ข้ามเวลาใจ
เสียงเพลงคลาสสิกดังลอยอยู่ในอากาศของห้องพักของซัน เขานั่งอยู่ที่โต๊ะฝึกอ่านบทพากษ์ ทำซ้ำ ๆ จนถึงช่วงต้นเพลงซึ่งเขารู้สึกว่ามันมีความราบเรียบไม่น่าสนใจ ในขณะที่นาฬิกาบนผนังตีจังหวะผ่านไป เขาเริ่มรู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มมากขึ้นจากการเตรียมตัวสำหรับการสอบการพากษ์เสียงที่ใกล้เข้ามา ความฝันของเขาคือการเป็นหนึ่งในนักพากษ์เสียงที่ดีที่สุดในประเทศไทย แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องมีความกังวลเกี่ยวกับแม่ที่ป่วยอยู่บนเตียง จากเสียงที่ดังมาจากห้องของเธอ เขาหยุดฟังเสียงสะอื้นเบา ๆ นั้น จนรู้สึกเหมือนหัวใจเขาแตกสลาย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เมื่อเขาออกจากห้อง เขาเห็นแม่ที่นอนอยู่บนเตียง หญิงหญิงมีสีหน้าซีดเซียว ความเจ็บปวดทำให้เธอดูสวยงาม แต่เศร้าหมองและอ่อนแรง ซันลูบแขนแม่เบา ๆ พลางเสนอ “แม่… ถ้าแม่ดีขึ้น หนูจะพยายามเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่แม่อยากให้เข้ามากที่สุด” แม่ยิ้มตอบและกระซิบบอก “พยายามทำตามความฝันนะ แต่หากมีเรื่องใดที่ทำให้แม่มีความสุข นั่นคือสิ่งสำคัญ”
วันต่อมาขณะที่เขาไปเรียน ซันได้เจอเพื่อนเก่าของเขาชื่อโทน ที่ทุกครั้งจะเป็นที่พึ่งพาให้เขาได้ในช่วงชีวิต แต่เมื่อโทนเห็นสภาพของซัน เขาช่วงเวลาแบบนั้นไม่สามารถช่วยอะไรได้เพราะเขาเชื่อว่า “ทุกอย่างต้องมีทางแก้” ทั้งสองที่มีมิตรภาพมากมายเริ่มพูดคุยกันอย่างสนิทสนมและมีความสุขเหนือเรื่องนี้ จนกระทั่งซันบอกโทนว่าจริง ๆ แล้วแม่ของเขามีสภาพแย่กว่าเอเยนต์ของในข่าว
ขณะที่ซันกลับบ้าน เขาหยุดอยู่ที่ห้องทำงานของเขา มีรอยยิ้มที่เลือนลางเมื่อเขาเห็นกระดาษที่มีการพาเสนอเกี่ยวกับการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเดินทางข้ามเวลา เสียงวิทยาศาสตร์เต็มไปหมด ในหัวมีความคิดหนึ่งที่เริ่มก่อตัวขึ้น”ถ้าได้ข้ามเวลาไปยังอนาคตที่ก้าวหน้า จะช่วยอะไรได้บ้าง?” เขารู้ว่าความฝันกับการพากษ์เสียง และแม่ของเขากำลังอยู่ในช่วงที่เครียดมาก ซันไม่อยากให้แม่เห็นใบหน้าที่เศร้าหมองนี้อีกเลย เขาตัดสินใจที่จะย้อนเวลาไปในช่วงเวลาที่ดีๆ ใช้โอกาสนี้สานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้นสุดของพวกเขา
เขาหาหนทางเพื่อข้ามเวลาและในขณะที่การทดลองเริ่มได้ผลจริง ๆ เสียงนิ้วพิมพ์ของเขาเกือบจะยิ้มไปหมด ค่าของการเดินทางนั้นต้องใช้เวลาน้อยมาก เขาพบว่าเขาย้อนกลับไปในเวลาเพียงแค่วันเดียว มองจังหวะการกระทำให้สอดคล้องกับบทพากษ์เสียงและจากเล่นของตัวละครข้ามไป ทั้งน้ำเสียงและประโยคเพื่อทำให้แม่กลับสู่สภาพปกติ
แต่เมื่อวันนั้นมาถึง เขาได้เผชิญกับความจริงที่ไม่ง่ายเลย กับภาพที่เกิดขึ้นจากการเดินทางข้ามเวลา และต้องมีความเสียสละจากบางสิ่ง จนเต็มไปด้วยความเครียดที่เขาต้องรับผิดชอบในการช่วยแม่มากกว่าตนเอง มาเรีย ได้รับรู้ถึงการตัดสินใจของเขา และทุกความพยายามก็เทียบไม่ได้เพราะซันอาจจะต้องเลือกทำแบบนั้นในทุก ๆ วัน
เมื่อการข้ามเวลาทำให้เขาเจออาจารย์ของเขาที่สอนวิธีการพากษ์เสียง เขาได้เรียนรู้ว่าความสามารถนี้อาจจะช่วยสร้างความทรงจำให้กับแม่ได้จริง ๆ แต่มันคือการที่เขาต้องเสียสละพื้นที่ของเวลาในกระโดดก้าวนั้น เขาได้เสียเวลากับมิตรภาพที่ทรงคุณค่าแต่จำเป็นต้องยอมรับว่าพื้นที่ต่างกันนั้นไม่ได้ทำให้เป็นอย่างที่เขาคิด
ในคืนที่เต็มไปด้วยดาว ซันนั่งย้อนความคิดระหว่างมิตรภาพและความรัก เขาคิดถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน เขารู้สึกถึงความเครียดที่มาตลอดและกลัววันนั้นจะต้องมีการเลือกเจ็บปวดให้เกิดขึ้น ท่ามกลางความมืด ซันตัดสินใจว่าจะทำทุกอย่าง โดยเขาจะสูญเสียตัวเขาเองไปบ้างและทำให้แม่มีความสุขเป็นอย่างมาก
ที่สุดแล้วในวันพิเศษนั้น ทางเลือกที่เขาต้องเลือกคือความรัก ความสูญเสีย และการค้นหาความหมายในชีวิต แม้ว่าเขาจะสูญเสียโอกาสในอนาคต แต่การที่ทำให้แม่มีรอยยิ้มท้ายทายคือความหมายของวันนั้น คืนนี้ซันจะไม่มีวันลืม
ในฉากสุดท้าย ซันตั้งใจพากษ์เสียงให้แม่ฟัง โดยมีบรรยากาศรอบตัวเขาสามารถเห็นถึงความจริงว่าเสียงของเขามันมากกว่าคำพูด หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาไม่เคยพยายาม แต่ก็สามารถสร้างโอกาสใหม่ที่เปิดในเส้นทางของเขาอีกครั้ง