ฝันที่ไม่เคยหลับ
ในวันแดดร้อนที่อบอุ่นของเดือนเมษายน เสียงดนตรีจากวิทยุในบ้านก็ดังขึ้นเบาๆ สะท้อนผ่านผนังห้องนั่งเล่นที่ประดับด้วยภาพครอบครัว ตอนนี้บ้านกลายเป็นเตาอบที่เก็บไว้เฉพาะความทรงจำที่สวยงาม และความเงียบที่รายล้อมในขณะที่สองพี่น้องนั่งอยู่ตรงข้ามกันที่โต๊ะอาหาร พวกเขาไม่มีความหมายในการพูดคุยกันอีกต่อไป
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!สิริ หญิงสาวอายุ 24 ปี ที่พยายามถือหน้าที่ของพี่สาว ให้ต้องเกิดขึ้นในโลกที่เคลื่อนไหวไปโดยไม่มีพ่อผู้เป็นทุกอย่างให้กับเธอ ซอฟพี่ที่เพิ่งจบมัธยมตอนปลาย ยังคงนั่งเงียบกับการสูญเสียเพียงแม้ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ที่ออกมาได้ เขารู้สึกว่าโลกนี้มันไม่ยุติธรรม
ความเงียบที่ทั้งสองพี่น้องใช้ในการสื่อสาร เป็นสัญญาณของความเจ็บปวดที่คาราคาซังทั้งในใจ พวกเขาไม่รู้ว่าจะจัดการกับความรู้สึกของตนอย่างไร ในขณะที่ฝันของพวกเขาก็สลายไปในมนต์สะกดของความเศร้า
ซอฟมักจะมองออกไปที่หน้าต่าง คิดถึงเวลาที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ ความรู้สึกที่ได้ใช้เวลาร่วมกัน และเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสุข ยิงเข้ามาในหัวใจของเขาทุกวัน แต่สิริกลับหวาดกลัวกับความทรงจำนั้น ทุกครั้งที่เข้ามาใกล้ มันทำให้เธอเจ็บปวดอย่างเหลือเกิน
ในขณะที่พวกเขาสูญเสียกันเอง พวกเขาก็รู้ว่าต้องก้าวไปข้างหน้า สิริพยายามหางานทำที่ร้านกาแฟกลางเมือง โดยหวังว่าจะสามารถจัดการกับค่าใช้จ่ายในบ้านได้ แต่ซอฟกลับรู้สึกว่าเมื่อไรที่พี่สาวไปทำงาน เขาก็ต้องอยู่บ้านเพียงลำพัง
เมื่อมีโอกาสไปทำงานที่ร้านกาแฟ สิริต้องเผชิญกับความท้าทายในการจ้างงาน รวมถึงเพื่อนร่วมงานที่ไม่ไว้ใจเธอเพราะมีข่าวลือว่าเธอมาแทนที่พนักงานเก่า ตนพยายามจะเป็นคนดีในตำแหน่งที่ยากลำบากนี้อีกครั้งหนึ่ง
ในวันหนึ่ง เมื่อต้องบาคาร์ดคาเฟ่มีการประกวดทำเบเกอรี่ สิริเห็นโอกาสนี้ เป็นครั้งแรกที่เธอเริ่มปรุงช่องทางฝันใหม่ ผลงานที่บ้านอาจจะไม่มีค่าถ้าเธอไม่รีบคว้ามันไว้ ในขณะที่ซอฟเองก็เริ่มต้นตามหาความหมายระหว่างเล่นกีฬาที่โรงเรียน
คืนหนึ่ง ขณะกำลังนั่งกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร ซอฟกล้าเปิดใจบอกพี่สาวว่าตนรู้สึกเหมือนตกอยู่ในหลุมดำ เขาไม่สามารถหาทางออกได้ และต้องการให้พี่สาวกลับมาเป็นผู้ฟื้นฟูชีวิตให้กับเขา
“ฉันไม่ได้มีพ่อแล้ว ถ้าฉันมีก็จะใช้ความสุขนั้น เพื่อทำชีวิตให้น่าสนใจ แต่ตอนนี้มันดูทุกข์ใจ” ซอฟกล่าวเสียงเบา ขณะที่น้ำตาไหลอาบแก้มเขา
การเปิดใจทำให้สิริตอบว่า “เราต้องเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน” ทำให้ซอฟถึงบางอ้อ แล้วตกลงกันว่าจะทำสิ่งที่พวกเขาชอบด้วยกัน – สิริเริ่มทดลองสูตรเบเกอรีใหม่ที่ใช้ความสดใสและรักในงานเพื่อทำให้เกิดรสชาติใหม่
กระแสไฟฟ้าของความห่างเหินในครอบครัวค่อยๆ เริ่มร้อนแรงขึ้น เป็นการเริ่มต้นการเดินทางที่พวกเขาพยายามสร้างสรรค์ โดยเป็นทางให้ได้ค้นพบทั้งความฝันและต่อสู้กับความสูญเสีย เป็นเสมือนการใช้ความรักที่มี ให้ไปต่อสู้เพื่ออนาคต
เวลาผ่านไป ขอบคุณการทะเลาะเบาะแว้ง และเปิดใจเจ็บปวดกัน มาแน่นอนพวกเขาในที่สุดเติบโตมามีความสุขมากขึ้น ไม่ใช่การลืมความทรงจำ แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้นใหม่
ในวันงานประกวดเบเกอรี่ที่ร้านกาแฟพวกเขาคลื่นความรัก ศักยภาพของการทำงานหนักอย่างที่สุด จนกระทั่งวิธีการทำเบเกอรี่นั้นทำเป็นวิวัฒนาการที่สร้างความสัมพันธ์ใหม่ให้กับพวกเขา ไม่ใช่เพียงการชนะ แต่อาจจะสร้างความฝันใหม่ให้กันด้วย
เป็นการผจญภัยยาวนานที่เต็มไปด้วยความหมายของการเติบโตและการหาความสุขในการเดินบนทางแห่งความสูญเสีย
เมื่อซอฟและสิริยืนอยู่ใต้ร่มไม้ในงานประกวด พร้อมรอยยิ้มที่มีความสุขพร้อมจะต่อสู้กับอนาคต มิตรภาพและความรักได้เริ่มต้นใหม่ในครอบครัวพวกเขา ที่ต้องการแชร์ความสุขให้กับกันอีกครั้ง
และในที่สุด แม้ว่าจะไม่มีพ่ออยู่แล้ว แต่พวกเขาเชื่อว่าเขาจะมองดูเคียงข้างพวกเขาเสมออย่างไม่รู้จบ ในโลกที่เริ่มต้นดีขึ้นแค่ความรักก็เพียงพอทั้งเพื่อกันเองและเพื่อคนรอบข้าง