เงาในห้องสมุดเก่า
มือของปิ่นลูบสันหนังสือเก่า ๆ บนชั้นสูงสุด เธอยืนเขย่งปลายเท้า พยายามดึงเล่มที่มีคราบฝุ่นคลุมอยู่แต่ป้ายชื่อเลือนราง ลมหายใจติดขัด โหนกแก้มร้อนผ่าวเพราะสายตาของบรรณารักษ์สาวผู้มักจับจ้องเธอเหมือนเซ็นเซอร์สแกนความผิดปกติ ปิ่นไม่ได้ขโมยหนังสือ เธอแค่ซ่อนบางสิ่ง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงแหลม ๆ ของเตยดังขึ้น “ปิ่น! มานี่เร็ว ดูนี่สิ!” ใต้หน้าต่างที่ร้าว เธอกับเตย์ซุ่มหัวซุกกันกลางแสงแดดยามบ่าย มีหนังสือเด็กถูกฉีดขาดเป็นเส้น พวกเขาขยับเข้าใกล้ กลิ่นกระดาษเปียกคละเคล้ากับฝุ่นอับ
“คืนนี้พวกเราแอบอยู่กันที่นี่อีกทีเหอะ ปิ่นกล้าปะ” เสียงของเตย์ท้าทาย ปิ่นเบือนหน้า ไม่สบตา “ไม่เอา กลัวผี” น้ำเสียงเธอเบาราวกับกระซิบ เตย์หัวเราะ เสียงต่ำ ๆ “กลัวอะไร ผีจริงหรือใจตัวเอง” ปิ่นไม่ตอบ
เย็นลง แสงในห้องสมุดกลืนไปกับเงามืดแห่งชั้นหนังสือ พวกเด็กผู้ชายกลุ่มหนึ่งเดินผ่าน “ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ ว่ะ” หนึ่งในนั้นกระซิบ เด็กหญิงผมหยิกชื่ออ้อยก้าวมายืนข้างปิ่น “ถ้าเธอกลัวนะ ปิ่น ฉันอยู่เป็นเพื่อนเธอ” ปิ่นยิ้มจาง ๆ ขอบคุณเบา ๆ
สายตาของบรรณารักษ์จับทุกเงา ความเงียบในบ่ายนั้นหนาสนิท ราวความลังเลภายในใจปิ่น ทุกช่องไฟสลับกับความหวังให้เย็นนี้แม่มารับ แต่ก็เหมือนเดิม โทรศัพท์บ้านยังไม่ดัง
“ปิ่น เมื่อวานกลับยังไง?” เตย์ถาม พลางนำทางออกจากห้องสมุด เธอนิ่งไปนิด ก่อนโกหก “แม่มารับ”
เตย์ไม่เชื่อ แต่อมยิ้ม “งั้นคืนนี้อยู่กับฉัน กล้าปะล่ะ” ปิ่นนิ่ง
ในห้องพักเล็ก ๆ เตย์นอนบนเตียงไม้เคียง นาฬิกากระซิบบอกเวลาเที่ยงคืน ปิ่นสะดุ้งตื่นด้วยเสียงกระซิบ แผ่วเย็นเรียกชื่อเธอคล้ายเสียงผสมชายหญิง “ปิ่น… กลับมา…”
เธอนอนแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรง นิ้วเย็นเยียบกำผ้าห่มแน่น
ง่วงจนเช้า ปิ่นฝืนตาแดง ๆ มาที่โรงเรียน เพื่อน ๆ ถามถึงหมวย สาวเปรี้ยวในกลุ่มที่หายไปหนึ่งคืนโดยไร้ร่องรอย เธอหน้าซีด หันไปสบตาเตย์
“หมวยไม่ติดต่อเลย?” เตย์ถามเบา ๆ อ้อยพูดเหมือนจะร้องไห้ “โทรหลายครั้งแต่ไม่มีใครรับ” ปิ่นหลบสายตา เงียบสนิท
