แสงสลัวบนสะพานฟ้า
เสียงปะทะลมแหลมลอดรอยต่อไม้บนสะพานสูงที่พาดข้ามใจกลางเมืองลอยฟ้า “แอสคายอส” พลอย เด็กสาวอายุสิบหกปี ปล่อยสายตามองทะลุม่านหมอก หัวใจเธอเต้นรัวช้า ๆ เหนือความเวิ้งว้างไร้ปลายทาง เธอรวบผมยุ่ง ๆ ลูบรอยช้ำเก่าที่ต้นแขน ภาพจำของการต่อสู้ในอดีตเหมือนยังเล่นซ้ำในหัว พลอยพึมคำขอโทษเบา ๆ เธอยืนลังเล เหมือนกำลังรอสิ่งที่ไม่มีวันมาถึง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ถ้าจะข้าม ก็ข้ามเลยสิ” เสียงเจือเหนียบนิด ๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง เป็นศิขริน เด็กชายหน้าตาขึงขัง มีรอยกลัวซ่อนในสายตาดื้อรั้น ใคร ๆ ในชุมชนบนนั้นต่างมีประวัติ พลอยปรายตามองเขา เลื่อนดูคลิปเสียงสั้น ๆ ในมือถือ “ฉันแค่คิดถึงแม่…มันยากจะลืม”
ศิขรินปัดคำพูดไป เขาเดินขึ้นข้างพลอย พยายามไม่สบตากับพื้นข้างล่างซึ่งอยู่ต่ำกว่าสามร้อยเมตร “แม่นายก็หายไปบนสะพานนี้เหมือนคนอื่น นายยังอยากหาคำตอบอยู่เหรอ”
พลอยกำมือแน่น สะพานนี้ลือกันว่าเป็นทางข้ามสู่ส่วนลับของเมือง — หรืออีกโลกหนึ่ง พลอยยังจดจำคืนที่แม่หายตัวได้ทุกเสี้ยววินาที เสียงฝีเท้า ดวงไฟแปลกตา เธอลุกขึ้นก้าวช้า ๆ ราวกับการเดินแต่ละก้าวเป็นการไล่เงาความกลัว
เสียงจิ๊จ๊ะจากสายลมปะทะเชือกสะพาน ไอริน เพื่อนหน้าใสซื่อ ผมเปียสั้นก้าวมาสมทบ สีหน้ากังวล “มีข่าวลือว่าเด็กอีกคนหายไปเมื่อคืนนี้ นามว่าเซน…ฉันกลัวจัง” พลอยสบตาไอริน เห็นความกลัวซ่อนอยู่หลังน้ำเสียงเชื่องช้า ในมือของไอรินถือหนังสือปกขาด เธอกอดมันแน่นเหมือนเป็นเครื่องราง
กลุ่มเพื่อนอีกสองคน รานี สาวผอมสูง พูดจาตรง ๆ ไม่ค่อยฟังใคร กับ ทันตะ เด็กชายขี้กลัว หลบตามุมหลังสุด ทั้งหมดเดินไปข้างกันบนสะพาน ท่ามกลางเสียงลมที่เหมือนท่วงทำนองเตือนภัย พลอยหยุด ทุกคนหยุดตาม แม้แต่เสียงหายใจ ยังเต็มไปด้วยแววกลัว
“เราควรกลับไหม” ทันตะพูดเสียงเบา กำมือสั่น ๆ พลอยมองหน้าทุกคน เห็นรอยร้าวในใจของแต่ละคนสะท้อนออกมา
“ไม่” ศิขรินตัดบท น้ำเสียงแน่น “เซนคือเพื่อนเรา ถ้าเรากลัว ทุกอย่างก็จบ”
พลอยพยักหน้า ริมฝีปากสั่น “แม่ของฉันหายไปที่นี่ ฉันจะไม่เสียเพื่อนอีกคน”
เมื่อกลุ่มเด็กเดินเข้าสู่เงาคลุมบนสุดของสะพาน ภาพตรงหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นประตูแสงเร้นลับ เสียงเหมือนมีอะไรครูดบนไม้ พวกเขาแลกสายตากัน แต่ละคนก้าวต่อจากแรงผลักดันในอดีตที่ยังคาใจ
หลังผ่านม่านแสง พวกเขามาถึงถนนโรยตัวกลางอากาศ บ้านเรือนจากไม้แกะสลัก โหนอยู่กับโซ่ เสียงก้องแปลกประหลาด ทุกคนต่างระวังตัวพลางเดิน พลอยจับสังเกต ร้านขายยาจิ๋วที่มีหญิงชราดูจ้องมาจากมุมมืด “ยินดีต้อนรับ” น้ำเสียงเย็นชาแปลกหู
