คําสาปสีเทาแห่งสตูดิโอศิลปะ
เสียงข่วนสีน้ำมันกับผืนผ้าใบก้องกังวานสะท้อนในห้องกว้างครึ่งหนึ่งจมในแสงเทียน ซิน นักศึกษาศิลปะปีสามนั่งจ้องกระดาษวาดร่างมือสั่นเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้น ทุกอย่างในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นสี กลิ่นยาง และเงาร่างของเพื่อนร่วมสตูดิโอแต่ละคน ผู้ต่างพยายามปั้นรูป ประกอบเฟรม ถากไม้ หรือเคลื่อนพู่กันบนผืนผ้าใบของตน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ตรงมุมหนึ่ง แพน หญิงสาวผมยาวสีดำเข้มจนเกือบม่วง เฝ้ามองงานตัวเองแต่ไม่ได้ลงมือ กลับจ้องไปยังหน้าต่าง ภายนอกคือความมืดหม่นของฤดูร้อนที่แปลกผิดปกติ ซินสังเกตสายตาเธอ เหมือนมีอะไรบางอย่างบีบรัดหัวใจเขา เบาๆ
“เธอนอนไม่หลับอีกแล้วเหรอ” เสียงโม นักศึกษาอายุเท่าเขา ถามเบา ๆ มือยังขยับจรดปลายดินสอลงกระดาษ โมกับซินสนิทกันตั้งแต่ปีหนึ่ง โมชอบแซว ชอบหยอก แต่อารมณ์กรุ่นภายในคืนนี้กลับหนักแน่นแปลกประหลาด
“เปล่า แค่…รู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในห้องนี้” แพนตอบ ทอดสายตาผ่านหมอกบางของกลิ่นเทียน
อาจารย์วิทยา ผู้ดูแลสตูดิโอ เดินอย่างเงียบเชียบเข้ามาระหว่างพวกเด็กๆ ชายแก่หุ่นสูงโปร่ง ผมหงอก ผิวคล้ำ เขาหยุดนิ่งตรงกลางห้อง เสียงกระดุมเสื้อเชิ้ดกระทบแว่วเบา ๆ
“เงียบ ๆ กันหน่อย นิทรรศการภาคค่ำจะเริ่มภายในอาทิตย์หน้า ทุกคนรู้สินะว่าต้องส่งผลงาน”
ซินเหลือบดูภาพที่ตัวเองวาดอยู่อีกที ภาพร่างของหญิงสาวใบหน้ามัว บางอย่างเหมือนคุ้นแต่เขาไม่รู้จัก ไม่ว่าจะวาดกี่ครั้ง ใบหน้าก็พร่าเลือน รูปนั้นสร้างความอึดอัดจนเขาต้องหันไปมองแพน
“เออ ซิน นายจะวาดรูปใครฟะ” โมพูดพลางอมยิ้ม ลอบสบตาซินเป็นเชิงล้อเลียน แต่ซินไม่ยิ้มตอบ เอาแต่จ้องภาพในมือ
พลันไฟในสตูดิโอกระพริบวูบ ทุกคนหยุดนิ่ง สายลมเย็นวูบลอดชายหน้าต่างแม้มันควรจะเป็นคืนร้อน เหตุการณ์ประหลาดนี้เกิดขึ้นบ่อยโดยไม่มีใครอธิบายได้ ซินเหลือบตามองรอบตัว เห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนชิดกระจกที่ใครไม่เคยรู้จัก เธออยู่ในชุดขาวซีด สบตากับเขาครู่เดียวก็หายวับไป เหลือแค่ความว่างเปล่าปรากฏในรอยเย็บของม่านหน้าต่าง
“นายเห็นเหมือนฉันไหม” แพนกระซิบ สายตาสั่นระริก ซินพยักหน้า เบือนหน้าหนีไม่กล้าสบตาเธอโดยตรง
“นายก็ฝันถึงเธอใช่ไหม ซิน” เสียงโมแผ่วลงอย่างกะทันหัน เปลี่ยนอารมณ์จากล้อเลียนเป็นจริงจังทันที
“บางทีฉันคิดว่าไม่ใช่ความฝัน” ซินพูด กล้ามเนื้อใบหน้าเกร็งแน่น แพนขบปากแน่น เหมือนต้องการพูดบางอย่างแต่หยุดไว้
ตกดึก พวกเขาสามคนกลับบ้าน ซินนั่งกอดเข่าในห้องเช่าที่มีเพียงฝุ่น โปสเตอร์งานศิลปะติดอยู่หลวม ๆ เขามองกระดานวาด คิดถึงหญิงสาวในภาพกับความสงสัยที่กัดกินจิตใจมาตลอด
“ถ้าฉันวาดเธอจนสมบูรณ์ เธอจะปรากฏในชีวิตฉันจริงๆไหม” เขากระซิบกับตัวเอง
เช้าตรู่ แพนมารอซินที่หน้าสตูดิโอ สายตาเธอแดงก่ำ มือถือสมุดสเกตช์เล่มเล็กไว้แน่น “เมื่อคืนฉันฝันว่าเธอหายไป …แล้วมีเสียงกระซิบสั่งให้ฉันวาดต่อ”
ซินเงียบ อึ้งไปนาน “ถ้างั้นคืนนี้เรามาวาดพร้อมกัน”
ค่ำวันใหม่ ไฟในสตูดิโอสั่นเหมือนท้าทาย เหลือเพียงซิน แพน และโม ยืนหยัดเพื่อรอพบคำตอบร่วมกัน เสียงขูดไส้ดินสอ กรีดแทงบรรยากาศ พวกเขานั่งฝั่งละมุมเว้นระยะห่าง รอยเงาสะท้อนจากเทียนทอดยาวบนผนังเป็นรูปทรงประหลาด
“โม นายมีเรื่องจะสารภาพไหม” ซินถามคล้ายรู้คำตอบอยู่แล้ว โมชะงัก อ้ำอึ้งสูดลมหายใจ “ฉันเห็นเธอตั้งแต่ปีแรก…เธอพูดกับฉัน คำสาปของที่นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น”
แพนหันขวับ สีหน้าซีดเผือด “นายรู้จักเธอ?”
