เพราะระยะห่างระหว่างเรา
เสียงฝนเทกระหน่ำบนกระจกหน้าต่างชั้นสองของห้องสมุดเก่ากลางเมือง ปวันนั่งค้ำคางอ่านโน้ตชีทในมือ ขณะที่อรินซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะ ยังไม่มีสมาธิจะจดอะไรเลย สายตาเธอมองลอดผ่านผมดำเงาของเขาไปที่ฝนด้านนอกเป็นพัก ๆ แต่ใจจริงนั้นสู้กับบางอย่างในหัวไม่เสร็จ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“วันนี้จะกลับยังไงอะ” อรินเอ่ยเสียงเบา สอดเสียงทุ้มต่ำปนเสียงฝน สะกิดเขาจากสมาธิ
ปวันเงยหน้าขึ้น ทำท่าเหมือนจะตอบแต่กลับนิ่งคิด “คงรอฝนหยุดก่อนมั้ง… หรืออรินรีบกลับ?”
อรินส่ายหน้าเบา ๆ เลียริมฝีปากที่แห้ง “ไม่หรอก อยู่ด้วยกันไปก่อนก็ได้”
ตกเย็นฝนซา สองคนเดินอยู่ใต้ต้นฉำฉาใหญ่ริมคลอง ต่างคนต่างจมอยู่กับความเงียบที่ไม่ได้อึดอัด แต่อยากพูดบางอย่างออกไปเหลือเกิน อรินไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ส่วนปวันเอาแต่ก้มหน้างุด
“อริน เคย…แบบ อยากหนีไปจากที่นี่ไหม” เสียงปวันขาดห้วง นัยน์ตากระพริบเร็ว
“บ่อยมาก ๆ เลย ก็…มันอึดอัด เราไม่ได้เลือกทุกอย่างด้วยตัวเองอะ”
ปวันหัวเราะเบา ๆ ไม่มีเสียง “เหมือนกัน”
เงียบลงอีกครั้ง ก่อนปวันหยุดเดิน “เรากำลังจะไปเชียงใหม่นะ รู้ยัง”
อรินหยุดนิ่ง โลกหมุนติ้วในใจ “จริงหรอ…”
ปวันพยักหน้าเบา ๆ จ้องเท้าตัวเอง “ไปต่อโทอีกสองปี”
“เราไม่รู้เลย…” อรินกลืนน้ำลาย รู้สึกเหมือนฝนไม่มีวันหยุดตก
คืนวันนั้นฝนตกทั้งคืน โทรศัพท์ของทั้งสองเงียบสนิท ต่างคนต่างนอนไม่หลับ ปวันเดินออกไปบนระเบียงหอพัก ท้องฟ้ามืดมิด ไฟถนนสลัว ๆ เหงาจนรู้สึกหนาว
ข้อความสั้น ๆ มาถึงอรินตอนตีหนึ่ง “เดี๋ยวกลับมาหานะ” เธออ่านข้อความซ้ำ ๆ หลายรอบ กว่าจะหลับไปทั้งที่แว่วเสียงฝน
พอรุ่งขึ้น กลุ่มเพื่อนมารวมตัวอำลาปวันที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ย่านถนนศรีนิมิตร อรินนั่งเงียบอยู่วงนอก มีเพื่อน ๆ แหย่เล่นเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ปวันหัวเราะกลบเกลื่อน
“ปวันกับอรินนี่ใช่ปะ สองคนนี้ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด” เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยเสียงดัง อรินหน้าแดงปนรำคาญ สบตากับปวัน พวกเขายิ้มให้กันเหมือนป้องกันตัวเอง
“โอ๊ย ไม่ใช่หรอก” ปวันพูดเร็ว ๆ แอบเหลือบมองอริน
“เราเป็นเพื่อนกัน” อรินเสริม น้ำเสียงเจ้าตัวเบาแต่มั่นคง เพื่อนหัวเราะคิกคัก
