สมาคมหอในพันธุ์ป่วน
เสียงเคาะประตูสนั่นจนผนังห้องสั่น น้ำผู้เพิ่งย้ายเข้าเป็นกรรมการหอใหม่ รีบกระโดดออกจากเตียงด้วยความตกใจ เขาปล้ำกับผ้าห่มแป๊บหนึ่งก่อนจะเดินสะเปะสะปะไปเปิดประตู พบกับใบหน้าดุจริงจังของสายฟ้า หัวหน้ากรรมการประจำหอ ปีสามที่เพิ่งเลือกตั้งเมื่อวานยืนพิงประตู เธอส่งซองจดหมายสีสดใสให้ ก่อนจะพูดเสียงเข้ม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เรามีประชุมนะ พี่รออยู่ห้อง 409 อย่าให้ต้องรอเกินสามนาที”
น้ำพยายามหายใจหอบ เผลอพูดไปทั้งที่ยังไม่ทันฟังเนื้อหา “พี่จะไปแข่งวิ่งมาราธอนเหรอครับ?”
สายฟ้าเลิกคิ้ว กลั้นหัวเราะ “ถ้าวิ่งหนีปัญหาได้ก็ดีสิ ไปล่ะ เจอกัน 409 สาย = ล้างห้องน้ำ”
น้ำหยิบหวีหวีผมอย่างลวกๆ แล้วจ้ำไปตามทางเดิน ทันทีที่เขาเข้าไปในห้อง 409 เขาเห็นเพื่อนร่วมห้อง 4 คน นั่งคละท่าพร้อมขนม ขวัญ – หนุ่มมาดกวนผู้มีเป้าหมายอยากให้ทุกอย่างง่ายที่สุดในจักรวาล ลุงบอย – รุ่นพี่ปีห้าที่ชอบเล่าตำนานผีจนตัวเองหลอนเอง พิงค์ – สาวหน้าซื่อแต่จริงจังเกินเบอร์และ ซอล – เด็กปีหนึ่งที่เอะอะก็ปั้นหน้าตื่นตระหนก
สายฟ้าพูดเสียงดัง “เอาล่ะ พวกเราต้องจัดงาน ‘คืนตำนานผีหอใน’ ในวันศุกร์ รายงานกิจกรรมให้ฝ่ายหอรู้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะคณบดีห้ามจัดกิจกรรมผีเด็ดขาด”
น้ำมองไปรอบ ๆ เห็นแต่สีหน้าจริงจัง เขาเลียนแบบบ้าง “ถ้าโดนจับได้ พวกเราต้องโดนหั่น GPA มั้ยครับ?”
พิงค์ยกมือ “คราวก่อนพี่โดนหั่นกล้วย”
ขวัญสวนทันควัน “นั่นเจ๊แม่บ้านต่างหาก เธอแอบขโมยกล้วยในโรงอาหารไม่ได้หมายความว่า–“
ทุกคนหัวเราะกลบเกลื่อน ก่อนจะจมลงสู่ความเงียบอึดอัด ซอลพูดเสียงเบาเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง “เราจะทำธีมยังไงดีอะ ห้องประชุมก็แคบ กลัวคนเข้ามาแล้วอึดอัด”
ลุงบอยส่ายหน้า “ปกติผียังเบียดกันสามตนในลิฟต์ได้เลย ทำไมคนจะเข้าไม่ได้”
สายฟ้าสรุป “ถ้าใครทำงานพลาด งานนี้จะเป็นงาน ‘ส่งท้ายกรรมการหอ’ ของคนนั้นแน่นอน ฉะนั้นแบ่งหน้าที่!”
