ชมรมค้นหาความหาย (แต่ยิ่งหา ยิ่งหาย!)
โรงอาหารหลังเลิกเรียนกลายเป็นสนามรบของเสียงพูดคุยและเสียงช้อนส้อมกระทบกัน เต็งหนึ่ง ยืนอ่านใบประกาศรับสมัครสมาชิกชมรมใหม่ของตัวเองบนกระดาน โรงเรียนวชิรศักดิ์ฯ ด้วยความมั่นใจเกินร้อยบนใบหน้า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ใครทำของหาย หรือรู้สึกของบางอย่างในใจหาย เชิญสมัครชมรมค้นหาความหาย ช่วยได้ทุกปัญหา!” เต็งหนึ่งตะโกนชวนกิ่งและปั้น เพื่อนสนิทซึ่งนั่งฟังอย่างเซ็ง ๆ
“ของบางอย่างในใจหาย—นี่มันชมรมหมอดูหรือชมรมหูไปวัด?” กิ่งกระซิบกับปั้น
“ช่างเขาสิ เดี๋ยวผ่านไปอาทิตย์ก็คงเงียบ” ปั้นตอบอย่างเอื่อย ๆ แต่สายตาเหล่มองถุงขนมที่ซ่อนอยู่ในเป้ของตัวเอง กลัวเต็งหนึ่งจะเสนอค้นหาและค้นเจอทันที
ทันใดนั้นเอง เพื่อนห้องข้าง ๆ อย่างเป้ ปรี่เข้ามาอย่างกระวนกระวาย “เต็งหนึ่ง! กระเป๋าสตางค์เราหาย ช่วยหน่อย!”
“สบายมาก! ชมรมเปิดรับงานแรก!” เต็งหนึ่งยิ้มกว้าง หันไปฟอร์มทีมอย่างไว
กิ่งถอนหายใจ “หาเงินคนอื่นทีแรกเลยเหรอ ทำไมไม่ให้ลองหาอย่างอื่นก่อน—ปั้นบอกอยู่ห้องนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่”
ปั้นเปลี่ยนเรื่อง “เอาน่า บรรยากาศคึกคักดี ถือว่าได้เรื่องเล่า”
ฉากเปลี่ยนมายังโต๊ะทำงานชมรมใต้บันไดหลังสุดของโรงอาหาร เต็งหนึ่งหยิบกระดาษแฟ้ม มีแผนผังโรงเรียนขีดมั่วจนอ่านลำบาก
“ขั้นแรก เราต้องจำลองเส้นทางที่เป้เดินผ่านตอนสุดท้ายที่มีเงิน อย่ามองข้ามแม้แต่หยักสมอง!”
กิ่งรีบเสริม “แล้วเอาสมุดบันทึกติดตัวมาใช่ไหม? จะได้เช็ก…”
ปั้นคั่น “เต็งหนึ่งไม่เคยจำอะไรเกิน 7 วินาทีหรอก”
เต็งหนึ่งเหมือนหูดับ แล้วยังเชื่อมั่นว่าไอเดียตัวเองเจ๋งสุด
แผนผังถูกแบ่งเป็นโซน ‘พื้นที่เสี่ยงภัย’, ‘จุดลึกลับ’, กับ ‘จุดที่ไม่ควรเข้า’ เช่นห้องน้ำชาย กิ่งถึงกับทำหน้ามืด
“เราต้องแบ่งทีม คนหนึ่งเดินไปที่ห้องน้ำ คนหนึ่งไปโรงละครเวที อีกคนไล่ถามคนแปลกหน้า” เต็งหนึ่งแจกกลยุทธ์จริงจัง
“ถามคนแปลกหน้า? ถามเรื่องกระเป๋าสตางค์? ใครมันจะยอมบอก!” กิ่งท้วงเสียงสั่น ๆ
“นั่นแหละความท้าทาย!” เต็งหนึ่งยิ้มมั่นใจเหมือนมีรางวัลรออยู่
แผนปะทะกับความเป็นจริง เมื่อปั้นเข้าไปในห้องนักกิจกรรม กลายเป็นห้องสต๊อกของลุงภารโรงแทน ลุงภารโรง “ลุงปรีชา” เป็นคนเสียงต่ำ พูดเชื่อง ๆ
“หาอะไรหรือหนุ่ม?”
“หากระเป๋าสตางค์ครับ”
“อ่อ ถ้าหาเจอช่วยหากุญแจห้องเก็บไม้กวาดด้วยนะ”
ในขณะเดียวกัน กิ่งไปโรงละครเวทีและโดนเข้าใจผิดว่าเป็นดาวโรงเรียนที่มาออดิชั่นเล่นละคร จนต้องแถเอาตัวรอด “หนูแค่ผ่านมาค่ะ ไม่ได้แสดง—”
ครูศิลป์สวน “พูดจบแล้ว ต่อบทเป็นคุณยายเลย!”
เต็งหนึ่งเดินตามหาทุกซอก บันทึกข้อมูลมั่วไปเรื่อย เจอแค่หลอดดูดและแผ่นซีดีเก่าถือว่าเป็น “เบาะแสลึกลับ” แล้วประกาศลั่นวิทยุโรงเรียนเรียกเป้ให้มารับ
เป้รีบมาอย่างงุนงง เจอกังซองขนมกับตั๋วรถไฟฟ้าปะปนเป็นปริศนาใหม่“กระเป๋าสตางค์เราอยู่ไหน?”
