มิตรภาพใต้แสงอรุณบนเกาะลอยฟ้า
แสงสีทองค่อยๆ ส่องลอดหน้าต่างแคบของหอพักหมายเลขสี่บนเกาะลอยฟ้า เฟยลอบมองเพื่อนร่วมห้องแต่ละคน เสียงลมหายใจสม่ำเสมอปะปนกับเสียงกรีดร้องของลมเหนือก้อนเมฆ เธอแตะหน้าต่างเบาๆ แล้วนิ่งงัน มองผ่านม่านหมอกขาวไปยังขอบท้องฟ้าที่ไกลโพ้น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“หลับอยู่เหรอ เฟย เข้ามานี่สิ มีอะไรจะให้ดู” ยุทธ เพื่อนร่วมห้องผู้มีรอยยิ้มอบอุ่น ลุกออกจากผ้าห่มหนา ยื่นหนังสือเก่าปกแข็งมาให้
เฟยมองหน้าหนังสืออย่างลังเล “นี่อะไรน่ะ?”
ยุทธวางมันไว้บนโต๊ะ เตะเก้าอี้เบาๆ “เจอในห้องเก็บของเมื่อวาน เห็นรายชื่ออดีตนักเรียนที่เคยอยู่หอนี้…” เสียงเขาขาดช่วง นัยน์ตากระซิบความวิตก
ก่อนเฟยจะถามต่อ พลันเกิดเสียงเคาะประตูหนักหน่วง เมย์ หญิงสาวสวมแว่นหนา เดินเข้ามาหน้าเครียด “พวกเธอได้ยินข่าวยัง คืนนี้มีการหายตัวไปอีกแล้ว”
เฟยเม้มปาก ละสายตาจากหนังสือ กวาดตามองเพื่อนอีกสองคน — อคิน ผู้สงบเสงี่ยม นั่งกอดอกเงียบเฉย และโมรา สาวผมหยิกผู้ชอบตัดสินใจรวดเร็ว เธอกลั้นใจถามว่า “ใครหายไปอีกล่ะ?”
เมย์ถอนหายใจ ทอดเสียงต่ำ “นิค หอห้า… ไปเมื่อเช้า ไม่มีใครเจอรอยอะไรเลย”
ยุทธทำท่าจะพูด แต่ชะงัก มองเฟยแวบหนึ่ง โมราขบฟัน พลางกระซิบใกล้หู “เดี๋ยวคืนนี้เราแอบไปดูเขตต้องห้ามกันไหม? หรือว่า…เธอกลัวเหรอเฟย?”
เฟยฝืนยิ้มใจสั่น เธอไม่ได้กลัวภัย หรือความลี้ลับ เคยแต่กลัวจะสูญเสียเพื่อนซ้ำอีกครั้ง เพราะมิตรภาพที่ผ่านมา… จบลงด้วยความเจ็บปวด
ท่ามกลางสายตาสงสัยจากทุกคน อคินเงยหน้าขึ้นช้า ๆ “เราจะหาอะไร โดยที่ไม่รู้ว่าควรมองหาอะไรกันแน่?” เสียงเขาเบาแต่หนักแน่น
ยุทธมองอคินแล้วยิ้มจาง ๆ “ถ้าไม่มีใครเริ่ม ทุกอย่างมันก็จะเหมือนเดิม…ไม่มีใครกลับมา”
เฟยมองหน้าทุกคน เห็นความหวาดกลัวซ้อนอยู่ใต้รอยยิ้มและแววตาเคร่งเครียด เธอขยับริมฝีปากช้า ๆ “ตกลง คืนนี้…ฉันจะไปด้วย”
ลมหนาวพัดแรงขึ้น เฟยเดินออกนอกหอพักกับเพื่อนทั้งสี่หลังพระอาทิตย์ตก แสงจันทร์ขับเงาเมฆลอยต่ำจนเหมือนอุ้งมือหยิบจับไปทั่ว มุมหอพักเงียบกริบ โมรายืนข้างเฟย กระซิบเบา ๆ “ถ้าสุดท้ายเราต้องหายไปอีกคน…จะเสียใจที่ไม่ทำอะไรเลยไหม?”
เฟยมองเพื่อนแล้วพยักหน้า กลืนน้ำลายอึกใหญ่ เงาผ่านไปบนหน้าต่างฟากหนึ่งของหอพัก จู่ๆ อคินหยุด เดินไปที่พุ่มไม้มืด “นี่…มีบางอย่างนี่”
เสียงใบไม้กรอบแกรบทำให้ทุกคนตื่นตัว อคินก้มลง เงื้อมือหยิบริบบิ้นสีแดงซุกในโคลน เฟยหยิบมันขึ้นมา รอยเปื้อนเก่าเหมือนผ่านการฉีกขาด แขนของเธอสั่นเมื่อสัมผัสความเย็นเฉียบของวัตถุในมือ
ยุทธเบนหน้าไปอีกด้าน สีหน้าเปลี่ยน เมื่อเห็นรอยเท้าลึกจมไปในดินนิ่ม เมย์เดินตามรอยเท้าอย่างระวัง หัวใจทุกคนเต้นแรงขึ้นทุกก้าว เสียงกึกกักจากเนินสูงทำให้ทุกคนชะงัก
พวกเขาเจอกำแพงโปร่งบาง สะท้อนแสงจันทร์ราง ๆ คำจารึกโบราณถูกลมขับกลืนไปครึ่งหนึ่ง โมราตัวสั่นถาม “พวกนายเคยเห็นอะไรอย่างนี้ไหม?”