ทุกคนแยกย้ายรับหน้าที่ น้ำได้งานประชาสัมพันธ์ พิงค์ดูแลอุปกรณ์ ขวัญรับผิดชอบของว่าง ลุงบอยต้องเล่าเรื่องผี ซอลดูแลผู้ร่วมกิจกรรม เมื่อแต่ละคนต่างมั่นใจว่าตนเองเอาอยู่ พลันนกหวีดของสายฟ้าก็ดัง ขวัญเตะขนมหลุดออกนอกปากอย่างตกใจ
คืนนั้น น้ำเริ่มแผนแจกใบปลิวลับสุดยอด เขาซ่อนใบปลิวไว้ในกล่องทิชชูที่กองโตกลางห้องน้ำหญิง โดยหวังว่าจะไม่มีใครจับได้ แต่แทนที่จะมีแต่เพื่อนนักศึกษา นักการภารโรงตัวใหญ่กลับเก็บใบปลิวไปแจกในสต๊าฟหอ จนนิคม เจ้าหน้าที่หอตกใจคิดว่าเป็นจดหมายเตือนภัยผีจริง
ด้านพิงค์ เธอกังวลเรื่องตกแต่งห้องมากจนตระเวนยืมผ้าคลุมขาวคนละผืน สุดท้ายดันสลับของกับผ้าปูเตียงทำความสะอาดของประธานหอ หัวหน้าแม่บ้านลมออกหูเดือดจัดจนสำรวจหอทุกชั้น
ขวัญท้าทายโชคชะตา ด้วยการสั่งขนมราคาประหยัดจากร้านข้างหอ กลับได้ขนมปังแข็งโป๊กจนเอาไปเล่นปิงปองได้ นักเรียนกลุ่มใหญ่หยิบขนมอย่างระแวง คนหนึ่งพูดขึ้นว่า “อันนี้เอาไว้ไล่ผีใช่มั้ย” สร้างตำนานใหม่ขึ้นมาเฉย ๆ ว่าจะมีพิธีไล่ผีแบบขนมปัง
ซอลที่หวังช่วยให้ทุกอย่างลื่นไหล กลับสับสนตารางเวลา แจ้งเวลาผิดไปให้รุ่นน้องทุกห้อง ในขณะที่ครูเวรประจำหอได้รับบัตรเชิญเข้าร่วมพิธีสงบศพ (ที่จริงคือพิธีสาบานใจเป็นกรรมการหอ) ครูเวรไปถามสายฟ้า สายฟ้าเข้าใจว่าครูแค่มาตักเตือนเรื่องเสียงดัง ตอบไปทันทีว่า “พวกหนูกำลังฝึกความกล้าอยู่ค่ะ ไม่ใช่ทำอะไรผิดน้า” ครูเวรยิ่งสงสัยหนัก
ลุงบอยมัวแต่นั่งติวบทเล่าเรื่องผี ลังเลว่าจะเล่าเรื่องไหนให้ดูขลังที่สุด จนสุดท้ายกลายเป็นเล่านิทานบ้า ๆ บอ ๆ แทน เช่น เรื่องผีตัดเล็บเท้ากลางดึก หรือผีเช่ารองเท้าในโรงยิม
หนึ่งวันก่อนถึงวันงาน ปัญหาเริ่มสะสม เมื่อทันใดนั้น น้ำได้รับข้อความจากกลุ่มผู้ปกครองท่านหนึ่ง แจ้งว่าลูกชายกลัว “ขนมปังไล่ผี” ขอให้ยกเลิก “พิธีสะเดาะเคราะห์ด้วยของแข็ง” ทันที น้ำอึกอักจะแก้ตัวแต่สายฟ้าก็สั่งลบข้อความทิ้ง ให้เหตุผลว่า “ทุกปัญหามีคำตอบในใจเรา…ถ้าไม่รู้คำตอบ ก็อย่าตอบ!”
