ภารกิจ “ลุงป่วนหอ” (The Hostel Huddle)
เช้าตรู่วันศุกร์ หอพักชาย ‘บ้านแก้วกะเปี๊ยว’ เงียบสงบยกเว้นเสียงหวีดแหลมของนาฬิกาปลุกแปลกประหลาดที่ก้องตึกทั้งหลัง ก่อนที่ ‘ลุงแดง’ ชายวัยห้าสิบผู้มั่นใจในประสบการณ์ดูแลหอมายี่สิบปีจะเดินลากไม้ถูพื้นเสียงดังปึงปังตลอดทางเดิน สายตาแกโทรมมองผ่านแว่นหนาเตอะและพึมพำกับตัวเองเรื่อง “ระบบบริหารจัดการแบบลุงแดง: ทุกอย่างต้องเป๊ะ!” อย่างภาคภูมิใจ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ขณะเดียวกัน เสียงประตูห้อง 202 ถูกเคาะจนสั่นเหมือนจะพัง ‘โอ๊ค’ นักศึกษาปีสอง หน้าตากวนๆ ผมนอนฟู ยืนเกาหัวและถามออกไปว่า “ลุงแดง นี่มันหกโมงเอง…มีอะไรเยอะปะครับวันนี้ หรือจะไล่เราทำความสะอาดตึกอีกรอบ?”
ลุงแดงเดินมาใกล้ ทำหน้าขึงขัง “วันนี้ลุงต้องเป็นเมเนเจอร์แทน ป้าศิริลาไปงานแต่งลูกสาว งานนี้ใครขยับแปลก ๆ ลุงเห็นหมดนะ! ความเป็นระเบียบคือหัวใจของหอ!!”
โอ๊คทำคิ้วขมวดแต่แอบหัวเราะ “หัวใจของหอพัก คือกาแฟฟรีป่าวครับ ประชุมเช้านี่ยังไม่ได้กินข้าวเลย…”
ขณะโอ๊คบ่นกับตัวเอง ความวุ่นวายก็มา “อ้าวเฮ้ย! รองเท้ากูหาย! ใครเล่นอะไรเนี่ย!!” เสียงร้องนั้นมาจาก ‘ไบร์ท’ เพื่อนร่วมห้องสุดพิถีพิถันช่างคิดช่างกลัวโรค ที่เชื่อว่าทุกอย่างในหอมักเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกซ่อนอยู่
ลุงแดงกะทันหันรีบวิ่งมา พรวดเข้าที่เกิดเหตุ หน้าตาจริงจังชนิดจะเป็นนักสืบ “เรื่องใหญ่แล้ว แบบนี้ต้องประกาศ!” เสียงแกชัดเจนจนทุกคนในตึกได้ยิน
ข่าว “รองเท้าหายปริศนา” แพร่กระจายทันทีทั่วตึก ทั้งที่เวลาแค่เจ็ดโมง เด็กหอพากันลุกลี้ลุกลนกันหมด บางคนวิ่งเปิดตู้ บางคนเสียงแตกตื่น บางคนรีบปัดเศษขนมใต้เตียงเพราะกลัวลุงแดงจะเข้ามาตรวจ
‘บอล’ นักศึกษาปีหนึ่งผู้ใจร้อนชอบแสดงความคิดเห็นเสมอ (แต่ไม่มีใครฟังจนจบ) โผล่หน้ามาจากห้อง 205 “ลุง ผมนี่น่าจะเข้าใจนะว่าเรื่องแบบนี้เกิดจากใคร…ผมว่าพวกชั้นสามแน่เลย เมื่อวานซน ๆ กันจนลืมล็อคชั้น!”
ลุงแดงตอบเสียงดัง “อย่าเพิ่งมโน! ลุงจะไล่เช็คทุกห้อง ถ้ายังไม่คืนรองเท้าจะประกาศตั้งกฎใหม่ ห้ามใส่รองเท้าทุกคน! เดินเท้าเปล่า!”