อคินก้าวใกล้ผนัง เอื้อมมือแตะลายสลักนั้น นิ้วของเขาสั่น “มันอุ่น…เหมือนหายใจได้”
ทันใดนั้น แสงสลัววิ่งปลาบ สะท้อนดวงตาเมย์ เธอกระซิบ “ที่นี่…ต้องมีใครซ่อนอยู่แน่” เสียงก็สั่นตามหัวใจ
ขณะทุกคนเงียบงัน เฟยค่อย ๆ เอาริบบิ้นแดงไปวางหน้าผนัง อยู่ๆ เสียงขับขานคล้ายเพลงเด็กดังลอดออกมา ทุกคนยืนนิ่ง ฝ่ามือยุทธเคร่งเครียดบีบไหล่เฟยไว้แน่น “เราควรกลับหรือเปล่า?”
เฟยเม้มปาก นัยน์ตาทอดไปยังความมืด “เราเดินมาขนาดนี้ จะถอยกลับก็ดูจะขี้ขลาดไปหน่อยนะ”
ท่ามกลางอากาศขมุกขมัว ประตูที่แนบเนียนในผนังค่อย ๆ ขยับอ้าออก มือลึกลับเอื้อมคว้าข้อมือเฟย! เธอดิ้นร้องออกมา ทุกคนกระโจนเข้าไปช่วยพร้อมกัน เสียงโวยวายดังก้อง เมย์รวบแขนเพื่อนอีกสามคนไว้ไม่ให้แตกกลุ่ม ร่างหนึ่งในเงามืดค่อย ๆ โผล่ออกมา
ผู้หญิงอายุราวยี่สิบสีหน้าว่างเปล่าสวมชุดนักเรียนเก่า ๆ เส้นผมยาวปกปิดใบหน้า เธอกระซิบเหนื่อยๆ “หนี…หนีไป…ทุกคนไม่ได้หายไป พวกเขาถูกเลือก”
เฟยมองตาเธอ เสียงสั่น “เลือกโดยใคร? เพื่ออะไร?”
เสียงของหญิงลึกลับดับหาย เงาจางวูบไปในแสงจันทร์ เหลือเพียงกลิ่นเย็น ๆ กับพื้นริบบิ้นที่ปลิวว่อน เฟยค่อยๆ ก้มเก็บมัน มือแผลเล็กเลือดซิบ แต่เธอไม่พูดอะไร
อคินยืนขยับปากพูดไม่ออก ยุทธเม้มปาก นัยน์ตาแดงก่ำ โมราเอามือปิดปาก น้ำตาไหล เงาความกลัวลอยวนรอบกลุ่มเล็ก ๆ
พวกเขารีบกลับที่พัก แทบไม่พูดกันเลยคืนนั้น
เช้าตรู่ เฟยแตะแผลที่ข้อมือ มองริบบิ้นแดงในมือขณะลมหอบสายมาตามสายลม อคินเดินมาเงียบ ๆ วางมือลงบนไหล่เธอ “ถ้าเธอจะเล่าอะไร ฉันฟังได้นะ”
เฟยฟุบหน้าลง มองพื้น “ฉันเคยทำคนในอดีตต้องลำบาก…เพราะฉันคิดว่า การซ่อนความลับ เป็นวิธีปกป้องมิตรภาพ”
อคินถอนหายใจเบา ๆ “เธอไม่ได้อยู่คนเดียว หรอก…แต่ถ้าปล่อยให้ความกลัวควบคุม เราจะสูญเสียกันไปอีกเรื่อยๆ”
เสียงเมย์ตะโกนแว่วมา “ยุทธ หายไปไหน!” ใบหน้าทุกคนเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว เฟยลุกพรวดตามเสียงไปพร้อมกัน
ในห้องพัก ยุทธกำลังหยิบของใส่กระเป๋า หันมาแทบไม่ทัน “ฉันจะไปถามหาความจริงจากหอผู้ดูแลเอง อยู่เฉยๆ กันแบบนี้มันไม่ได้อะไร!”
โมรากระโดดขวางหน้า “เดี๋ยวก่อน! ถ้าไปตัวคนเดียว นายจะเสี่ยงเหมือนนิค!”