หลังเลิกเรียน ปิ่นกับเตย์แอบปีนรั้วห้องสมุด พวกเขาเดินผ่านเงามืด ชั้นหนังสือเหม็นอับกลางห้องโถง ปิ่นก้มหน้าฟัง เสียงกระซิบกลับมา “ปิ่น… เธอเห็นฉันไหม” เลือดในกายเธอเย็นวาบ พลันเตย์แตะไหล่เธอ ปิ่นสะดุ้ง เขากดนิ้วจุ๊ปาก “เงียบ”
แสงไฟริมผนังสลัว เสียงพึมพำไกลๆ คล้ายเสียงคนสองคนทะเลาะ ปิ่นเงี่ยหู ฟังชัดขึ้นทีละน้อย
“ใครน่ะ!” ปิ่นตะโกน แต่ไม่มีคำตอบ
“บางทีหมวยอาจจะแอบหลบมาที่นี่จริง ๆ” เตย์กระซิบ เคลื่อนตัวไปส่องใต้โต๊ะไม้เก่า ๆ
อ้อยตามเข้ามา ริมหน้าต่างเธอสอดส่องสายตา “ฉันว่ามีใครอยู่ข้างหลัง” เงาดำโผล่เฉียดผ่านกำแพงด้านขวา ปิ่นนึกกลัวจนขาอ่อนไม่กล้าขยับ
เสียงประตูแอ่นเอี๊ยด บรรณารักษ์เดินเข้ามา “ที่นี่ห้ามอยู่หลังเวลาปิดนะ!” น้ำเสียงเฉียบขาด ตานิ่งของเธอทำทุกคนสะดุ้ง ปิ่นขอโทษเบา ๆ เธอและเพื่อนโดนไล่ออกไปนอกประตู
คืนนั้น ปิ่นนั่งเหม่อมองแสงไฟถนนใต้ห้องนอน น้ำตาปริ่มขอบตา หยิบโทรศัพท์เก่าโทรหาแม่ แต่ไม่มีใครรับ “แม่… หนูเหนื่อย” เธอพูดเบา ๆ ลมหายใจสั่นสะท้าน น้ำตาไหลแทบหยดใส่หมอน
เช้าวันต่อมา ห้องเรียนหนักอึ้งด้วยบรรยากาศตึงเครียด ครูประกาศเสียงเข้ม “ใครเห็นหมวยครั้งสุดท้ายช่วยแจ้งนะ นักเรียนหาย” ปิ่นก้มหน้าซ่อนมือสั่น อ้อยเขียนข้อความแอบส่ง ปิ่นเปิดดู “เมื่อคืนฝันถึงเงาดำในห้องสมุดด้วย…” หัวใจปิ่นเต้นแรง
หลังเลิกเรียน ปิ่นกับเตย์ลอบเข้าไปในห้องสมุดอีกครั้ง ปิ่นเดินนำไปยังส่วนนั่งอ่านลึกสุด เจอสมุดจดบันทึกเล่มเล็ก ๆ ใต้โต๊ะไม้ เธอเปิดหน้าแรก เจอข้อความลายมือสั่น “ใครเจอนี่ โปรดช่วยฉันด้วย… มันอยู่ในเงามืด”
อ้อยมาเจอด้วยกัน เตย์อ่านข้อความซ้ำ ปากเบี้ยวสงสัย “ใครเขียน? หมวย?” ปิ่นจับหัวใจตัวเอง สั่นสะท้าน เธอจำลายมือเพื่อนได้
“หมวยอยู่ที่นี่… เมื่อคืนก่อน” ปิ่นค่อย ๆ เอ่ยเสียงสั่น อ้อยเบิกตากว้าง “เรารายงานตำรวจดีไหม?” เตย์ส่ายหน้า “ถ้าบอกไป เขาอาจไม่เชื่อ”
ในคืนนั้น เตย์นอนไม่หลับ เขาลุกโทรไปหาปิ่น “ถ้ากลัว… ฉันจะอยู่ด้วยนะ” ปิ่นลังเล เงียบไปนาน “ไม่ต้องหรอก ฉันอยากอยู่คนเดียว” น้ำเสียงมีบางอย่างในใจที่ยังบอกไม่ได้