“มันต้องมีคำใบ้ในนี้แน่ ๆ” เต็งหนึ่งมั่นใจผิด ๆ
กิ่งกับปั้นเดินกลับมาพร้อมกันในสภาพเหนื่อย “เราได้ของมาผิดหมดเลยอ่ะ จริง ๆ สตางค์อยู่ที่บ้านเป้ปะ?”
เป้หน้าแดง “เอ๊ะ นี่กลางวันแสก ๆ เลยนะ!”
การประชุมชมรมล่มตั้งแต่วันแรก สมาชิกต่างถอนหายใจ เต็งหนึ่งยังเชื่อมั่น “สรุปได้ว่า เราต้องเช็กก่อนจะออกหา ว่า…หายจริงหรือเปล่า”
ผ่านไปสามวัน มีคนแวะมาขอความช่วยเหลือแปลก ๆ “หมากฝรั่งที่ติดโต๊ะไม่รู้ใครติด อยากรู้ใคร” หรือ “ใครขโมยดินสอดีไซน์“” เต็งหนึ่งกับทีมเริ่มโดนล้อกันเองในโรงเรียน
แต่ครั้งนี้ มีเคสจริง ๆ สายรุ้งเพื่อนห้องเดียวกับกิ่ง บ่นว่าโดนยืมวิกผมละครเวทีแล้วไม่คืน “เราลืมกับใคร!? ช่วยที!”
เต็งหนึ่งเริ่มหันไปพึ่งเทคนิคใหม่ เสนอให้ทุกคนเขียนรายการของที่เคยยืมและคนที่เคยคุยแล้วสุมรวมชื่อ“เหมือนเล่นบอร์ดเกมอ่ะ…” ปั้นแซะเบา ๆ
สถานการณ์ตึงเครียดเมื่อรายชื่อคนต้องสงสัยเยอะจนกลายเป็นลิสต์คนทั้งห้อง สายรุ้งเริ่มโวย “หรือว่าทุกคนจำไม่ได้หมด?”
กิ่งหน้าเครียด “มันอาจเป็นการยืมต่อ ยืมแล้วลืมส่งต่อเป็นทอด?”
ปั้นพูดพลางหัวเราะ “ถ้าตามต่อวงจรนี้ต้องเรียกชมรมย้อนอดีต”
เต็งหนึ่งมั่นใจเกินเหตุ เสนอว่าเราต้องประชุมเปิดเผยและจี้ถามแบบรายการสดกลางลานโรงเรียน
กิ่งโวย “แบบนี้มันใช่ที่ไหน! คนมีของหายจะเครียดกว่าเดิม!”
ผลคือแผนยิ่งทำให้ทุกคนระแวงกัน และนำไปสู่ข่าวลือ “ใคร ๆ ต่างก็มีอดีต!” จนป้านักโภชนาการสงสัยว่าข้าวผัดตนเองหายไปได้ (ทั้งที่แค่สั่งใหม่แล้วลืม!)
สถานการณ์พีคไปอีก เคสใหม่ ครูวิทย์ทำต้นไม้วิจัยหาย “พวกเธอ…เอาของครูไปตั้งชมรมใช่ไหม?” เต็งหนึ่งหน้าซีด เริ่มคิดจะลบกระดานประกาศชมรม
ปั้นพยายามอธิบาย “พวกเราก็แค่ช่วยคน—”
ครูแทรก “แต่ดูเหมือนสร้างปัญหาใหม่ด้วยนะ!”
ขั้นวิกฤติ ชมรมโดนรณรงค์ไม่ให้ช่วยเหลือใคร ทีมเริ่มหมางใจกัน กิ่งรู้สึกแย่ว่าเราควรหยุดจริง ๆ ปั้นเสนอ “หาอะไรที่เราหายไปให้ตัวเองดีมั้ย เช่น คาบว่าง หรือเวลากินขนม”
เต็งหนึ่งไม่ยอมแพ้ “เราเริ่มต้นเพราะอยากช่วยคน นายล่ะปั้น อยากได้อะไร—”
ปั้นคิด “จริง ๆ ก็อยากให้ใครเข้าใจเจตนาเราสักทีอ่ะ”
กิ่งเงียบไปนานแล้วสรุป “บางทีเราต้องเรียนรู้ก่อนว่าของบางอย่างไม่ได้หาย…แต่แค่เปลี่ยนที่”
วันต่อมา ดูเหมือนโรงเรียนสงบ สายรุ้งเดินมาขอบคุณ “ตอนเฮียเต็งหนึ่งถาม ๆ ละทำให้เพิ่งนึกออก วิกตกพื้นตอนช่วยขนของวันนั้นเอง” ทีมยิ้มออกเล็กน้อย เต็งหนึ่งเปรย “สุดท้าย ชั้นยังต้องหาว่า ชั้นลืมความมั่นใจไว้ที่ไหน…”
ท้ายที่สุด สมาชิกชมรมนั่งริมสนามหลังเลิกเรียน กินขนมเงียบ ๆ ปั้นแซว “นอกจากหาของหาย ชั้นว่าเราช่วยหาขำ ๆ เวลาคิดผิดให้คนด้วย”
กิ่งยิ้ม “หรือช่วยให้คนที่เครียดหัวเราะบ้าง ถึงจะวุ่น ๆ ก็เถอะ”
เต็งหนึ่งพูดทิ้งท้าย “พรุ่งนี้เอาโปสเตอร์ออกไหม?”
ปั้นตอบแทน “เอาไว้ก่อน เผื่อมีใครลืมอะไรแบบที่เราลืม…เช่นความสุข”
ทุกคนหัวเราะปิดท้าย เบา ๆ อบอุ่นในแสงเย็นย่ำ