โมพยักหน้างุนงง “ฉันสารภาพ…ฉันชอบเธอ ทั้งที่รู้ว่าเธอเป็นแค่ภาพในฝัน”
เงียบ ทุกคนจับจ้องภาพของตนเอง ก่อนเหตุการณ์จะตัดขาดด้วยเสียงแตกดังแหลม พู่กันของแพนหักเป็นสองท่อน
“ฉันเบื่อความลับนี้!” แพนตะโกนออกมา กลั้นน้ำตาไม่อยู่ “เราอยู่ที่นี่เหมือนเฝ้ารออะไรบางอย่างแต่ไม่กล้าเผชิญ ทุกคนโกหกตลอด!”
ซินกำมือแน่น “ฉันกลัวว่าถ้าเรารู้ความจริง เราจะเปลี่ยนไป… ฉันเคยเห็นอะไรบางอย่างเมื่อสองปีก่อน ฉันปกปิดเพราะ… ฉันกลัวเธอจะเกลียดฉัน”
แพนน้ำตาคลอกรอกลับ “นายคิดว่าแค่ฉันรอด—แต่ฉันก็กลัวเหมือนกัน กลัวรู้ว่าทุกอย่างที่วาดนี่มีชีวิตจริงหรือมันแค่ของปลอม”
โมยิ้มแห้ง “ถ้าเราไม่วาดต่อ ก็คงไม่เจอเธอ…แต่ถ้าทำ ฉันกลัวว่าจะเสียซินกับแพนไป”
กลางความนิ่งงันนั้น เสียงร้องไห้เบา ๆ ดังจากมุมมืดของห้อง “ได้โปรด…จบฉันที…” เสียงหญิงสาวไร้ตัวตน หวานปนน้ำตา
มือของซินสั่น ไหล่แรงน้อย ๆ เขาเริ่มขีดเส้นตามภาพเดิม หน้าในภาพค่อย ๆ ชัดเจนเจ็บปวด คนในห้องเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง
แพนลอบมองซินเหมือนจะเตือน “ถ้าวาดจบ เธอจะหายไป…ตลอดกาล”
“ไม่งั้นพวกเราก็จะติดอยู่ที่นี่ เหมือนรูปวาดเธอ” โมพูดเสียงแผ่ว
คืนถัดมา ภายในห้อง อากาศเย็นฉ่ำเหมือนฤดูหนาว ทั้งซินและแพนต่างหลับตานิ่ง เหงื่อเย็นจับหน้าผาก ขณะขีดเส้นสุดท้ายลงบนผืนผ้าใบ ภาพหญิงสาวในฝันกำลังร้องไห้อยู่ในนั้น วินาทีนั้น เสียงหวีดแหลมกรีดร้องขึ้น ทุกแสงดับวูบ
เมื่อไฟติดขึ้น ภาพหญิงสาวบนผ้าใบหายไป เหลือเพียงรอยสีจาง ๆ กับคราบน้ำตา ทุกคนในห้องนิ่งอึ้ง เหมือนโล่งใจแต่ก็เศร้าปนเปื้อนในหัวใจ กระนั้น ลมเย็นยังคงพัดผ่านเข้ามาทุกค่ำคืน
ซินจับมือแพนแน่น “ฉันเคยหนี แต่ตอนนี้ฉันพร้อมรับความจริง…ขอบคุณที่อยู่ข้างฉัน”
แพนยิ้มน้ำตาคลอ “ฉันก็เหมือนกัน ขอโทษที่ฉันกลัวเกินจะเชื่อใจใครได้ ก่อนหน้านี้”
โมเดินเข้ามาแตะไหล่ทั้งสองเบา ๆ “เราไม่ได้วาดแค่ภาพ เรายังวาดชีวิตใหม่ให้ตัวเอง…พวกเรารอดแล้วใช่ไหม?”
เสียงอาจารย์วิทยาดังขึ้นนอกห้อง “นิทรรศการคืนนี้เริ่มแล้ว ทุกคนพร้อมหรือยัง?”
แสงเทียนส่องที่ผืนผ้าใบเปล่าสามผืน สามแรงใจพากันยืนขึ้นในความเป็นอิสระ จากคำสาปเก่าแก่ และจากโซ่ตรวนภายในใจตัวเอง เหลือเพียงความเงียบสงบใหม่ที่แม้ปราศจากหญิงสาวในฝัน ก็บันทึกไว้เป็นร่องรอยในดวงตาและงานศิลปะของทุกคน… ตลอดไป