ชมรมล่องหน (Invisible Club)
เสียงอึกทึกของสัญญาณเตือนเวลาเรียนดังขึ้น แต่ในห้องเรียนที่ 3/4 นั้น กลับมีเด็กชายหน้าตาตื่นผู้หนึ่งเบียดตัวหลบหลังประตู พยายามจะไม่ให้ใครมองเห็น แม้ว่าจะไม่มีใครมองเขาจริง ๆ ก็ตาม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ทะเล! นายอยู่นั่นเอง ตามหาตั้งครึ่งวัน!” เสียงของใบบัว เพื่อนสนิทผู้จริงจังจนดูคล้ายอาจารย์ประจำวิชา ดังขึ้นจากหลังประตูเช่นกัน เธอสอดสายตามอง แล้วเอามือสะกิดแขนเขาเบา ๆ
ทะเลถอนหายใจ “นายคิดบ้างมั้ย ว่าถ้าเราอยู่เงียบ ๆ แบบนี้ แล้วไม่มีใครหันมามองสักคน จริง ๆ แล้วเราอาจล่องหนไปแล้วก็ได้?”
ใบบัวเลิกคิ้ว “ทะเล นายจะอินอะไรกะมุกนี้อีกละเนี่ย นายก็ชอบคิดโน่นนี่แปลก ๆ อยู่เรื่อย!”
เด็กชายช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกจุดไฟให้ความคิดนี้หนักขึ้น เมื่อเพื่อนร่วมห้อง เดินผ่านหน้าเขากับใบบัว โดยไม่แม้แต่จะทัก ลมหายใจแผ่ว ๆ ของเขาดูจะกลายเป็นเรื่องสำคัญระดับจักรวาล
“นายเห็นมั้ย ใบบัว เขาเดินเฉียดเราเลยนะ ไม่มีใครหันมาเลย!”
“เขารีบ เพราะเพิ่งนึกออกว่าลืมการบ้าน!” ใบบัวสวนพลางกลอกตา
ทะเลก้มหน้าสูดหายใจ พึมพำถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะไม่มีอยู่จริง
ในขณะที่ทะเลกำลังเวียนวนอยู่ในความคิดอันดิ่งลงดิน ประกายตาอีกคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงขอบหน้าต่างเป็นสาวน้อยผมสั้นในชุดพละที่ยังไม่ได้ปลูกข้าวโพดซึ่งรับบทด้วยตาไว
“ถ่าน นายสองคนกำลังประชุมลับอะไรเหรอ”
ใบบัวเป่าปาก “อ่าว ถ่าน วันนี้มาแปลก ถามปกติเลย?”
ถ่านยิ้มราวคนรู้ทัน “เพราะฉันรู้เรื่อง! นายทะเลย มานี่ เดี๋ยวเล่าอะไรฟัง ที่นี่มีชมรม ‘ล่องหน’ ด้วยนะ รู้เปล่า?”
ทะเลเบิกตา “จริงเหรอ! แบบที่…ไม่มีใครมองเห็นเราเลย?”
ถ่านฉีกยิ้ม “ใช่เป๊ะ!.. เอ้อ แต่ชมรมเราต้องทดสอบนายก่อนนะ เพราะเป็นชมรมลับสุด ๆ ใครเข้าไปแบบยังไม่นกขั้นสูงจะอยู่ไม่ได้”
ใบบัวหรี่ตา มองทั้งคู่พลางส่ายหน้า “ฉันขอตัวไปหาอาจารย์ก่อนนะ ก่อนที่นายจะเชื่อไปมากกว่านี้”
ทะเลเดินตามถ่านอย่างลังเล “…ทุบหัวก่อนเข้าชมรมปะ”
“บ้าเหรอ! นายนี่มัน… เออ เดี๋ยวก็รู้ เดินตามมา”
ถ่านพาทะเลมายังห้องเก็บของเก่าใต้ถุนโรงเรียน ภายในห้องมีเด็กอีก 2 คนหน้าตาลึกลับกับสมาชิกชมรมอีกคนเดียวที่กำลังทากาวบนธงผ้า
“นี่คือ ‘พี่แสง’ ประธานชมรมกับ ‘ปั่น’ นักคิดค้นแผนรอดจากภาวะล่องหน” ถ่านแนะนำเสียงขรึม
พี่แสงมองทะเล “นาย…ต้องการจะโดดเด่นหรือซ่อนตัว?”
ทะเลรีบตอบ “อยากเด่น…แต่ไม่มีใครสนใจผมเลยครับ!”
พี่แสงยิ้มมุมปาก “ทุกคนเริ่มจากความว่างเปล่า เดี๋ยวเราจะฝึกให้นายโดนเพิกเฉยจนเก่ง”
ปั่นทำท่าคิดหนัก แล้วถามทะเล “นายกลัวอะไรที่สุดในชีวิต”
“กลัวไม่มีคนชื่นชมงานศิลปะ”
ปั่นพยักหน้า “วันนี้นายต้องวาดรูป… แล้วเปิดท้ายขายของข้างโรงเรียน ใครสนใจเลขสองให้นายฟรี”
ทะเลหน้าเสีย “ต้องขายของจริงเหรอ?”
