ปฏิบัติการตามหาหมาเพื่อนบ้าน
เช้าวันอาทิตย์อันเงียบสงบในซอยต้นไทร กลายเป็นเช้าวุ่นวายทันทีที่เสียงแตรจากจักรยานของสุชาติ ดังขึ้นหน้าบ้าน “ป้าจิตร! ป้าจิตร! เจ้าจ้อยของผมหายไปไหน” สุชาติ คนขายผลไม้ ผู้มั่นใจเหลือเกินว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เดินลากจักรยานตรงมาหน้าบ้านป้าจิตร เจ้าของบ้านไม้สีฟ้า ที่กำลังรดน้ำดอกไม้หน้าเมืองอย่างสงบ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เอ๊ะ จ้อยชื่อหมานายนะสุชาติ บ้านป้าไม่มีหมาหรอก มีแค่แมว กับมะลิที่บ้านป้าหลินโน่น” ป้าจิตรตอบพลางวางสายยาง
“มะลิหาย! โอ๊ย! แล้วนั่นเจ้าจ้อยก็หายไปด้วย ฉิบหายกันทั้งซอยแน่วันนี้,” สุชาติโพล่ง ราวกับโลกจะแตกถ้าหมาแมวบ้านนี้หายพร้อมกัน
ไม่นาน ป้าหลิน เจ้าของหมาชื่อมะลิเดินมากับกล่องเบเกอรี่ “มีใครเห็นมะลิใบหน้าช็อกโกแลตของป้าไหมเพื่อน ๆ”
บรรยากาศเริ่มวุ่นขึ้นเมื่อจู่ ๆ มีเสียงเด็กชายตัวน้อยแว้ดมาว่า “ป้า! เมื่อกี้เห็นหมาขาวกับหมาดำวิ่งไปทางบ้านลุงเรือง!”
สุชาติไม่พูดพร่ำ หยิบผลไม้สองสามลูกยัดใส่ตะกร้า “งั้นตามไปกันเลยครับทีม!”
“เหวอ ไกล้เมื่อยขาแล้ว จะลากเราไปไหนอีกล่ะแก” ป้าจิตรบ่นแต่ก็เดินตาม ทั้งหมดเคลื่อนขบวนป่วน ๆ ไปด้วยกันอย่างไม่มั่นใจเลยในแผนของตัวเอง
บ้านลุงเรืองตกเป็นจุดศูนย์กลาง บานประตูดูเหมือนจะสั่นคลอนด้วยเสียงโหวกเหวกของชาวซอย “ลุงเรือง! เปิดประตูหน่อย หมาหาย!” สุชาติเคาะประตูชุลมุน ป้าหลินพยายามเอากล่องเบเกอรี่ล่อเผื่อจะได้ตัวมะลิกลับมา
ลุงเรืองเปิดมาอย่างมึน ๆ ใส่เสื้อลายดอก “หา? ผมไม่มีหมา แล้วเสียงทำกับข้าวของผมก็ปิงปองอยู่นี่ ใครเอาหมาไปกับข้าว!”
เสียงหัวเราะกับการตอบไม่ตรงคำถามทำให้ความวุ่นวายเริ่มบานในหัวใจผู้คน บางคนเริ่มออกมาติดปลายนวม “สงสัยจะโดนขโมยหมาแน่ ๆ” ลุงสมบัติ เจ้าของร้านขายของชำประกาศน้ำเสียงเชื่อมั่นราวนักสืบอาชีพ
“แกอย่ามโน เดี๋ยวหมาก็กลับมาเอง” ป้าจิตรเอ่ยเบา ๆ แต่ก็เริ่มหวั่น
ทันใดนั้น น้องใบเตยวัยสิบสี่จากบ้านถัดไปวิ่งหน้าตื่น “เมื่อกี้มีคนแปลกหน้ามายืนใกล้ถังขยะหน้าบ้านฉัน แล้วมีเสียง…หมาเห่า!”