จากวันนั้นมา พวกเขาได้แต่แชตคุยกันทุกคืน เทศกาลปีใหม่อรินไปเยี่ยมบ้านปวันที่แม่ริม เขาขี่จักรยานพาเธอไปดูทุ่งดอกไม้นอกเมือง ลมหนาวแรงจนปวันต้องถอดเสื้อกันหนาวคลุมให้ อรินเงยหน้าสบตา แอบอมยิ้ม ก่อนที่เขาจะหันหลบไปทางอื่น
“คิดถึงบ้านบ้างปะ” อรินถามขณะปวันเหม่อมองท้องฟ้า
“คิดถึง…แต่ที่นี่มันเงียบต่างจากบ้านเรามาก มันก็เหงายังไงไม่รู้”
“ตอนเราเหงาเราคุยกับใครก็ได้…แต่บางทีพูดกับนาย ง่ายที่สุด”
ปวันยิ้มอาย ๆ ไม่ตอบอะไร
เวลาผ่านไปเดือนแล้วเดือนเล่า ปวันกับอรินคุยน้อยลง ทั้งสองต่างยุ่งกับเป้าหมายและชีวิตของตัวเอง วันหนึ่งอรินโพสต์รูปกับเพื่อนชายคนใหม่ ปวันแอบใจหายแต่ไม่กล้าแสดงออก เขาพิมพ์แล้วลบข้อความในแชตอยู่หลายหน
เย็นวันหนึ่ง ขณะที่อรินเดินกลับบ้านกับเพื่อนชายคนนั้น เธอเห็นข้อความแชตของปวันขึ้นบนจอ “คิดถึง” เธอยืนนิ่งนานจนเพื่อนถาม
“เป็นอะไรอะ”
“ไม่มีอะไรหรอก” เธอกดปิดหน้าจอ พยายามซ่อนความรู้สึกทั้งที่ใจเต้นแรง
หลายวันถัดมา อรินลองโทรหาปวัน เสียงสายติดแต่ไม่มีใครรับ เธอทักไลน์ไปสามข้อความ ไม่มีตอบกลับจนเริ่มกังวลใจ หัวใจมันอึดอัดร้อนรุ่มจนต้องเดินวนอยู่ในห้องนาน
ในที่สุด ปวันโทรกลับมา เสียงเขาแหบแห้ง ฟังแล้วเหมือนเหนื่อยใจ “ขอโทษนะ ช่วงนี้สอบ เครียดมาก”
“ไม่เป็นไร… แค่เป็นห่วงเฉย ๆ”
“อริน…เรารู้สึกแปลก ๆ เวลาคุยกับเธอตอนนี้ มันไกล มันไม่เหมือนเดิมเลย” ปวันพูดขาดห้วง มีเสียงลมหายใจยาว ๆ
“ก็แค่ทางไกลเอง เดี๋ยวก็ชิน” อรินพยายามทำเสียงให้มั่นคงแต่แววตาสั่น
ทั้งสองเงียบอยู่นาน เหมือนรอให้หัวใจตอบตัวเอง แต่ไม่มีใครกล้าต่อประโยค วางสายไปด้วยความค้างคา
เมื่อเรียนจบ ปวันกลับกรุงเทพฯ ทั้งสองนัดเจอกันครั้งแรกที่สวนสาธารณะเก่า อากาศร้อนแดดแรง แต่ต่างคนต่างดูเงียบขรึม
“หน้าตาเหมือนอดนอนเลย” อรินแซวปวัน
“ก็…นอนไม่ค่อยหลับ ตั้งแต่กลับมาก็ยัง…ไม่รู้สึกเหมือนกลับบ้านจริง ๆ เลย”
อรินกัดริมฝีปาก ลังเลอยู่ชั่วครู่ “เราก็คิดถึงนาย…บ้าง”
ปวันชะงักเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะ “รู้แล้วเหรอ”
“เพิ่งรู้มั้ง…” อรินเบนตาไปทางอื่น
พักหลังกว่านั้น ความสัมพันธ์เริ่มเคลื่อนแปลกไป อรินมีดราม่ากับแม่ที่บ้าน แม่ไม่ชอบปวันเพราะฐานะต่าง ปวันเองไม่กล้าเข้าไปหา เพราะกลัวอรินต้องลำบาก
วันหนึ่ง ขณะสองคนเถียงกันเรื่องแผนอนาคต อรินระเบิดใส่ “นายอยากอยู่เชียงใหม่ต่อใช่ไหม หรือจะทำอะไรแน่ นายก็พูดตรง ๆ กับเราไม่ได้สักอย่าง!”