ถ่านหัวเราะเบา ๆ “ถ้าไม่กล้าก็ไม่มีวันได้เป็นคนล่องหนขั้นสูงนะ”
ฉากถัดไป ทะเลยืนถือโครงภาพวาดในซองกระดาษลัง สวมหมวกโง่ ๆ ที่เหมือนทำจากกับข้าวเช้า หน้าบูดบึ้ง มองเพื่อนนักเรียนที่เดินผ่านเขาแบบไม่แม้แต่แวะมองสักครึ่งวินาที
“นี่ถ่าน ถ้าฉันล่องหนจริง ๆ พวกนี้ต้องเหลียวหลังบ้างใช่ไหม?”
ถ่านมองเขา เอียงคอ “บางทีนะ หรือคนไทยจะไม่สนใจอะไรที่แพ็กใส่ลัง”
พี่แสงเดินมาตบไหล่ทะเลเบา ๆ “ฝึกเข้าไว้ ถ้าไม่มีคนทัก เดี๋ยวนายจะใจแข็งพอ…ที่จะล่องหน”
ทะเลยิ่งกังวลขึ้นเรื่อย ๆ “ถ้าผมล่องหนแล้วจริง ๆ จะทำยังไงดีครับ?”
ปั่นขำ “ปล่อยให้ล่องไปก่อน วันไหนเหนื่อยก็ล่องกลับ”
ในช่วงบ่าย ทะเลเดินกลับเข้าห้องเรียน พบใบบัวกำลังนั่งตรวจสมุดการบ้าน พลางบ่นกับตัวเองเรื่องอาจารย์พูดเร็วเกินจะจดทัน
“ทะเล นายไปไหนมา ล่องหนไปถึงไหน วาดรูปขายเสร็จยัง?”
ทะเลขยุบตัว “ไม่เสร็จ มีแต่ลมเย็นกับสายตาไก่
“แล้วทำไมต้องเข้าชมรมนั้นด้วยวะ?”
“ก็เพราะ…ไม่มีใครจำฉันได้จริง ๆ”
ใบบัวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ “บางทีคนเขาแค่นึกถึงนายในแบบแปลก ๆ ก็ได้ แบบ ‘อ๋อ ไอ้ทะเลคนที่หายหน้าไปทีละสามรอบต่อวัน’”
คำพูดนั้นคาใจทะเลมาก…
วันต่อมา สมาชิกชมรมชวนทะเลไป ‘ปฏิบัติการ’ เพิ่มความโปร่งใสให้กับโรงเรียน เริ่มจากแอบเอาโน้ตกระดาษแนบไว้ใต้โต๊ะอาจารย์ ฝังข้อความลับแสนน่ากังขา
แผนเริ่มต้นด้วยการแอบย่องหลังอาคารเรียนตอนเที่ยง ทะเลสะกิดปั่น “ทำไมเราต้องแอบเหมือนเป็นอาชญากรด้วยล่ะ?”
ปั่นตอบโดยไม่หัน “เพราะถ้าถูกจับได้จะถูกบันทึกความล่องหนถาวรในแฟ้มสะสมผลงานโรงเรียน”
ทะเลใจหาย “จริงดิ?”
ถ่านหัวเราะชอบใจ “ล้อเล่นหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่อย่าให้ครูปิ่นเห็น!”
ทะเลกลืนน้ำลาย มองถ่านกับปั่นย่องเข้าไปใต้โต๊ะอาจารย์ แล้วตนเองก็เดินตาม เข้าใจไปว่ากำลังฝึกวิชา ‘ล่องหน’ ขั้นสูง โดยหารู้ไม่ว่าใบบัวแอบมองอยู่จากหน้าต่างห้อง
ใบบัวส่งข้อความเข้ากลุ่มไลน์ “ทะเลกับแก๊งชมรมล่องหนกำลังทำอะไรแปลก ๆ ใต้โต๊ะครูปิ่น แอบฟาร์มสกิลอยู่เรอะ?”
ปิงปอง เพื่อนอีกคนแวะมาตอบว่า “เขาต้องทำภารกิจลับแน่เลย รูปปั้นหน้าห้องก็ถูกขโมยไปเมื่อเช้า!”
คำเข้าใจผิดนี้กระจายเร็วกว่าเน็ต 4G จนข่าวลือว่า ‘ชมรมล่องหน’ กำลังขโมยของในโรงเรียนแพร่สะพัดทั่วห้องครู
ระหว่างที่ทะเลนั่งขบคิดถึงความหมายของการล่องหนจริง ๆ และแผนการเป็นคนสำคัญในโรงเรียน เขาก็ได้รับจดหมายลึกลับ บรรจุซองกระดาษเล็ก ๆ ด้วยลายมือหวัด ๆ
“หากอยากโดดเด่น ต้องกล้าทำในสิ่งที่ไม่มีใครกล้า แต่อย่าให้ใครจับได้ว่านาย ‘อยู่’ หรือ ‘หายไป’ พร้อมกัน”
ทะเลอ่านไปงงไป พยายามตีความกลายเป็นคิดว่าตัวเองถูกเลือกให้ภารกิจอะไรสักอย่าง เขาเดินไปถามพี่แสง พี่แสงอ้ำอึ้งไม่ตอบ แล้วยักไหล่ประหนึ่งอาจารย์คุมความลับราชการ
“แล้วถ้าผมอยากมีตัวตนจริง ๆ ล่ะครับ?”