ดึกสลัว ปิ่นเดินลอบเข้าห้องสมุดคนเดียว มือถือไฟฉาย เธอก้าวเท้าอย่างระแวดระวัง เสียงลมหายใจดังในหู เสียงกระซิบไกล ๆ เริ่มดังขึ้น ก้องอยู่ในหัว
เงามืดขยับไหวใต้ชั้นหนังสือปริศนา ปิ่นเดินเข้าไปจนสุด เงาดำโปร่งใสคล้ายรูปร่างเด็กหญิงปรากฏใต้แสงจาง “ปิ่น… กลับบ้าน…” น้ำเสียงสะท้อนในอก เธอขยับปากพูดแทบไม่ออก “หมวย… ใช่ไหม”
เงาดำนั้นไม่ตอบ มันกลับแทรกขยับผ่านเคาน์เตอร์ ปิ่นกลืนน้ำลาย ก้าวตาม เสียงหนังสือหล่นดังโครม มือสั่น ท่ามกลางแสงไฟกะพริบ เธอก้มหาสิ่งตกพื้น เจอสร้อยข้อมือของหมวยประดับลูกปัดฟ้า ปิ่นคว้าแน่น น้ำตาซึม
เสียงประตูห้องสมุดปิดเองด้วยลมแรง ปิ่นวิ่งไปเขย่าประตู พบว่าถูกล็อกจากข้างนอก เธอร้องขอความช่วยเหลือ แต่เงียบสงัด มีเพียงเสียงกระซิบของเงาดำดังขึ้น “อย่ากลัว… อย่าทิ้งฉัน…” ปิ่นร้องให้ รู้สึกผิดกับการทะเลาะกับหมวยวันก่อนที่เธอไม่เคยพูดขอโทษ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของเตย์ดังมาจากหน้าต่างที่ร้าว เขาปีนเข้ามา “ปิ่น! อยู่ไหน!” ปิ่นตะโกนตอบ เสียงแหบแห้ง เตย์รีบเข้ามาประคอง มือเย็นชา
เตย์พบสมุดบันทึกหมวยและเรื่องราวที่บันทึกไว้ว่า “มันมากับเงามืดทุกคืน ฉันกลัวจนไม่กล้าบอกใคร” ปิ่นร้องไห้ “ฉันควรขอโทษเธอ ฉันโกหก โกรธเธอเพราะเรื่องเล็กน้อย” เตย์ยื่นมือกุมมือปิ่นเบา ๆ
ทั้งสองคนรอจนรุ่งเช้า บรรณารักษ์เข้ามาพบพวกเขาแอบอยู่ บ่นบึ้ง “อย่าก่อเรื่องอีก!” แต่สายตาอ่อนลงเล็กน้อย ปิ่นยื่นสมุดกับสร้อยคืนให้ เธอก้มศีรษะขอโทษ
ต่อมา อ้อยและเพื่อน ๆ มารวมตัวช่วยกันตามหาหมวยอีกครั้ง แรงใจที่เติบโตขึ้นทำให้ปิ่นกล้าโทรแจ้งพ่อแม่หมวยและตำรวจ เธอสารภาพความผิดเรื่องโกหกกับอ้อย ฮึดรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองเคยกลัว
เมื่อเวลาผ่านไป ตำรวจพบหมวยในตึกเก่า ข้างห้องสมุด เธอบาดเจ็บอ่อนแรง พูดถึงเงาดำกับเพื่อน ๆ น้ำตาซึม ปิ่นสวมกอดหมวยแน่น ร้องไห้ออกมาพร้อมขอโทษซ้ำ ๆ
คืนนั้น ในห้องสมุด ปิ่นกลับไปขอบคุณเงาในเงามืด เสียงกระซิบสุดท้ายดังกังวาน “วันนี้เธอกล้ากว่าทุกคืน” ปิ่นยิ้มทั้งน้ำตา มองออกไปยังหน้าต่างร้าว เงาบางเบาของเธอเองส่องทาบบนพื้นไม้เก่า