ปวันยืนเงียบอยู่นาน “เราไม่แน่ใจ…เรากลัวทำให้เธอต้องรอ…”
“นายกลัวอะไรนักหนา กลัวเราทำให้นายลำบาก กลัวบ้านเราไม่รับ กลัวอนาคต…”
ปวันพูดอย่างอ่อนแรง “เราเคยผิดพลาดหลายอย่าง…ครอบครัวเราพังเพราะเราเลือกผิด…เรากลัวหมดจริง ๆ”
อรินน้ำตาไหล พูดอะไรไม่ออก แล้วคว้ากระเป๋าเดินหนีไปท่ามกลางสายฝนเล็ก ๆ บนถนนแคบ ๆ
ทั้งสองห่างกันไปจริง ๆ อีกครั้ง หลังจากวันนั้นแชตกลายเป็นช่องว่างต่างคนต่างอ่านแล้วไม่ตอบ อรินย้ายไปสมัครงานที่ระยอง ปวันกลับเชียงใหม่เพราะป้าที่ป่วยต้องดูแล เหมือนเส้นชีวิตแยกจากกันถาวร
สามเดือนผ่านไป อรินยืนอยู่ที่ชายหาดในเย็นวันหนึ่ง มีลมทะเล เบื้องหน้าคลื่นกระทบฝั่ง เธอได้รับจดหมายจากปวันในซองเล็ก ๆ
ในซองนั้นมีรูปถ่ายสมัยมัธยมที่ปวันถ่ายให้อริน มีข้อความยาวว่า “เรายังไม่กล้าพอ แต่นึกถึงเธอตลอด ความกลัวมันไม่หายไปง่าย ๆ แต่เราพยายามอยู่ อยากเจอเธออีกครั้ง”
บ่ายวันถัดไป ท่ามกลางแดดจ้า ปวันมาที่ระยอง อรินยืนรอที่ร้านกาแฟริมหาด ต่างคนต่างเก้อเขินตามสไตล์
ปวันนั่งลงตรงข้าม ไม่มีคำพูดสวยงาม มีแต่สายตาหวั่นไหวและรอยยิ้มไม่สมบูรณ์
“เรายังรักเธออยู่ไหม” ปวันถามเสียงแผ่ว
อรินนิ่งไปนาน ริมฝีปากสั่น “ไม่รู้…แต่ยังคิดถึง และไม่เคยหยุดเลย”
ปวันเอื้อมมือวางไว้ใกล้ ๆ ไม่กล้าสัมผัส
“เรากลัวมาก กลัวเสียเธอไป กลัวที่เรายังไม่ดีพอสำหรับเธอ กลัวทุกอย่าง…แต่เมื่อไม่มีเธอแล้วมันยิ่งแย่กว่า” เขาพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเศร้า
“บางทีเราต้องกล้าเจ็บ กล้าลอง…เพราะก็กลัวอยู่ดี ถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกัน” อรินพูดเสียงเบา หัวเราะน้ำตาคลอ
พวกเขานั่งเงียบ มองคลื่นซัดหาดไปเรื่อย ๆ ไม่มีคำพูดสวยหรู แต่ความรู้สึกนั้นจริง และยังไม่จบง่าย ๆ
ในเย็นวันนั้นปวันเดินเคียงข้างอรินบนทรายเย็น เมื่อแสงอาทิตย์ลับปลายฟ้า เงาทั้งสองทอดยาวขนานกันไปโดยไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นแบบไหน แต่อย่างน้อยพวกเขาเริ่มต้นอีกครั้งจากความกลัวจริง ๆ และความรู้สึกที่ไม่มีใครกล้าเอ่ย แต่รับรู้ในใจทั้งคู่