คำสาปแห่งอาร์ตสตูดิโอ
เสียงขูดดินสอเบา ๆ สะท้อนก้องในห้องสตูดิโอกว้างขวางแต่ดูมืดมน วิทย์ วัย 21 ปี นั่งถอนหายใจ เฝ้ามองดินสอดำในมือคล้ายลังเลใจ เขาวางดินสอลงข้างสมุดร่าง คราบสีสันหลากเฉดบนแขนเสื้อเก่า ๆ บ่งบอกว่าเขาใช้เวลาแทบทั้งคืนที่สตูดิโอแห่งนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“วิทย์ ยังไม่กลับหออีกเหรอ?” น้ำเสียงของแพร แฟนสาวผมสั้นเจ้าของรอยยิ้มเศร้าเอ่ยแผ่ว เธอหยิบกระเป๋าผ้าแสนโทรมวางบนโต๊ะฝั่งตรงข้าม จ้องดูดวงตาลึกของวิทย์ผ่านแว่นตาหนากรอบดำ
“ทำแบบฝึกหัดอาจารย์กานต์ไม่เสร็จว่ะ” วิทย์ตอบเสียงขุ่น แพรลอบมองรูปที่เขาร่างค้างไว้ มันคือใบหน้าตัวเองแต่ถูกขีดทับด้วยเม็ดสีน้ำเงินเข้มวูบวาบ
ลมเย็นโชยผ่านช่องหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้ ทั้งสองต่างเงียบ ไม่มีใครพูดต่อ จนกระทั่งเงาของอาจารย์กานต์ — ชายวัยกลางคนท่าทีขรึม — ปรากฏในประตู
“จะกลับกันรึยังเด็ก ๆ” อาจารย์กานต์ถาม ดวงตาเข้มข้นประหลาดหมายมองรูปของวิทย์
แพรรวบข้าวของ เธอลังเล “หนูได้ยินเสียงแปลก ๆ จากห้องเก็บของค่ะ”
อาจารย์นิ่งไปครู่หนึ่ง จ้องแพรจนเธอหลบตา “อย่าไปยุ่งกับของเก่าโดยพลการ พรุ่งนี้จะมีการตรวจห้องเก็บของ อย่าให้ใครเข้าไป เข้าใจไหม?”
แพรก้มหน้ารับ วิทย์จ้องอาจารย์อย่างไม่ไว้วางใจ ภายในห้องสตูดิโอยังเต็มไปด้วยความเย็นชาและเงียบสงัด จนเมื่ออาจารย์เดินหายไป เสียงหายใจหนัก ๆ ของวิทย์จึงกลับมาชัดเจน
“เรากลัวอ่ะแพร… ถ้าในนั้นมีอะไรเหมือนที่เขาลือกันจริง ๆ ล่ะ”
แพรนิ่งไป สีหน้าเปลี่ยนเป็นเครียด “แต่วิทย์… เห็นไหม อาจารย์เองก็กลัวเหมือนกัน”
เช้าวันใหม่ แสงแดดเจาะกระจกสีเก่าส่องเข้ามาในสตูดิโอ อิงฟ้า เพื่อนนักศึกษาสาวสายแฟชั่นเดินมาพร้อมโทรศัพท์ใหม่ เธออวดรูปเด็กในกลุ่มถ่ายหน้ากระจกสตูดิโอเมื่อคืน
“เออวิทย์ หน้าต่างห้องเก็บของเมื่อคืนมีคนไปยืนงั้นเหรอ?”
ทุกคนหยุดชะงักในขณะเดียวกัน วิทย์เบิกตาโพลง มองที่รูปในมือถือของอิงฟ้าซึ่งเห็นเงาคลุมผ้าดำหน้าต่างเตี้ย
เอก เพื่อนชายจอมประชด แอบอมยิ้ม “เงานั่นคงเป็นอาจารย์กานต์แหละ เขาชอบหลอกเด็กไม่ให้เข้าห้องนั้นตลอด”
แพรสบตาวิทย์ “เมื่อคืนเราได้ยินเสียงเหมือนคนร้องไห้…แต่เราคิดว่าเราฝันไป”
การพูดคุยหยุดลงด้วยความอึดอัด ทุกคนพากันมองไปรอบ ๆ ห้องสตูดิโออันว่างเปล่าและเย็นชืด
สายวันนั้น วิทย์ อิงฟ้า และเอกรวมตัวเดินไปหน้าห้องเก็บของ พลางถกเถียงกันเรื่องข่าวลือเก่า ๆ ว่ามีเด็กที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในสตูดิโอเมื่อยี่สิบปีก่อนและของบางอย่างยังค้างอยู่ภายใน
“อย่าเอาเรื่องนี้มาล้อเล่นดีกว่า…” วิทย์เอ่ยเสียงสั่น
อิงฟ้าขยิบตา “ก็แค่เรื่องเล่า เดี๋ยวคืนนี้เราเปิดห้องเก็บของกัน เออไหม?”