กลางดึกนั้นเอง พิงค์เดินไปสำรวจห้องประชุม เจอแม่บ้านกับเจ้าหน้าที่หอเยียดหยามว่าพวกเธอวางกับดักลับบางอย่างในห้อง เมื่อเข้าห้องถึงกับตกใจ สิ่งที่เธอคิดว่าเป็นผ้าคลุม ให้กลายเป็นผ้าม่านรองรับขยะเปียกที่ห้องแม่บ้านจะเอาไปซัก กลิ่นโชยพอดี
ซอลร้องเสียงสูง “เราต้องแก้ไขให้ได้นะพิงค์ ไม่งั้นผีจะตามเรามา…”
ลุงบอยเดินเข้าห้อง เตรียมซ้อม “พิธีเล่าเรื่องผี” พบว่าบทเล่าผีที่จดไว้หายไปหมด ถูกขวัญใช้ซับน้ำขนมปังจุ่มนมซะเกลี้ยง
คืนวันศุกร์ งานเริ่มขึ้นตอนหนึ่งทุ่ม แต่อุปกรณ์ขาดครึ่งหนึ่ง แขกผู้เข้าร่วมยังงงว่ามาทำไม เพื่อนร่วมชั้นของซอลแวะมาหยิบขนมหวังว่าจะเป็น Snack Bar แต่ฝังฟันกับขนมปังเข้าให้
สายฟ้าเดินยิ้มมั่นใจ พร้อมร่างบทพิธีเปิดที่เตรียมมาอย่างดี แต่ลุงบอยเกิดสติแตกผิดบท ถือไมค์แล้วประกาศ “ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่…งานประชุมย่อยซ้อมหนีไฟ! หากฟังผมเล่าเรื่องหลอนแล้วใจไม่ถึง กรุณาออกจากห้องด้านซ้าย… เดี๋ยวผมเปิดเสียงไซเรนให้ด้วย” แขกหลายคนคิดว่าคือซ้อมหนีไฟจริง ๆ รีบวิ่งออกเป็นแถว สายฟ้าชะงักหันไปดุลุงบอย ขวัญแกล้งทำเสียงไซเรนดัดเสียงเหมือนไฟไหม้ เสียงหัวเราะประหลาด ๆ กระจายจนซอลกลัวตัวสั่น
ณ จุดนี้ ครูเวรประจำหอเดินโฉบเข้าศึกษาความวุ่นวาย ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่หอก็รุดเข้ามาสำรวจเหตุการณ์ ตกลงกันไม่ได้ว่ากำลังจัดงานอะไรกันแน่ ซอลจ้องสายฟ้าน้ำตาคลอ “เราทำยังไงดีอะ หัวหน้าจะโดนหั่น GPA มั้ยคะ” สายฟ้ายืนช็อคไปสามวินาที ก่อนถอนหายใจ “ขอแค่รอดคืนนี้ไปได้ เดี๋ยวค่อยนับ GPA ทีหลัง”
ทั้งหมดตัดสินใจประสานเสียงกันมั่ว ๆ ลุงบอยดีดนิ้วเปลี่ยนเป็นโหมดเล่าเรื่องผีในลิฟต์ ขวัญเดินรอบห้องแจก Snack Bar ในมือ เหวี่ยงจนขนมปังตกฟาดหัวเจ้าหน้าที่หอ ทุกคนหยุดนิ่ง พิงค์ยกมือ “จริง ๆ นี่คือบททดสอบความกล้า ถ้าคุณผ่านแม้แต่ขนมปังยังทำร้ายคุณไม่ได้ คุณก็เป็นกรรมการหอในที่แท้จริง!” เจ้าหน้าที่หอมองหน้ากันสลับสายฟ้า สองฝ่ายเงียบ
จู่ๆ มีเสียงนกหวีดดังขึ้น ครูเวรประกาศ “ถ้ามีผีที่ไหนหลุดมา ครูขอแค่คืนค่าทำความสะอาด กับขนมปังชิ้นใหม่ก็พอ” ทุกคนในห้องแข็งค้างแล้วระเบิดเสียงหัวเราะพร้อมกัน
งานจบลงแบบวุ่นวายแต่ไม่มีใครถูกลงโทษ บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น พิงค์แจกขนมปังที่เหลือ น้ำตั้งใจเขียนใบปลิวใหม่โดยปรึกษาทุกคน ขวัญแซวว่า “ถ้าแจกผิดห้องรอบนี้ อย่างน้อยก็ขอเป็นห้องกิจกรรมโยคะนะ”
สายฟ้ายิ้มกว้างเป็นครั้งแรก เดินมากระซิบบอกทุกคน “ค่ำคืนนี้ เอาไว้เล่าเป็นตำนานได้อีกหลายปีจริง ๆ” ทุกคนจับมือกันหัวเราะ ขนมปังอันเดิมก็กลายเป็นขนมขวัญใจประจำหอในไปทันที
ขณะเดินออกจากห้องประชุม น้ำหมุนตัวหาว “ขอแค่ไม่มีจดหมายนัดประชุมพรุ่งนี้ ผมจะนอนทั้งวัน…” สายฟ้าส่งซองจดหมายใบใหม่มาให้ น้ำกรีดร้อง “ประชุมรับมือข่าวลือผีขนมปังพรุ่งนี้!” ทุกคนแกล้งล้อมหัวเราะลั่นหอ ก่อนจะปิดไฟห้องประชุมอย่างเหนื่อยแต่หัวใจเต็มอิ่ม