แผน(ป่วน)ปลอมเป็นคุณครู
เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือรุ่นเก่าดังสนั่นปลุกจิรณัฐให้เด้งตัวขึ้นมาจากเตียง เขาพึมพำกับตัวเองพร้อมเอื้อมควานหาโทรศัพท์ หลับตากดหยุดเสียงแบบไม่แม้แต่จะดูจอ “อีกห้านาทีก็พอ…”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แต่แล้วตาเขาก็ดีดผึง “อ้าว! วันนี้ต้องไปโรงเรียนช่วยเพื่อนสมัครแข่งละครนี่หว่า!” ทันทีที่คิดออก จิรณัฐ เด็กหนุ่มปีสาม คณะนิเทศศาสตร์ที่มั่นใจในตัวเองทุกด้านนั้น รีบดีดตัวจากห้องหอพักสีซีด โทรหาเพื่อนทันที
“ฟ้า! ตื่นยัง! วันนี้นัดไว้ 9 โมงใช่มะ”
ฟ้า เพื่อนสนิทที่เป็นคนคิดเร็วทำเร็วที่สุดในกลุ่ม ตอบด้วยเสียงงัวเงีย “นายเพิ่งตื่นชัวร์เลย…ฉันอยู่หน้าโรงเรียนแล้ว! อย่าช้า เดี๋ยวไม่ทันนะเว้ย”
จิรณัฐแต่งตัวลวก ๆ ใส่รองเท้าคนละคู่ ก็ยังไม่รู้สึกอะไร เดินออกมาด้วยมั่นใจเต็มร้อย ไปยังโรงเรียนมัธยมต้นจุดนัดหมาย
ประตูโรงเรียนวันนี้ดูวุ่นวายกว่าปกติ มีเด็กนักเรียนรุมหน้าประตู จะมีครูเดินตรวจตราอยู่ตรงซุ้มร่มไม้ รปภ.ถามชื่อ แต่เพราะจิรณัฐแต่งตัวเรียบร้อยเกินเด็กนักศึกษา รปภ.ก็ชะงักนิดหน่อย “เอ่อ…ครูใหม่มาสินะครับ ห้องประชุมอยู่ตึกขวามือเลยครับ”
จิรณัฐไม่เข้าใจแต่ก็เดินตามอย่างมั่นใจ มองหาฟ้า สายตาไปเจออาจารย์ใหญ่ที่รีบมาทัก
“มาแล้วเหรอคะ คุณครูฝึกสอน พอดีที่นี่ขาดคน มากับทางฝ่ายประสานงานใช่ไหมคะ?”
จิรณัฐกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่ฟ้าโทร.เข้าพอดี เสียงอาจารย์ใหญ่แทรกเข้าไปในหู “งั้นฝากดูแลห้อง 2/3 สอนวิชาศิลปะ-การแสดงไปก่อนเลยนะคะ เด็ก ๆ รอแล้ว”
โพสต์อิทสีฟ้าบนอกเสื้อที่เขาเผลอหยิบมาปิดคราบกาแฟดันกลายเป็นชื่อครู “จิรณัฐ” ครูแท้ ๆ
ฟ้าวิ่งกระหืดกระหอบมา “นาย นาย ไปไหนมา อะไรคือครูใหม่เนี่ย?”
จิรณัฐกระซิบ “เขาบอกให้ฉันเข้าห้อง 2/3 ไปสอนเฉยเลย ฉันจะบอกว่าไม่ใช่ก็กลัวเสียน้ำใจอาจารย์…ทำไงดี?”
ฟ้ามองรอบ ๆ ก่อนกระซิบ “ถ้าแค่เปิดคลาสเดี๋ยวก็โดนจับได้น่า! เอาน่า แกเล่นบทครูสักชั่วโมงสองชั่วโมง ไม่ผิดหรอกรึ?”
จิรณัฐใจเต้นโครมแต่ความมั่นใจก็สั่งให้ลุยต่อ สองคนผลักกันไปหน้าห้องเรียน
เสียงเด็กนักเรียนชั้นม.2 กำลังสุมหัวหัวเราะเสียงดัง “เฮ้ย ๆ ครูมาแล้ว!”
จิรณัฐก้าวเข้า หยิบชอล์กขึ้นแต่ดันหักทันที “อะแฮ่ม เอ่อ สวัสดีครับทุกคน…ผม ครูจิรณัฐ จะมาสอนศิลปะ-การแสดง…วันนี้นะ เฮ้ย ใครทำไมต้องหัวเราะขนาดนั้น?”
“ครูครับ ทำไมรองเท้าครูข้างละสีกัน…เท่จังครับ!” เด็กโต๊ะหน้าถาม
ฟ้าในมุมห้องหัวเราะขี้มูกแทบพุ่ง “จิ เอ็งลืมรองเท้านาย!”
จิรณัฐหน้าแดงแต่พยายามตั้งหลัก “อ่า…นี่คือการสร้าง ‘คาแรกเตอร์’ จำไว้นะครับ ศิลปินต้องกล้าแตกต่าง!”
นักเรียนบางคนเริ่มหันมามองเขาอย่างทึ่ง บางคนหรี่ตา
เสียงข้างหูดังขึ้น “ครูจะให้พวกเราทำอะไรครับวันนี้?” เด็กชายชื่อบีม กระตือรือร้นที่สุดในห้อง วัย 14 ปี ถามแบบสุภาพเว่อร์
จิรณัฐกระชากตัวเองกลับมา “เอ่อ ให้…เล่นละครสด! แต่ละกลุ่มต้องออกแบบละครว่าฝ่ายไหนจะเป็นพระเอกนางเอกตัวตลก แต่ต้องไม่มีใครเล่นเป็นสัตว์นะ เข้าใจไหม?”
เด็ก ๆ ผงะ มีเสียงกระซิบระงม ฟ้ารีบหยิบสมุดมากดมือเป็นสัญญาณ ‘ด้นสดไปก่อน!’
กำลังจดโน้ต จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตู “ขอโทษค่ะ คุณครูขอเบอร์โทรติดต่อ มีประชุมด่วนค่ะ”
จิรณัฐหน้าเหวอ “เบอร์…เดี๋ยวขอเขียนให้ครับ” เขาเขียนเบอร์ตัวเองเก้อ ๆ ส่งให้ครูพี่เลี้ยงไป โดยที่เขาเองไม่รู้ว่าตัวเองเพิ่งยืนยันเป็นครูตัวจริง
เด็กกลุ่มหนึ่งเริ่มซุบซิบ “ครูเหมือนเพื่อนพ่อชั้นเลยว่ะ แม่บอกกวนมาก” เด็กอีกคนสวน “ครูพูดมีสาระแปลก ๆ นะ”
จังหวะนี้ฟ้าหัวเราะเบา ๆ “เอาน่า สั่งให้เด็กแสดงบทปัญหาครอบครัวไปก่อนดิ”
จิรณัฐจัดแจงโยนไอเดีย “มีใครเคยซักผ้าสีตกมั้ยครับ? ลองแสดงออกมา เช่นเวลาสีตกแล้วแม่ถาม ทำไงต่อดี?”
บีมหัวไวทันที ลุกขึ้นแสดงเป็นลูกชายขี้เกรงใจ ไม่กล้าตอบแม่ เด็กคนอื่น ๆ เข้าร่วมเป็นแม่เป็นยาย สนุกกันจนหมดคาบ แต่บทสนทนากลับกลายไปเป็นว่า ‘คุณครู’ คนใหม่รู้จักปัญหาชีวิตพวกเขาทุกมุม
เสียงกริ่งพักดังขึ้น ก่อนจิรณัฐจะออกจากห้อง เขามีแต่ความสงสัย “เราไปไกลเกินกว่าที่ตกลงกันรึเปล่า…”
พักเที่ยง…ฟ้าที่ลงไปซื้อข้าวแกงกลับขึ้นมาเจอนักเรียนวิ่งมารุมขอถ่ายรูปรวมกับ ‘ครูจิรณัฐ’ เพราะเป็น ‘ครูวัยรุ่น’ ที่สอนสนุกสุด ๆ
ขณะที่กำลังสับสน เด็กกลุ่มหนึ่งเข้ามาขอยืมเงินครูจิรณัฐ เพราะอยากส่งชิ้นงาน ‘ละครซักผ้าสีตก’ ไปแข่งระดับเขต “ครูเป็นผู้ใหญ่ มีเงินเดือน ใช่ไหมคะ…?”
จิรณัฐสะดุดแต่พยายามทำใจดี “คือ…ครูยังไม่ได้รับเงินเดือนเดือนนี้อะครับ เดี๋ยวครูคุยกับฝ่ายบัญชีก่อนละกันนะ”
เด็ก ๆ พยักหน้าเชื่อสนิท ฟ้ากุมขมับ “นายอย่ามั่วนิ่มไปเรื่อยได้มั้ย!”
สัญญาณอินเตอร์คอมเริ่มดัง “คุณครูจิรณัฐ กรุณามาเข้าร่วมประชุมฝ่ายศิลปะตอนบ่ายโมงด้วยค่ะ”
ฟ้ากระซิบ “นายต้องสารภาพแล้วล่ะ พอแล้ว!”
แต่จิรณัฐเริ่มฮึกเหิมขึ้น เพราะนักเรียนเชื่อว่าเขาเป็นครูตัวจริง แถมได้ลองสอนจริง ๆ “อีกนิดเดียว เดี๋ยวฉันสารภาพเอง ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย”
ในห้องประชุม ฝ่ายศิลปะประกอบด้วยครูอาวุโสที่มองจิรณัฐเหมือนเด็กใหม่ ครูสมพงษ์หนวดงามเริ่มยิงคำถาม “คุณครูเห็นแผนการเรียนศิลปะปีนี้หรือยังครับ?”
จิรณัฐรีบตอบ “ครับ…ผมเน้นให้เด็กคิดวิเคราะห์ พัฒนา Soft skill เน้นความกล้าแสดงออกครับ” พูดอย่างหนักแน่นแบบมั่นใจเกินเหตุ
ครูสมพงษ์ทำเสียงจริงจัง “ดีมาก…แต่เราขาดคนดูแลกิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารีพรุ่งนี้ คุณครูจิรณัฐช่วยไปแทนได้นะครับ?”
ฟ้าแทบสำลักน้ำลาย รีบหยิกขอบเสื้อ “พรุ่งนี้? นายจะทำยังไง?”
จิรณัฐกรอกตา “เอาน่า เดี๋ยวหาทางออกอีกที”
ลูกโซ่นี้เองที่เปลี่ยนเรื่องง่าย ๆ ให้เริ่มบานปลาย จากครูฝึกสอนศิลปะกลายเป็นผู้ประสานกิจกรรมลูกเสือกระทันหัน
หลังเลิกเรียนวันนั้น ฟ้าลากจิรณัฐไปคุยนอกรั้วโรงเรียน
“แกต้องหยุดก่อน ทุกอย่างมันบานปลาย แกปลอมตัวเป็นครูแบบไม่ตั้งใจ เด็ก ๆ เริ่มอิน ครูก็ฝากงาน แล้วพรุ่งนี้ต้องไปตั้งแคมป์ลูกเสืออีก!”
จิรณัฐอ้ำอึ้ง สายตาหนักแน่น “ถ้าเดี๋ยวสารภาพ จะเสียใจใช่ไหมถ้าทำเด็กผิดหวัง”
ฟ้าจ้องนานก่อนถอนใจ “งั้นฉันจะช่วยก็ก็บ้าแล้ว แต่ก็เถอะ…ไหน ๆ ก็ไหน ๆ”
เช้าวันลูกเสือ เด็ก 60 ชีวิตมารวมตัวที่สนามกีฬา ท่ามกลางแดดร้อนแรง จิรณัฐซึ่งไม่ถนัดกิจกรรมเหล่านี้ ต้องยืนบัญชาการ “เดินแถวให้ตรง! เบี่ยงขวา! เอ่อ เบี่ยงซ้ายละกัน!”