เอกหัวเราะเยาะ “กลัวอะไร วิทย์ กลัวเป็นศพศิลป์รุ่นต่อไป?”
แพรเดินมายืนเงียบ ๆ ระหว่างเสียงขัดแย้ง เธอยื่นมือจับข้อมือวิทย์แน่น “อย่าเข้าไปเลยวิทย์…”
“แต่เราต้องรู้!” วิทย์ตอบเสียงแข็ง สีหน้าเย้ยหยันและกลัวปะปนอยู่ด้วยกัน
ค่ำคืนมาถึงอย่างเร็วในสายตาวิทย์ เมืองใหญ่ภายนอกหน้าต่างสตูดิโอสะท้อนแสงไฟส้มทับซ้อนเงามืด กลุ่มเด็กปีสามรวมตัวตรงประตูห้องเก็บของ ใจเต้นแรง ราวกับรอคำตัดสินจากผู้ไม่เห็นด้วย
เอกใช้เหล็กแบนแงะประตูออก เสียงดังแกรก ๆ ในความมืดสนิทของห้องเก็บของจู่ ๆ ไฟติดพรึบโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งสี่คนผงะ เผยให้เห็นของเก่า โปสเตอร์สีซีด ขวดสีแห้งเกาะกล่องไม้ และกรอบรูปที่ถลอกปอกเปิกวางทับกัน
วิทย์กลั้นหายใจ เขาเดินช้า ๆ ไปยังมุมห้องที่มีภาพวาดขนาดใหญ่คลุมผ้าขาวซีดคล้ายมีรอยเลือดเก่าแห้งเกาะ วิทย์ชะงัก ขนลุกซู่
“เอาผ้าออกเลยดิ!” เอกกระซิบเร่ง วิทย์มือสั่นถลกผ้าขึ้น ภาพวาดใบหนึ่งเผยตัวออกกลางแสงไฟ ภาพใบหน้างดงามของหญิงสาวที่ไม่มีตา ปากคล้ายจะขยับขอความช่วยเหลือ สีสันบนผืนผ้าดูคล้ายเคลื่อนไหวเล็กน้อย
แพรหันหลังหนีสะอื้น อิงฟ้ายืนแข็งทื่อ เอกยิ้มค้างอย่างคิดไม่ตก
“นี่มันใครวะ” วิทย์กระซิบเบา ๆ
พลันกระแสลมเย็นวาบ ผ้าม่านห้องเก็บของปลิวว่อน เสียงกระซิบขรมร้องวนรอบตัวพวกเขา
“พวกมันรู้แล้ว…ช่วยฉัน…” เสียงเบา ๆ แว่วมาไม่มีเจ้าของ
ทุกคนผงะ หันหากันด้วยความตกใจ
วันถัดมา ข่าวลือเรื่องภาพวาดคำสาปแพร่สะพัดในหมู่นักศึกษา เด็กบางคนฝันเห็นหญิงสาวในภาพร้องไห้ บางคนเห็นรอยเท้าเปื้อนสีเดินไปที่หน้าห้องเก็บของตอนเที่ยงคืน
แพรซ่อนตัวในห้องสมุด พยายามค้นเอกสารเก่า พบข่าวคดีฆาตกรรมอดีตนักศึกษาสาวศิลปะชื่อ รัตติกาล เมื่อยี่สิบปีก่อนที่เกี่ยวข้องกับภาพวาดนี้ และหายตัวไปในคืนหนึ่งอย่างเป็นปริศนา
อิงฟ้าสังเกตเห็นแพรน้ำตาคลอ เธอค่อย ๆ นั่งข้าง ๆ “ไม่ต้องฝืนเข้มแข็งก็ได้”
แพรส่ายหน้า “เรารู้สึกผิด ภาพนั้น… เหมือนมันจ้องเรา เขาอาจจะอยากบอกอะไรสักอย่าง”
เอกเริ่มฝันร้าย เห็นมือเปรอะสีจับข้อเท้าตัวเองในความมืด เขาเริ่มหวาดระแวงเพื่อนทุกคน
วิทย์กดดันตัวเอง แอบเข้าไปในห้องเก็บของอีกครั้งตอนดึก ลังเลก่อนสัมผัสผืนผ้าใบ เสียงกระซิบเริ่มดังขึ้นกว่าเดิม “…มิตรภาพ…ทรยศ…”
เขาเห็นภาพชายสวมแว่นใกล้เคียงอาจารย์กานต์ยืนก้มหน้า ฮัมเพลงในเงามืด