เสียงโวยวายทันที “โห ลุง ล้อเล่นปะ เดินเท้าเปล่าหอเย็นแบบนี้ ใครจะไหว ลุงใจเย็นก่อน!” โอ๊คตอบสวนทันที ผสมเสียงหัวเราะแบบไม่ค่อยจริงจัง
ลุงแดงยังไม่หยุดย้ำเน้น “ระบบลุงแดง ใครผิดลุงเจอ!” เขาฟาดไม้ถูพื้นลงพื้นเป็นจังหวะจนกลายเป็นเสียงประหลาดที่เด็กหอเรียกว่า ‘เคาะขวัญขา’
ฉับพลัน ‘เจี๊ยบ’ หนุ่มตี๋ปีสี่สายตาเฉียบคนเงียบมากพูดน้อย ยืนเกาะประตูชั้นบนตะโกนลงมาแบบเรียบ ๆ “ใครจะขโมยแค่รองเท้าขาด ๆ ของหอวะ ลุงจะโวยวายเพื่ออะไรมากมั้ย วันนี้สอบเช้า ลูกลุงไปไหนก็ไปเหอะ…”
โอ๊คแอบกระซิบกับไบร์ท “พี่เจี๊ยบนี่พูดทุกปี แต่ไม่น่าไว้ใจสุดในตึก เขาชอบเงียบ ๆ พอมีไรหายต้องเช็กเจี๊ยบก่อนเลยว่ะ”
ไบร์ทกระซิบตอบเสียงตื่น ๆ “กูโดนก็กลัวดิ! กูสงสัยบอล ขี้สงสัยแบบนี้มักเป็นตัวต้นเหตุ แต่ละวันเปลี่ยนข้อหาเป็นสิบรอบ ไม่เจอคนผิดซะที!”
ลุงแดงไม่สนใจความซุบซิบ ประกาศกลางโถง “ทุกคนเข้าห้องประชุม! ใครเกี่ยวข้องยังไงบ้าง ลุงจะถามทีละคน!”
โอ๊คกระซิบ “เอาอีกและ ประชุมลุงแดง ประชุมสั่นโลก นั่งจนครบแถว…”
ดูเหมือนเหตุการณ์จะซับซ้อนขึ้นเมื่อ ‘ออม’ เด็กกิจกรรมหญิงที่มาติดต่อเรื่องวิ่งมาราธอน (แต่ดันแต่งตัวเลอะเทอะจนคนมองเป็นเด็กรับจ้าง) โผล่มาทักกลางโถง ทำให้แก๊งนักศึกษาเริ่มเข้าใจผิดว่าพนักงานโรงแรมมาสืบคดีต่อด้วย
บอลกระซิบกับไบร์ท “พี่ออมมาไม่ตรงเวลาเหมือนเดิม นี่มาเรื่องของหอ หรือมาเรื่องอะไรกันวะ โคตรเหมือนสายลับเลย”
โอ๊คแทรก “เอ้า ลุงครับ ถ้าจัดทีมสืบสวน ขอผมไม่อยู่ได้มั้ย ผมยังไม่เจอรองเท้าผมเลยน้า!”
ลุงแดงยืนกลางวง ถอนหายใจแรง “ทุกคนใจเย็น เรื่องนี้มันก้ำกึ่งระหว่างวินัยกับมิตรภาพ เอาเป็นว่า ใครมีเบาะแสอะไรให้บอกลุง ลุงจะตรวจทุกห้อง!”
นาทีนี้เกิดปรากฏการณ์รวมตัวค้นหาห้องทั้งตึก หญิงชายกวาดสายตามองข้าวของตัวเอง โอ๊คกับไบร์ทตัดสินใจไปสำรวจห้อง 302 เชื่อว่าเจี๊ยบ ‘ต้อง’ เป็นผู้ต้องสงสัย
โอ๊คเคาะประตูห้องพี่เจี๊ยบ แกล้งพูดเสียงดัง “พี่ ๆ รองเท้าเราหายเหมือนกัน ว่างมั้ย ขอสำรวจหน่อย!”
เจี๊ยบเปิดประตูช้า ๆ หน้าตานิ่ง “เข้ามาก็ได้ แต่อย่ารื้อของ กูเบื่อ”
โอ๊คเสแสร้งสำรวจใต้เตียง “พี่คร้าบ เกลียดของรก แต่ของรกพี่แน่นตู้… หรือจะมีกิมมิคซ่อนรองเท้า?”
เจี๊ยบถอนใจ เบื่อ แต่ยอมเปิดตู้—-ปรากฏว่ามีแต่หนังสือเรียนกองพะเนินและรองเท้าคู่เก่าขาดวิ่นที่น่าจะใส่ไม่ได้จริงด้วย
ไบร์ทซุบซิบเสียงกลัว “โอ๊คกูว่าเจี๊ยบไม่น่าใช่แล้วมั้ง…แต่เดี๋ยวก่อน เมื่อคืนเห็นใครกำลังปีนรั้วไหมวะ”
โอ๊คติดใจ “ถ้าไม่ใช่ในห้อง ก็เหลือแค่ห้องเก็บของท้ายตึก! ป้าศิริมักจะเก็บของแปลก ๆ ไว้ในนั้น ลุงเคยห้ามเข้าไง”
ทั้งสองเลยเดินอ้อมไปห้องเก็บของ ขณะเดียวกันลุงแดงกับออมกำลังพูดคุยกัน
ออม “ลุง ฟังนะ เห็นข่าวในกลุ่มว่าแมวรอบหอเยอะมาก อาจเป็นแมวมั้งที่เล่นรองเท้าไป ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก เดี๋ยวก็โผล่เอง”
ลุงแดงสะบัดหน้า “อะไรก็โทษแมว ไม่ได้ ลุงขอไล่กล้องวงจรปิดก่อน ใครขยับอะไรเมื่อคืนลุงดูหมด”
บอลปรี่เข้ามา “พี่ออม ผมว่าปัญหาคือพวกปีสองนี่แหละ ปีนี้แค่มกราก็วุ่นกว่าปีก่อนละ!”
เจี๊ยบเดินสวนมาแบบนิ่งๆ หน้ายุ่งกว่าเดิม “เอาเป็นว่า เดี๋ยวกูจะไปคุยกับห้องข้างๆ นายดูโน้ตเตือนที่หน้าประตูรึยัง บางทีอาจเป็นแค่เรื่องไร้สาระก็ได้”
ไบร์ทหยิบโน้ตแผ่นหนึ่งมาอ่าน “ใครเจอรองเท้าผิดที่ ใส่ไว้หน้าห้อง 205 ขอบคุณครับ”
โอ๊คงง “…นี่มันรองเท้าเราป่าววะ ทำไมไปอยู่ห้องบอล?”
ความคิดแล่นเป็นลูกโซ่ ขณะที่ทั้งตึกเริ่มหาว่ากันเอง ปัญหาเริ่มบานปลายเป็นตกลงกันไม่ได้ โยนข้อหากันเป็นทอดๆ แม้แต่ลุงแดงเองก็เริ่มงงกับระบบ “เป๊ะ!” ของตัวเองขึ้นมา
โอ๊คกับไบร์ทตัดสินใจง้างประตูห้องเก็บของ ทันใดนั้นแมวอ้วนท้วนสีขาวดำกระโดดผึงออกมาพร้อมรองเท้าในปาก!
ลุงแดงเดินตามเสียงโวยวาย โอ๊คตะโกน “จับไว้ ๆ แมวขโมย!”
ออมอดขำไม่ได้ “เนี่ยบอกแล้วว่าแมว”
ขณะเดียวกันบอลยังคงบ่น “ถ้าพี่ไม่ล็อกประตูหอ แมวมันเข้ามานะลุง เลยไปหลายคู่ละ”
ลุงแดงหน้าเสีย “ระบบลุงแดง แพ้แมว…”
เจี๊ยบ โค้งคอให้แมว “เข้าใจละ ใครไม่ชอบวางรองเท้านอกห้องเองก็โดน แมวแม…สมควรแล้ว”
ความผิดพลาดของแต่ละคนจึงถูกขยายต่อ พอแมวเริ่มเล่นรองเท้า ลุงแดงก็เปลี่ยนกฎใหม่ “ตั้งแต่พรุ่งนี้ ทุกคนต้องเก็บรองเท้าเข้าห้อง ถ้าหายอีกก็มาหาลุงคนเดียว!”
โอ๊คยกมือ “ขอสัญญาว่าจะไม่ลืมอีกครับ…แต่ถ้าลืมขอให้แมวช่วยตามคืนไว้ข้างๆห้องด้วยนะ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นจากทุกมุม เด็กกิจกรรมอย่างออมแซวเพิ่ม “รองเท้าหายได้คืน หอมิตรภาพไม่มีหายนะลุง!”
เจี๊ยบบ่นเบาๆ “ถ้าแมวขนาดนี้ หอเราต้องเปลี่ยนชื่อเป็น ‘บ้านแก้วกะเปี๊ยวกับแก๊งแมว’ ละมั้ง”
ลุงแดงยิ้มมุมปาก ถึงแม้แผนจัดการจะพัง แต่มิตรภาพกับเสียงหัวเราะกลับเพิ่มขึ้นเกินคาด เมเนเจอร์จำเป็นขยับแว่น “จำไว้ ระบบลุงแดง…เออ ไปหาข้าวกินดีกว่า เดี๋ยวไม่ได้กินกาแฟฟรี” จบพร้อมเสียงหัวเราะของทุกคน และแมวที่นอนกลิ้งกับรองเท้าคู่ใหม่…