ฟ้าซึ่งโดนบังคับให้ช่วยเป็นผู้ช่วยครู แจงเด็กซ้ำอีกที เสียงเด็กกลุ่มหนึ่งหัวเราะและล้อ “ครูจิรณัฐสับสนกว่าเด็กอีก”
ครูสมพงษ์เดินตรวจงาน เห็นจิรณัฐยืนงง “คุณครูคุมเด็กแบบนี้ ปลอดภัยดีมั้ยครับ?”
จิรณัฐตอบด้วยความเชื่อมั่นระดับเทพ “ปลอดภัยแน่นอนครับ ผมฝึกมาจาก…คลาสออนไลน์ครับ!”
ฟ้าแอบกระทุ้งด้วยศอก “พอทีเถอะ!”
ทว่ากิจกรรมลูกเสือผ่านไปแบบทุลักทุเล เด็ก ๆ ถูกพูดให้เดินแถวกลายเป็นหมุนวนรอบตัวเอง จนเกิด “วงกลมแห่งความงง” ที่ไม่มีใครออกมาได้
เสียงวิ่งวุ่นวาย ครูสมพงษ์รีบวิทยุขอความช่วยเหลือ ฟ้าหอบกลุ่มเด็ก ๆ ออกจากวงกลม สุดท้ายต้องปิดกิจกรรมกลางวันก่อนกำหนด
ข่าวว่า “คุณครูจิรณัฐ” เป็นครูแปลกใหม่ที่สุดในโรงเรียน ลือถึงหูฝ่ายบริหาร
ฟ้า “ฉันบอกนายแล้วใช่ไหม ให้นายสารภาพ! อีกเดี๋ยวจะมีประชุมใหญ่แน่ ๆ”
จิรณัฐ “เอาน่า วันนี้ฉันต้องพูดแล้วจริง ๆ”
ปลายวันนั้น ห้องประชุมใหญ่แน่นขนัด เสียงลือว่าครูจิรณัฐจะจัดโชว์ปิดค่ายลูกเสือ
จิรณัฐยืนต่อหน้าเด็ก ครูใหญ่ และครูสมพงษ์ เขาหายใจลึก
“ทุกคนครับ…จริง ๆ แล้ว….”
เสียงอินเตอร์คอมตัดขึ้น “ขออภัยค่ะ ระบบไฟฟ้ามีปัญหา ขอทุกท่านออกจากตึกด่วน!”
ความวุ่นวายผสมโรงกับความอึดอัด เด็ก ๆ พากันวิ่งหอบสัมภาระ ฟ้าตะโกน “นายหนีได้อีกวัน!”
เย็นวันนั้น จิรณัฐนั่งยิ้มเศร้า ๆ กับฟ้า ข้างรั้วโรงเรียน
“ความจริงมันก็ไม่ได้ยากเท่ากับตอนโดนเข้าใจผิดมั้ง…”
ฟ้ายิ้ม “แกอาจไม่ได้เป็นครูจริง ๆ แต่เด็ก ๆ หัวเราะ พวกครูก็สนุก นายก็ได้ลองใช้ความกล้าที่มีแบบเกินเหตุ…ฉันเชื่อว่านายเติบโตขึ้นนะ”
จิรณัฐผ่อนลมหายใจ ยิ้มอย่างโล่งใจ โทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นไลน์กลุ่มเด็ก ๆ ส่งคลิปแซว “วงกลมแห่งความงง” กับข้อความ “ขอบคุณนะครูจิรณัฐ เราไม่เคยลืม”
จิรณัฐกับฟ้าหัวเราะพร้อมกัน
ฟ้า “จะไปเล่นละครเวทีจริง ๆ ได้หรือยัง?”
จิรณัฐหัวเราะ “ขอเป็นครูปลอมอีกสักวันเถอะ วันนี้โลกมันสนุกดี…”
แสงเย็นย้อยตรงรั้วโรงเรียน สองเพื่อนซี้หัวเราะไปพร้อมกัน เรื่องวุ่น ๆ ในวันเข้าใจผิดกลายเป็นความทรงจำที่จะเล่าต่อได้อีกนาน
เสียงกริ่งโรงเรียนดังจากลำโพงร้าง ฟ้าส่งท้าย “นาย…ใส่รองเท้าข้างละสีอีกแล้ว!”
จิรณัฐยิ้ม “เทรนด์ใหม่เว้ย!”