“ต้องเป็นขโมยแน่” สุชาติเสียงสั่น แต่สีหน้าเหมือนจะอินไปกับคดีลึกลับมากกว่ากังวลกับหมาจริง ๆ
“เออ ถึงเวลาประชุมลับด่วน!” ป้าหลินเกือบจะยกกล่องขนมเป็นไมโครโฟน ทุกคนเริ่มรุมวงคุยกันเรื่องแปลก ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการหายไปของหมาแสนรัก บางคนเอาเหตุผลมา บางคนก็คิดเองเออเอง
“สมมติว่าขโมยหมา…ต้องเป็นมืออาชีพ มีเครือข่าย ต้องเฝ้าสังเกตพฤติกรรมเหยื่อก่อนแน่นอน…” ลุงสมบัติออกตัวทันทีด้วยความมั่นใจผิด ๆ
“เก็บเถียงกันไว้ เราต้องเดินหน้าสืบกันต่อ!” สุชาติชูมือสั่งพร้อมลากขบวนชนบทไปอีก
เสียงป้าอรจากบ้านหน้าซอยดังแว่ว ๆ “ขออย่าเดินเหยียบผักฉันนะ!”
ขบวนยังเดิน เด็ก ๆ วิ่งนำหน้า “เร็ว ๆ เห็นหมาตัวขาวกับตัวดำนะ!”
ทุกคนกรูกันไปจนแทบล้ม กระถางต้นไม้ปลิวไปคนละทาง
ผ่านบ้านคุณชัยวิศวกร มีเสียงดังฮึ่ม ๆ “เฮ้ย! จะบุกสวนผมแบบนี้ไม่ได้นะ!”
“หมาหายนะครับคุณชัย!” สุชาติพูดย้ำหนักแน่นราวเหตุผลคอขาดบาดตาย
คุณชัยยืนงง ๆ “หมาอะไร บ้านนี้แมวจะหิวตายแล้ว” เขายักไหล่ แล้วหยิบขนมปังโยนให้แมว ขบวนเดินต่อ
การสืบสวนทั่วไปไม่มีอะไรคืบหน้า แต่ข่าวลือเริ่มลุกลาม “บางที…หมาเราอาจถูกจับไปทำละครสัตว์!” ป้าหลินเริ่มวิตกจริตไปใหญ่
“จริง ๆ น่ะเหรอป้า? หมาฉันกินแต่ข้าวต้ม!” สุชาติสวนทันควัน
ผ่านไปครึ่งวัน ขบวนยังไม่พบร่องรอย แต่เริ่มไปแวะทุกร้านค้า ทุกบ้าน ทุกซอก…
ทุกบ้านเริ่มมองกลุ่มสุชาติเป็นแก็งค์คนว่างงานยามเช้ามากกว่านักสืบ
“นี่…ถ้าไม่เจอ ฉันจะให้หมาพลาสติกเธอไปเลี้ยงแทนนะ” ป้าจิตรประชด
“เดี๋ยว ๆ อย่าประชด ฉันจริงจัง” ป้าหลินหน้าตึงขึ้นมาทันที
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของป้าหลินก็ดังขึ้น “ฮัลโหล…อ้อ นี่มะลิเองเหรอ…เอ๊ะ! เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยบอกว่ามะลิหลับอยู่ใต้โต๊ะตั้งแต่เช้า…”
กลุ่มยืนอึ้งก่อนกลบเกลื่อนด้วยเสียงหัวเราะแกน ๆ “โฮ้ย! นี่เรากลายเป็นคนหาเรื่องเองเหรอเนี่ย” สุชาติเกาหัว
แต่อยู่ดี ๆ เด็กชายที่วิ่งมาก่อนหน้าก็ถือชามขนมมา “นี่ครับ เจอหมาดำเต้นรำกับกล้วยที่ครัวผมเอง!”
ทุกคนยิ้มร่าแบบขำไม่ออกกับความเข้าใจผิดของตัวเอง
สุดท้าย ทุกบ้านได้หมาแมวคืน หันมายิ้มอย่างเหนื่อยใจในความวุ่นวายที่สร้างกันเอง ขบวนกลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการบ่นกันไปมา—แต่ทั้งหมดก็ได้เรียนรู้บางอย่างเกี่ยวกับเพื่อนบ้านและความวุ่นวายตั้งต้นจากความเข้าใจผิดที่ไม่มีใครตั้งใจ
สุชาติยิ้มให้ป้าจิตร “ขำดีเนอะ ซอยพวกเราไม่เคยหยุดวุ่นเลย”
ป้าจิตรยิ้มตอบ “วุ่นวายกว่าหมาเมายาอีกมั้ง!”
ป้าหลินกอดกล่องเบเกอรี่แน่น “คราวหน้าตามหากุญแจบ้านฉันแล้วกัน นั่นก็หายบ่อย!” ทุกคนหัวเราะเสียงดังส่งท้าย ขณะที่เจ้ามะลิ เจ้าจ้อย เดินดมดอกไม้เหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลย