วุ่นนัก…หอพัก(ไม่)แสนสงบ
เสียงนาฬิกาปลุกที่แฮ้งค์ตั้งวันแรกของการใช้ชีวิตหอพักใหม่ดังสนั่น “ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!” ดังกว่าจำเป็น เอิง—หนุ่มปีหนึ่งสายบัญชีที่มั่นใจเรื่องการวางแผนชีวิต จู่ ๆ ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา คว้าโทรศัพท์คว้านาฬิกาแบบคนงัวเงียแต่ก็พลั้งไปกดระฆังเตือนภัยหอพักแทน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงไซเรนหอนตลอดทางเดินจนกลายเป็นเช้าวุ่นวายที่แท้จริงของหอพัก ‘ร่มจันทร์’ ตามมาด้วยการปรากฏตัวของฟ่าง—รุ่นพี่ปีสองสุดติสท์ ผมฟู ยิ้มเฉื่อยกับชุดนอนมัดย้อม นั่งแคะหูพูดอย่างเย็นว่า “เฮ้ย…วันนี้หอไฟไหม้เหรอ หรือเอิงแค่ซ้อมวางแผนหนีตาย?”
เอิงหน้าเจื่อน มือยังชูโทรศัพท์กับนาฬิกาปลุกในอากาศ “พี่ฟ่าง…มันคือความผิดพลาดเชิงเทคนิคครับ ผมแค่จะ…เอ่อ…วางแผนตื่นให้ตรงเวลาเฉย ๆ”
เสียงฝีเท้าวิ่งปึงปัง ฝ้าย—สาวกิจกรรมสายโซเชียล ผมสั้นสะบัดผ้าเช็ดตัว ยืนจังก้า กลางโถง “อ้าวเฮ้ย จะอัดคลิปหนีตายลงช่องไหม ดีเลย! ยอดซับจะพุ่ง! เออ ไหนไฟล่ะ ไหนไฟ?”
ระหว่างสี่ชีวิตสับสน เสียงประตูอีกห้องก็โพล่งออกมาเป็น แอ้ม—สาวขี้กังวลคิดมาก เสื้อยับเข้าทรง ผมเปียลวก ๆ “นี่ตกลงจะตายจริงใช่ไหม ฉันวางพินัยกรรมไม่เสร็จนะ! จะให้พ่อแม่น้องหมาได้อะไรบ้าง ฮือออ”
ฟ่างยกนิ้วโป้งกับฝ้าย “ดูดิ เพื่อนเรามีความรับผิดชอบสูงจริงว่ะ ห่วงพินัยกรรมก่อนเรื่องหนีตายอีก แก๊งเราต้องปลอดภัยแน่ ๆ ไม่รู้จะฮาหรือหวาดกลัวดีเนี่ย”
เสียงกริ่งเงียบ สายตาทุกคนจ้องเอิงพร้อมกัน เอิงรีบเก็บของลงกระเป๋ากลัวโดนคาดโทษ ก่อนน้องซัน—ชายหนุ่มโลกส่วนตัวสูง สไตล์เซอร์ ๆ เดินออกมาจากห้องครัวกับกล่องขนมปัง เขาถามเสียงเรียบ “กินขนมปังไหมครับ หรือต้องหนีก่อน…ผมไม่แน่ใจสถานการณ์”
เอิงถอนหายใจ มือยังสั่นเล็กน้อยจากความร้าวรานทางสังคม เพิ่งรู้ว่าคืนก่อนเตรียมเทคนิคการวางแผนชีวิตไว้ดีแค่ไหน ก็พังทลายได้ในทางเดินระหว่างห้องแบบนี้
หลังความวุ่นวายแรกสงบ พี่ปรินซ์—เจ้าหน้าที่หอพัก ร่างผอมสูง ท่าทางเคร่งขรึมแต่คุยแปลก ๆ ก็มายืนหน้าประตู “ขอแจ้งเตือนนะครับ อย่าเอาอะไรไปวางใกล้กริ่งเตือนภัย ไม่อย่างนั้นจะจำกัดเวลาอาบน้ำทั้งหอก็ได้นะครับ” แล้วเขายิ้มกระหยิ่มแปลก ๆ เหมือนจะขำเองคนเดียว
เช้าวันแรกกับแผนชีวิตใหม่จึงจบลงด้วยขนมปังเย็น ๆ คนละแผ่น ใคร ๆ ก็เตรียมหัวเราะกลบความล้มเหลว เอิงสัญญากับตัวเองว่า นี่คือความผิดพลาดแค่ครั้งเดียวนะ…คิดผิดนิดเดียวเอง
เสียงไมโครเวฟปิ๊ง ๆ ทำลายความเงียบ ก่อนฝ้ายจะตะโกน “เฮ้ย! วันนี้พวกเราต้องจัดปาร์ตี้เปิดหอป่ะ? จะได้ถ่ายลงไอจี คลิปแรกของร่มจันทร์ต้องปัง! เอาไมค์ใคร…ใครมีไมค์บ้าง?”
ฟ่างมองออกนอกหน้าต่าง เห็นต้นไม้โยกตามลมพร้อมกล่าวคม ๆ “ถ้าปาร์ตี้จะสนุก ก็ขออย่างเดียว อย่าให้พังเท่าซ้อมหนีไฟเมื่อเช้าแค่นั้นละกัน…ฮ่า ๆ ๆ”
แอ้มแทรกทันที “แต่ถ้ามีคลิปฉันทำหน้าเละในไอจี ขอให้เอาลงฟิลเตอร์ให้ด้วยนะ อย่าแกล้งกันน้า”
ซันพูดทั้งกินขนมปังไปด้วย “ถ้าปาร์ตี้เงียบ ๆ ได้ไหม ผมแพ้เสียงดัง ผมจะได้ใส่หูฟังเป็นเครื่องป้องกัน…”
เสียงเคาะประตูปัง ๆ กลบการถกเถียง คือเสียงจิน—นักศึกษาหนุ่มอักษรฯ ปีสี่แวะมาชวนร่วมประชุมหอ เขาหอบกระดาษข้อเสนอ ‘ระเบียบชุมชนหอร่มจันทร์’ แบบคิดเอง ทำเอง เน้นเรื่องความสงบ “ทุกคน เชิญเข้าประชุมครับ เรื่องการแบ่งเวรทำความสะอาด ใครมีข้อเสนอเชิญเลยนะครับ แต่…ขอให้เสียงเบา ๆ ด้วยครับ ผมปวดหัว”
ฝ้ายตาโต “ถ้าจะทำความสะอาด ต้องเลือกวันให้ตรงกะฉากปาร์ตี้ด้วยนะ จะได้ถ่ายคอนเทนต์ก่อนแล้วค่อยเก็บกวาดทีหลัง!”
เอิงรีบยกมือ “ขอจองเช้าวันอาทิตย์ ผมมีแผนจะจัดระเบียบของใช้ในห้องครัวให้หมด จะได้เริ่มสัปดาห์อย่างมือโปร”
ฟ่างยิ้มมุมปาก “งั้นขอฉันเลือกช่วงบ่ายไว้ทำงานศิลปะนะ ห้ามสีหกใส่พื้นละกัน รับรองไม่มีใครลื่นล้ม ฮ่า ๆ ๆ”
แอ้มกอดแฟ้มแน่น “ถ้างั้นฉันขอเลือกวันอังคาร เพราะต้องเตรียมรายงานส่งเลยให้มันเคลียร์ ๆ จะได้ไม่ต้องคิดมาก”
ซันพูดเบา ๆ “ผมขอไม่ทำเลยได้ไหมครับ…แต่จะช่วยทิ้งขยะกับซื้อขนมเข้าหอแทน เอาขนมมากองเป็นภูเขาเลย”
จินทนไม่ไหว รีบโน้ตไอเดียแต่ดีเบตแรงแบบยิ้มเก้อ ๆ “อ๊ะ โอเคครับ ๆ ไว้เราแบ่งเวรกันใหม่ก็ได้ครับ เอาแบบไม่ต้องทะเลาะกัน…แม้ผมจะคิดว่ายังไงก็ตาม ความเงียบก็สำคัญ นะครับ…ผมขอล่ะ”
บรรยากาศประชุมเริ่มงง ฝ้ายกับฟ่างแอบจับกลุ่มซุบซิบ “จินเขาเรียกร้องความสงบ แต่มารวมกลุ่มกับพวกเราเนี่ยนะ เงียบแน่…เงียบแบบไหน”
ฟ่างกระซิบเบา ๆ “เดี๋ยวรอดูความอลเวงข้างหน้าเถอะ รับรอง ไม่เกินสามวันหอแตก”
