
ปัณณ์หยิบบัตรตัวเองขึ้นมาโชว์ มุมแตกร้าวจนปัณณ์ใช้สก๊อตเทปพันไว้ “แข็งแรงมาก ไม่เชื่อลองขว้างกับกำแพงดู” ปัณณ์เล่นมุกตามสไตล์ ต้องเบ้หน้ายื่นบัตรให้เพื่อน “ขว้างเองเหอะ!”
ขณะสองคนกำลังยืนหัวเราะ หนุ่มรุ่นพี่ชื่อ ‘เต้’ เดินลงมา “บัตรใครหว่า? เห็นหล่นหน้าห้องน้ำ” รุ่นพี่หยิบบัตรขึ้นดู และยื่นผ่านโต๊ะไม้ใกล้ประตู
“ของเรามั้ง?” ต้องรีบคว้าบัตรไปแบบไม่กล้าสบตา รุ่นพี่เต้หรี่ตาดู “แน่ใจว่าไม่ใช่ของคนอื่น?”
“แน่ใจสิครับ ของเราชัวร์ ๆ” ต้องกับปัณณ์สวนเสียงพร้อมกัน กลบเกลื่อนความตื่นเต้นแบบเนียน ๆ แล้วรุ่นพี่ก็พยักหน้านิ่ง ก่อนหายเข้าไปด้านใน
“เอ๊า! ของเรานี่คือ…” ปัณณ์ชะโงกหัวมองเยินๆ บัตรในมือ ต้องทำท่าจะโยนคืน “ไม่ใช่ มันตกของแกต่างหาก!”
ปัญหาชุดแรกเริ่มที่นี่เอง—ทั้งคู่เถียงกันสักพัก แล้วก็เสียงกริ่งดัง เรียกทุกคนเข้าห้องพักรวมเพื่อถ่ายรูปตรวจสภาพ.
ในห้องรวม เพื่อนร่วมหออีกสามคน—บอล (พูดตรงตลอด), เบบี้ (สายปั่นแต่ใจดี), มิว (ช่างภาพสมัครเล่นพูดน้อย) ต่างนั่งเกรง ๆ ท่ามกลางสายตารุ่นพี่ปลายทาง กฎของที่นี่คือใครไม่มีบัตร ถูกตัดคะแนนหอ ซึ่งกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับมือใหม่ที่กลัวโดนหม่ำคะแนน
ต้องกังวลจัด พยายามแกล้งชิล แต่บัตรมันขาดครึ่ง! ปัณณ์ตรงเข้าไปคุย “รุ่นพี่ครับ บัตรพวกเราสู้ชีวิตมากครับ เอาไงดีครับ”
รุ่นพี่ปลายทาง (พี่เมล์—เคร่งขรึมพูดช้า) มองตาเย็น “มึงคิดว่าตลกเหรอ?” บอลรีบรับมุก “ไม่ตลกครับพี่ แต่ขำมาก” ทุกคนเงียบ สายตาพี่เมล์กดดันเข้มข้น—ต้องลอบมองหาทางรอด
ทันใดนั้น เบบี้ช่วยเบี่ยงประเด็น “พี่! เดี๋ยวซื้อน้ำส้มที่ตลาดกลางมาให้นะครับ ให้กำลังใจพวกผมหน่อย!” พี่เมล์หัวเราะน้อย ๆ แบบเหนื่อยใจ “จะโดนตัดคะแนนมั้ยขึ้นกับบัตร ไม่ใช่น้ำส้ม”
ต้องก้มหน้าแน่นิ่ง แต่ปัณณ์สะกิด “อย่าเพิ่งยอม! เดี๋ยวแผนสอง ปั๊บเดียวเสร็จ—เราเคยปลอมบัตรค่ายมาก่อน ไม่มีใครจับได้!”
“นี่ไม่ใช่ค่ายเถื่อนนะ!” ต้องเบาเสียงใส่เพื่อน แต่ปัณณ์หน้าแน่วแน่ “เราแค่ขอยืมเครื่องถ่ายเอกสารบอล ไม่ใช่อะไรใหญ่โต…”
ความคิดปิ๊งขึ้นมา บอลถอนหายใจ “อยากซวยก็เชิญนะ ต้องอย่าลากเราไปด้วยนะเว้ย!”
ทั้งกลุ่มออกมาระดมสมองนอกห้องพักรวม หลังพี่เมล์ให้เวลาหนึ่งชั่วโมง—ถ้าไม่หาบัตรมาได้ มีโดนแน่ ปัณณ์จดลิสต์เครื่องมือในกระดาษทิชชู่—ความมั่นใจล้นพราว ส่วนต้องเริ่มเคร่งเครียด “ถ้ามีอะไรผิดพลาด บอกแม่ไหมเนี่ย…”
“นี่มหาลัยไทยนะ นางยังนึกว่าเราติดโควิดอยู่เลยทั้งที่ประกาศเลิกล็อกดาวน์ไปปีนึง” บอลสวน “ใจเย็น!”
เบบี้ยกมือ “แผนเราดีกว่านะ—ทำบัตรล่องหน ให้ไม่มีใครเห็นบัตรเลย จบ!” กลุ่มมองหน้าว่างเปล่า
มิวพูดช้า ๆ “ต้อง ใช้เบลอรูปแทนมั้ย เดี๋ยวแต่งภาพให้เหมือนจริง ไม่มีใครจับได้หรอก”
ต้องถอนใจ “มันไม่ได้ง่ายแบบนั้นหรอกมิว ถ้าโดนจับได้โดนตีท้ายครัวแน่!” ใช้คำว่า ‘ตีท้ายครัว’ จนบอลขำ “เออ นี่ไม่ได้แอบกินของในตู้เย็นนะเว้ย!”