พี่แสงตอบแผ่ว ๆ “ตัวตน…มันไม่ได้อยู่ที่ใครเห็นเราหรอก แต่อยู่ที่นายกล้าให้เขาเห็นมั้ย”
ทะเลอึ้ง ครุ่นคิดอยู่นาน คลื่นความเข้าใจผิดกระจายเหนือโลกความจริง
ระหว่างนั้นข่าวชมรมล่องหนกลายเป็นประเด็นร้อนในโรงเรียน จนเกิดการบุกตรวจค้น ‘ลับเฉพาะ’ โดยกลุ่มอาสาสมัครของชมรมหนึ่ง
ในห้องเก็บของ ทะเล ถ่าน ปั่นและพี่แสงกำลังเตรียมป้ายกิจกรรมล่องหนโชว์ ทันใดนั้น ใบบัวพร้อมกลุ่มอาสาสมัครบุกเข้ามา โบกไม้เรียวด้วยใบหน้าจริงจัง
“เดินออกมา! ห้ามขยับ! กำลังตรวจค้นชมรมต้องสงสัยว่าขโมยรูปปั้น!”
ถ่านกระโดดไปหลบหลังลัง ปั่นหยิบขนมไข่ต้มขึ้นมาเหมือนจะใช้เป็นโล่ ทะเลพูดเสียงสั่น “พวกผมไม่ได้ขโมยอะไรเลย!”
ใบบัวมองหน้าทะเลแล้วถอนหายใจ “แล้วซองโน้ตบ้านี่คืออะไร?”
ทะเลอึกอัก “นั่นซองฝึกใจ… ไม่ใช่ของใคร ขอโทษครับ!”
ขณะที่บรรยากาศเริ่มเครียด ทันใดนั้น เพื่อนในกลุ่มอาสาสมัครอีกคนก็เจอรูปปั้นที่หายไปอยู่ในซอกใต้ชั้นหนังสือค้าข้าวเก่า สรุปความเข้าใจผิดขนาดยักษ์ของทั้งโรงเรียนว่าชมรมล่องหนไม่ได้เกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย
“นี่นาย…ฉันว่าเห็นนายเต็มสองตาตั้งแต่วันแรกเข้ามาโรงเรียน” ใบบัวพูด พลางเท้าคางยิ้ม
“แต่ก็ยังอยากเป็นที่จำได้มากขึ้นอยู่ดี” ทะเลยิ้มเจื่อน ๆ
ถ่านพูดเสริม “คนบางคนล่องหนเพราะกลัว… แต่บางคนล่องหนเพราะรอวันที่ใครจะสนใจ”
ทะเลนั่งถอนใจ กลับไปวาดรูปอีกครั้ง คราวนี้เขาให้ใบบัวและเพื่อน ๆ ดูผลงาน โดยไม่ต้องเปิดท้ายขายของอีก
“นายทำสิ่งที่นายชอบสิ คนจะเห็นเอง” ใบบัวพูดแผ่วเบา
ทะเลยิ้ม กล้าชูภาพวาดของตัวเอง ต่อหน้าทุกคนในห้อง
เสียงเพื่อนปรบมือเงียบ ๆ แต่เข้าเป้าในหัวใจ
“อ้าว แล้วชมรมล่องหนล่ะ?” ปั่นถาม
“ถ้าทุกคนกล้าก้าวออกมาบ้าง ชมรมนี้ก็คงไม่มีสมาชิกอีกละ!”
ถ่านหัวเราะ “หรือ…ย้ายชมรมกันดี?”
ทะเลยิ้มกว้าง “แล้วแต่เลย ไม่ว่าล่องหนหรือล่องลอย เราก็เป็นเพื่อนกันอยู่ดี”
ทั้งห้องหัวเราะในความเพี้ยนปนอบอุ่น โต๊ะนักเรียนสั่นไปด้วยเสียงฮือฮาเบา ๆ บางที…การมีตัวตนอาจไม่ได้เริ่มจากคำว่าถูกมองเห็น แต่อาจเริ่มจากรอยยิ้มของเพื่อนข้าง ๆ ที่พร้อมรับเราทุกความแปลกประหลาดของชีวิต
บางคราวบนโลกใบนี้ คนล่องหนก็คือคนที่กล้า… กล้าหาย กล้าอยู่ และกล้าเป็นเพื่อนกัน
เสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ทะเลยิ้มทักเพื่อนคนแรกด้วยตัวเอง ก่อนเดินก้าวออกจากห้อง เหมือนกับ…ที่เพิ่งพบตัวตนของตัวเอง