รุ่งเช้า วิทย์เดินโซซัดโซเซกลับออกไปขณะที่อาจารย์กานต์รออยู่ตรงประตู
“เธอเห็นมันสินะ”
“ผม…ผมกลัวครับอาจารย์” วิทย์เสียงสั่น มือสั่นอย่างคนหมดสิ้นทางหนี
อาจารย์ถอนใจ “ฉันกับรัตติกาล—เราเคยสัญญาว่าจะไม่หันหลังให้กัน…แต่ฉันทรยศเขา เพราะความกลัว เพราะเห็นแก่ตัว—แล้วทุกอย่างก็สายไป”
อึ้งงัน วิทย์มองสงสารแต่ยังไม่อาจให้อภัย
วันถัดมา ความกดดันในกลุ่มเพิ่มสูง อิงฟ้าทะเลาะกับเอกเรื่องความกลัวที่ค่อย ๆ ครอบงำ บางคนเริ่มสงสัยกันเองว่าใครเป็นสาเหตุให้คำสาปตื่นขึ้น แพรเริ่มฝันแปลก ๆ ถึงคืนที่รัตติกาลหายตัว เธอเห็นเด็กสาวกลุ่มหนึ่งผลักรัตติกาลเข้าไปในห้องเก็บของ
“เราเคยช่วยคนที่โดนรังแกไม่ได้…” แพรสารภาพต่อวิทย์ทั้งน้ำตา
“แต่ตอนนี้เธอต้องกล้าสู้มากกว่าเดิม” วิทย์พูดแผ่ว เป้าหมายของเขาชัดเจนขึ้นในใจ—ต้องช่วยทุกคนให้รอดจากคำสาป ไม่ว่าจะต้องกล้าเผชิญหน้ากับความจริงขนาดไหน
ในค่ำคืนเดือนมืด วิทย์ กลุ่มเพื่อน และอาจารย์กานต์รวมตัวในสตูดิโอ พวกเขาตัดสินใจร่วมกันว่า ต้องเอาภาพวาดไปคืนในที่ที่รัตติกาลชอบวาดรูป ใต้ต้นอโศกข้างสตูดิโอ แต่ทุกคนต่างก็หวาดหวั่นต่อสิ่งที่อาจเกิดขึ้น
เสียงกระซิบของวิญญาณดังโหยหวนขณะพวกเขาเคลื่อนภาพใบหน้ารัตติกาลไปตามทางเดิน มีคนในกลุ่มร้องไห้ หลายคนบอกถอนตัว วิทย์ดื้อด้านเดินนำ ใจเต้นแรงอย่างเปิดเผย
เมื่อถึงต้นอโศก ควันขาวลอยเอื่อยรอบรากไม้ เสียงประหลาดเงียบสงัด แล้วภาพวาดในมือวิทย์ค่อย ๆ สั่นสะท้าน พลันไฟลุกโชนบนขอบผ้าเวิ้งว้าง รัตติกาลปรากฏตัวในเงามืด
“เธอ…ทำสิ่งที่ฉันไม่ได้ทำ” เสียงอ่อนโยนและเศร้าสลาย ล้อมรอบด้วยความรู้สึกสูญเสียที่ไม่มีใครเยียวยา
แพรคุกเข่าต่อหน้า “ขอโทษที่เราไม่กล้าสู้…”
อาจารย์กานต์น้ำตานอง “ฉันขอโทษที่ทรยศนาย”
รัตติกาลยิ้มทั้งน้ำตา ภาพวาดลอยขึ้นและค่อย ๆ แตกสลาย เป็นผงสีเกลื่อนลงพื้น ทุกอย่างสงบ
รุ่งเช้า เสียงนกร้อง เพลงเบา ๆ จากมือถือของอิงฟ้า ทุกคนหวนคืนสู่สตูดิโอ ท่าทีล้าแต่สายตาแน่วแน่ขึ้น วิทย์และแพรนั่งคู่กัน เขาจับมือแพรแน่นด้วยใจที่กล้าขึ้น เขาตัดสินใจวาดภาพใหม่ เป็นใบหน้ารัตติกาลที่มีดวงตาเปล่งประกายแทน
“คราวนี้ เราจะไม่ปล่อยให้ใครต้องอยู่คนเดียวอีกแล้ว” วิทย์พูดเสียงหนักแน่น
เสียงหัวเราะ เอก ถอนใจอิงฟ้าอมยิ้ม โลกใบเดิมกลับสดใส โดยมีมิตรภาพและความกล้าที่เกิดใหม่จากความสูญเสีย ราวกับวิญญาณรัตติกาลได้พักผ่อนอย่างสงบ