ผ่านไปสองวัน ห้องครัวมีลิสต์ของใช้ที่เอิงทำด้วยมือเว่อร์ ๆ พร้อมแปะป้ายใหญ่มาก “ห้ามย้ายสิ่งของนี้ ห้ามใช้ถ้าไม่ล้าง!” ฟ่างเดินมาเทสีน้ำหวังจะวาดวิวกลางครัว ดันไปหยิบแก้วโปรดของเอิงโดยไม่รู้ตัว เอิงโผล่มาหลังตู้เย็น ดีดนิ้วเสียงดัง “หยุดเลย! นั่นคือแก้วสำหรับดื่มอารมณ์เช้าเพียงอย่างเดียวของผม! สีน้ำทนน้ำไม่ได้นะครับ!”
ฟ่างไม่สะทกสะท้าน กลับเอาแก้วจุ่มพู่กันทำเป็นแนวอาร์ต “นี่บรัชเทคนิคใหม่แก้วบัญชีสายอาร์ต…เดี๋ยวล้างคืนให้เงาวับเลย รับประกันหรือไม่คืนเงิน”
เอิงหน้าถอดสี ฝ้ายวิ่งมาตะโกน “เอ้า มีรายการใหม่ ล้วงลึกชีวิตหอพัก! แก้วนี้ใครชนะได้ไปเป็นของที่ระลึกประจำหอ! โหวตเดี๋ยวนี้!” ซันนั่งในมุมแอบ ถามเสียงขรึม ๆ ไม่มองใคร “จะแข่งแก้วจริงเหรอครับ ขอผมนั่งห่าง ๆ ไม่เกี่ยวข้องกับศึกนี้นะครับ”
ความอลเวงเล็ก ๆ เริ่มลุกลาม แอ้มเห็นรายการใหม่ในหอ รีบเปิดกล่องจดหมายเล็ก ๆ พร้อมส่งใบร้องเรียนว่าหอพักเริ่มมีแววความวุ่นวาย
ค่ำคืนนั้น ฝ่ายชั้นบนร้องเรียนว่าเสียงดังจากห้องครัว ชาวหอได้รับจดหมายแจ้งเตือนจากพี่ปรินซ์อีกครั้ง ฝ้ายบ่น “แค่แข่งแก้วเสียงถึงข้างบนเลยเรอะ?”
ฟ่างขำปนเอือม “ฉันว่าไม่ใช่แค่แก้วแล้วล่ะ สงสัยว่าเสียงหัวเราะกับเสียงประกาศนี้มันดังเป็นพิเศษ”
เอิงคิดเยอะ “ถ้าถูกเตือนไปอีกครั้ง ชีวิตการวางแผนหอพักของผมจบแน่ ๆ แล้วผมจะเขียนแผนหอพักสงบได้ยังไงล่ะนี่!”
วันถัดมา จินชวนทุกคนประชุมฉุกเฉิน ยื่นกระดาษข้อเสนอใหม่ “ใครก็ได้ ช่วยอย่าเล่นเกมที่เสียงดังเกินระดับ 2 นะครับ ฮึก…ผมจะเครียดตายอยู่แล้ว”
ฝ้ายสวน “แต่ถ้าเงียบไป คลิปฉันจะดูเงียบเหงา ไม่มีใครไลค์หรอกน่า! เอาไงดีเนี่ย แยกหอไหม?”
ฟ่างเกาหัวบ่น “เราหอเดียวกัน แยกหอจะฮาไปไหนน่ะแก ชีวิตมันต้องปรับตัวบ้างมั้ย?”