ยุทธกัดฟัน “ถ้าเรากลัวจนไม่ทำอะไรเลย สุดท้ายก็หายไปกันหมดนั่นแหละ!” ดวงตาแดงกร่ำ เต็มด้วยความสูญเสียที่กัดกินข้างใน
เฟยตัดสินใจปล่อยริบบิ้นลงในกล่องเหล็ก “จะไปก็ไปด้วยกัน ฉันไม่อยากเสียใครไปอีกแล้ว” เสียงเธอแผ่วแต่เด็ดขาด
ท้องฟ้ามืดลงก่อนเวลาเมฆม้วนตัวหนาขึ้น หอผู้ดูแลซ่อนตัวในอาคารหินสูงโปร่ง กระจกหนาใสประดับตราเก่ากระดำ
ยุทธเป็นคนเคาะประตูทุกคนกลั้นใจ ผู้หญิงวัยกลางคนสวมชุดครุยสีดำเปิดประตู ใบหน้าคล้ำเหี่ยวย่น “มีอะไร?” น้ำเสียงแห้งแล้งฟังยากจะเข้าถึง
เฟยรีบถาม “ที่นี่ มีอะไรปิดบังเราอยู่รึเปล่า คืนแล้วคืนเล่าที่นักเรียนหายไป…”
ผู้ดูแลเหลือบตามอง เห็นกล่องเหล็กในมือเฟย “ใครให้ของนั่นมา?”
ยุทธผสมเสียงแข็ง “เราเจอเองในเขตต้องห้าม”
ความเงียบปกคลุมเป็นเวลานาน ก่อนผู้ดูแลทอดถอนใจ “ความลับไม่เคยปกป้องใครได้จริง เธอรู้ไหมว่าที่นี่เคยเป็นสถานที่ทดลองของผู้ใช้มนตราสูงสุด ผู้ถูกเลือก…มักไม่ใช่ผู้โชคดี”
เฟยลังเล “พวกเขาถูกเลือกเพื่ออะไร?”
หญิงชรามองทุกคนด้วยสายตานุ่มลึก “เพื่อแบกรับสิ่งที่คนอื่นไม่กล้า…ความกลัวที่ไม่ยอมรับจะกัดกร่อนมิตรภาพที่แท้จริง”
โมราเอื้อมจับมือเฟย กระซิบ “แล้วเราจะหยุดอะไรได้เลยไหม?”
ผู้ดูแลยื่นกุญแจดอกเล็ก ๆ ให้ “ความจริงรออยู่ในหอมนตราเหนือยอดเกาะ…ใครกล้าเผชิญเท่านั้นถึงจะเห็น”
เฟยสบตาเพื่อนครั้งสุดท้าย เห็นความสั่นไหว ความเครียด ความหวาดกลัว ปะปนกับประกายกล้าหาญที่ไม่ยอมแพ้ เธอหยิบกุญแจ ใจเต้นแรง สัมผัสเสี้ยวอดีตและความสูญเสียที่ผ่านมา
ทั้งสี่เดินฝ่าหมอกและลมขึ้นสู่หอมนตรา ตลอดทางเสียงหัวใจเต้นประสานกับฝีเท้า ทุกคนแทบไม่พูดคุย ได้แต่กระซิบคำปลุกใจตนเองเป็นระยะ
ประตูหอสูงชันเมื่อถึง เฟยเสียบกุญแจประตูใหญ่ ประตูค่อย ๆ แง้ม เสียงดังอื้ออึงของพลังเวทย์วิ่งพล่านทั่วห้อง
แสงอุ่นนุ่มไหลลอดรอยแยก มวลควันสีเงินหมุนวน เฟยมองเห็นภาพอดีตของแต่ละคนลอยวนรอบตัว ภาพโมราที่เคยถูกหักหลัง ภาพยุทธที่เสียพ่อแม่เพราะความผิดพลาด ภาพอคินที่ปล่อยเพื่อนให้หายไป ภาพเฟยที่เคยเก็บงำความจริงไม่พูดในวันที่เพื่อนหายตัวแรก
เฟยตัวสั่น หยาดน้ำตาไหล ขณะภาพเหล่านั้นสลายไปกลายเป็นแสงสีทอง มิตรภาพและอดีตที่เจ็บปวดผสานถักทอ
เสียงของใครบางคนดังขึ้นในหัวทั้งสี่ “จงยอมรับอดีต จงเชื่อในกันและกัน จงกล้าก้าวข้ามความกลัว มิตรภาพแท้นั้น คือแสงตะวันเหนือเกาะลอยฟ้า”
แสงทั้งหมดดับวูบลง ห้องกลับมามืด ทุกคนถลาตรงหากัน กอดกันแน่น กลิ่นอับเก่าของไม้และเสียงลมเหนือที่ขับขานแผ่วเบา
โมราตาแดง ถามเสียงขาด ๆ “เราทุกคนจะไม่หายไป…ใช่ไหม?”
อคินยิ้มทั้งน้ำตา “ตราบใดที่เราไม่ทอดทิ้งกัน”
เฟยสูดหายใจลึก “ฉันจะไม่ซ่อนอะไรจากเพื่อนอีก มิตรภาพอาจต้องผ่านความเจ็บปวด…แต่ถ้าเราจับมือกันไว้ ก็จะรอดไปด้วยกัน”
อรุณรุ่งเหนือเกาะลอยฟ้า สาดประกายแรก เหล่าคนบนหอพักหมายเลขสี่เงยหน้ารับแสง โดยไม่มีความกลัวหายไปอีกต่อไป บางอย่างในใจเปลี่ยนไปตลอดกาล