กลุ่มตัดสินใจทำบัตรปลอมจริง ๆ โดยใช้สกิลของมิว ผสมความพยายามของปัณณ์—ทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้สวย จนกระทั่ง…มิวดันปริ๊นรูปกลับหัว “โอ้โห จะให้เป็นบัตรนักศึกษา หรือเป็นบัตรขับรถสิบล้อ!” ปัณณ์ร้องเสียงสูง
“ไม่เป็นไร กลับด้านแล้วก็คล้าย ๆ กัน” บอลปล่อยคำปลอบใจแบบไม่จริงใจ
เวลานัดถ่ายรูปใกล้เข้ามา ทุกคนพยายามแยกร่างเพื่อหลบสายตารุ่นพี่ เบบี้ใช้วิธีเบนความสนใจ “พี่เมล์ครับ มีคนไปเตะลูกเบสบอลใส่ตู้ปลาคาร์ฟหน้าหอมั้งครับ”
“ใครมันจะไปเตะ ลูกเบสบอล! เอาไปใช้ในหอได้ด้วยเหรอ?”
“เราก็ไม่รู้เหมือนกันครับพี่ อะไรในหอ 7 ก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น” เบบี้พร่ำเพ้ออย่างเต็มภูมิ ขณะต้องกับปัณณ์ลอบสลับบัตรปลอมลงกระเป๋า
ถึงคิวถ่ายรูปจริง พี่เมล์เรียกทีละคน หน้าทุกคนตึงเครียด “ต้อง บัตรของมึงมีลายมือเพื่อนมึน ๆ ปะปนหรือเปล่า?”
ต้องหัวเราะแห้ง ๆ “แฮะ ๆ ไม่มีครับ แค่ของใหม่ ยังแกะพลาสติกไม่หมด…”
แต่แล้วเรื่องเกิดขึ้น เมื่อพี่เมล์พลิกบัตรดูด้านหลัง เจอลายเซ็น ‘บัตรนี้ใช้เฉพาะในยามจำเป็น’ ด้วยลายมือปัณณ์ พี่เมล์ยกคิ้วสูง “อะไรคือยามจำเป็น? เลอะเทอะ!”
กลุ่มวุ่นวายทันที ปัณณ์รีบปั้นหน้าเนียน “ก็เอาไว้เผื่อกรณีตกน้ำ จะได้รอดไงครับ” บรรยากาศเข้าสู่โหมดประหลาดใจ รุ่นพี่ลังเล แต่ก็หัวเราะเบา ๆ “เอ็งนี่มัน…”
ปัณณ์กำลังมั่นใจ แต่ตอนนั้นเอง เต้ รุ่นพี่ที่เก็บบัตรแต่ต้น เดินมา “บัตรใครหล่นอีกแล้ว? ทำไมเหมือนใบเมื่อเช้าเด๊ะ?”
เรื่องซ้อนเข้าอีกชั้น ต้องจนมุม รีบสารภาพ “พี่ครับ จริง ๆ ผมทำบัตรหล่น บัตรหายคาห้องน้ำ เลยต้องทำใบปลอม แต่ไม่อยากโดนตัดคะแนน…”
บรรยากาศตึงเปรี๊ยะ ทุกคนรอฟัง พี่เมล์มองจ้อง แล้วหัวเราะออกมาอย่างโล่งอก “คิดมากไปเองหมดจริง ๆ ความจริงบัตรหายไม่ตัดคะแนนหรอกนะ ขอแค่แจ้งให้รู้ แต่อย่าหลบซ่อนหรือโกหก แบบนี้มันหนักกว่า”
ต้องหน้าแดง ปัณณ์ยอมรับพลั้งปาก “ถ้าเราบอกตั้งแต่แรกก็จบ แต่เราทำเป็นว่าจะรอดแบบเก๋ ๆ ไฮเทค…”
บอลสรุป “สรุปว่า ความพังเพราะคิดมากเองก็มี ความมั่นใจผิด ๆ ก็มี แต่ยังโชคดีมีเพื่อนซวยร่วมด้วย…”
เบบี้หัวเราะ “เอาน่า อย่างน้อยวันนี้ไม่มีใครต้องกินน้ำส้มปลอบใจพี่เมล์จริง ๆ”
เสียงหัวเราะของกลุ่มดังขึ้นกลางหอ 7 พี่เมล์ยกโค้กมาชนแก้วแบบไม่ได้ตั้งใจ “ครั้งหน้าถ้าทำอะไรซวย ๆ บอกก่อน ไม่ต้องปลอมเป็นห่วงแล้ว”
ต้องหันมากล่าว “ดีใจที่มีเพื่อนวุ่น ๆ แบบนี้นะ” ทุกคนมองหน้ากันแล้วหัวเราะอีกครั้ง บรรยากาศอบอุ่น ซึ้งใจ—แต่เบบี้ก็ปิดท้าย “แต่ยังไงก็ไม่เอาเครื่องปริ๊นต์ไปทำบัตรปลอมอีกนะ เดี๋ยวโดนเรียกขึ้นหอพักว่าแก๊งตีท้ายครัว!”
เสียงหัวเราะอีกระลอก พร้อมแสงแดดยามสายส่องเข้าทางหน้าต่าง ปิดฉากวันวุ่น ๆ ที่น่าจดจำที่สุดในหอพัก 7