ซันพูดโพล่ง ๆ “ถ้าทุกคนอยากเงียบ ผมจะตั้งเต๊นท์ในสวนหลังหอ จะได้ไม่มีเสียงรบกวน…แล้วก็ ไม่ต้องทำความสะอาด”
แอ้มเห็นด้วย “ถ้ามีหอเงียบ ฉันจะขอย้ายตาม เจอมลพิษเสียงทีไรใจเต้นแรง เขียนงานไม่ได้! เอิง แกเสนออะไรทีดิ”
เอิงนิ่งไปหนึ่งจังหวะ “ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้นอกจากเงียบกับเสียง งั้น…เราวาดเส้นแบ่งครัวครึ่งหนึ่ง เงียบอยู่ซ้าย เสียงขวา จะลองดู!”
แผนแบ่งครึ่งครัวประสบความสำเร็จ…สามนาที ก่อนที่ฟ่างจะปาดสีเกินเส้น, ฝ้ายจะลากกล้องข้ามฝั่ง, ซันจะปิ้งขนมปังเสียงดัง, แอ้มจะถ่ายเทเอกสารว่าไหนขอบเขต แล้วจินก็ร้องไห้เบา ๆ “เอาใหม่ ไม่ไหวแน่ครับ….”
พี่ปรินซ์ผ่านมาแถวครัว หัวเราะเบสทุ้ม “เนี่ยแหละชีวิตหอ มีแต่คนพยายาม ‘จัดระเบียบ’ ทั้งที่จริง ๆ แล้วหอมันคือความวุ่นวายแบบธรรมชาติ อย่าคิดจะควบคุมเสียงหัวเราะเลยดีกว่า”
ท่ามกลางความวุ่นวาย ฝ้ายเสนอแข่งทำคลิป challenge ‘อยู่กับเพื่อนต่างขั้วหนึ่งวัน’ จะมีใครรอดครบวันมั้ย? ทุกคนลุ้นเหมือนกัน
กิจกรรม challenge วันถัดไปเหมือนจะราบรื่น แต่จบลงด้วยความเข้าใจผิดว่าแอ้มถูกซันแกล้งโยนขนมปังใส่หัว (ที่จริงคือ ซันจะส่งให้แต่พลาดเพราะใส่หูฟังไม่ได้ยินเสียงเรียก) ทุกคนแตกตื่น แอ้มเขียนจดหมายโต้แย้งขวัญหอพัก ซันหน้าเจื่อนขอโทษเก้อ ๆ ระหว่างฝ้ายเก็บภาพไว้ทำมีมต่อ
พอคืนสุดท้ายของสัปดาห์ ฝ้ายและฟ่างช่วยกันรวบรวมคลิปเสียงหัวเราะ เสียงบ่น เสียงแผนพัง ๆ พร้อมคำบรรยาย “นี่คือชีวิตร่มจันทร์แห่งปีแรก: ถ้ามีแผนก็แค่เตรียมล้มเหลวกันแบบมีเสียงหัวเราะ” ทุกคนดูคลิปแล้วหัวเราะลั่น ปิดท้ายด้วยการนั่งกินขนมปังรอบโต๊ะยังไม่มีใครกุมพินัยกรรม แต่มีเพื่อนใหม่เพิ่มในใจ
เอิงพูดเบากว่าเดิม “ผมว่าบางที ชีวิตแบบนี้แหละที่เราวางแผนไม่ได้…แต่ก็…ดีนะครับ”
แอ้มเสริม “อย่างน้อยพินัยกรรมก็ไม่ต้องเขียนใหม่ทุกวัน ถ้าได้หัวเราะแบบนี้”
ฝ้ายชูไมค์ไม้ “ส่งท้าย! ปีหน้าหอร่มจันทร์จะวุ่นแค่ไหน ก็ขอให้รกดังเดิม!”
ฟ่างร้อง “ใช่เลย! หอวุ่น ๆ แบบนี้แหละ…ถึงจะน่าอยู่!”
เสียงหัวเราะลอยตามทางเดิน นี่แหละ…วุ่นวายแต่ใจอุ่น ที่สุดของร่มจันทร์