ทันตะสะดุ้ง รานีขยับจังหวะ “เรา…แค่ผ่านไปหาเพื่อน” หญิงชราสูดลมหายใจยาว “ที่นี่ทุกคน ต้องเผชิญหน้ากับความจริง อย่าหลอกตัวเอง” เธอยิ้มบางเหมือนเห็นสิ่งที่เด็ก ๆ ยังไม่รู้ พลอยกลืนน้ำลาย รู้ว่าคำพูดนั้นมีอะไรในใจ
ระหว่างเดิน ไอรินหยิบหนังสือขึ้นอ่าน กระซิบกับพลอย “ในนี้เขียนเรื่องสะพานแห่งรอยแผล บอกว่าถ้าใครก้าวข้ามไป จะเห็นอดีตซึ่งผูกพัน ไม่เคยหายไปจริง ๆ” พลอยนิ่ง เหยียดมือไปริมหัวใจ รู้สึกเหมือนแม่กระซิบถ้อยคำในสายลม
ศิขรินเดินนำเข้าไปในเขตกองเหล็กเก่า เขาเจอเศษผ้าสีฟ้าของเซน พลันมีเสียงเด็กผู้ชายร้องไห้เบาบาง “ช่วยด้วย…” เสียงดังจากเงาหญิงสาวท่าทางคล้ายแม่ของพลอยซ่อนตัวอยู่ เธอสวมเสื้อกันฝนสีขาวซีด อ้อมกอดเหมือนเรียกพลอยมาหา
พลอยลังเล น้ำตาคลอ “แม่?” เงานั้นเคลื่อนเข้าใกล้ ทันตะและไอรินถอยหลัง รานีตะโกน “อย่าเข้าไป!” ศิขรินจับแขนพลอยแน่น “เงานั่นไม่ใช่แม่!”
เสียงหวีดหวิวของสายลมดังขึ้น ทำให้อะไรบางอย่างหมุนวนรอบกลุ่มเงา ภาพอดีต ปะทะซ้อนเข้ามาในใจเด็กแต่ละคน ทุกคนต่างเห็นเงาใครบางคนจากอดีตที่ตัวเองเสียไป
พลอยสั่น มือเย็นเฉียบ “ถ้าฉันเชื่อ…ว่าต้องข้ามผ่านอดีตได้ไหม” เธอพูดเสียงแผ่ว ราวกับคุยกับตัวเอง รานีส่ายหน้า น้ำเสียงแข็ง “อดีตไม่มีวันหายไป มีแต่จะปล่อยหรือจะถูกมันลากกลับ”
ทันตะร้องไห้เงียบ ๆ “ผม…ยังคิดถึงพ่ออยู่ ผมกลัวจะไม่มีใครเหลืออีก” ไอรินพูดจาอ่อนโยน วางมือบนไหล่ทันตะ “เราอยู่ด้วยกันนะ เราจะไม่หายไป”
พวกเขาเดินลึกเข้าไปถึงปลายสะพาน เจอกับห้องพำนักกลางอากาศ ที่ประตูมีภาพลายมือเปรอะเปื้อน เสียงในหัวพลอยดังก้อง “จงเลือก: ระหว่างจมอยู่กับความกลัว หรือข้ามไปเพื่อพบความจริง”
ศิขรินสูดลมหายใจ พูดเบา ๆ ไม่สบตาใคร “ฉัน…ต้องเผชิญหน้ากับความกลัวของตัวเองเสียที”
พวกเขาเปิดประตูเข้าไป เห็นเซนนั่งตัวสั่นอยู่กลางห้อง สภาพเหมือนพรากไปจากโลกแห่งความจริง สีหน้าของเซนแฝงความหลอน สั่นไหวด้วยความกลัว “มันบอกว่าถ้าเราหนีอดีต เราจะติดอยู่ที่นี่ตลอดไป…”
พลอยเดินไปหาเซน มือที่สั่นของเธอแตะไหล่เซนเบา ๆ “ฉันกลัว แต่ฉันเลือกจะข้ามไปกับพวกเธอ” ตาของพลอยฉายแววกล้ามากขึ้น ทีละนิดๆ ศิขรินวางมือลงบนบ่าน้อย ๆ ของเซน “เราไม่ปล่อยแกไว้คนเดียว” ไอรินขยับเข้ามา รานีถอนหายใจเบา ๆ แล้วกอดทุกคนรวมกัน
ทันใดนั้น ในขณะที่ทุกคนกอดกัน เงาดำที่ปกคลุมห้องค่อย ๆ หายไป ม่านหมอกถูกทะลุ เมืองลอยฟ้าที่เคยดูอึมครึม กลับสว่างขึ้นอย่างลึกลับ พวกเขารับรู้ว่าความกลัวไม่เคยหายไป แต่เลือกที่จะเผชิญหน้าพร้อมกัน
หลังจากผ่านประตูออกมา กลุ่มเด็กเดินกลับลงสะพาน เมืองด้านล่างดูเปล่งประกายมากกว่าที่เคย บนท้องฟ้ามีสายรุ้งบาง ๆ พาดผ่าน ทุกคนยิ้มน้อย ๆ อย่างเหนื่อยล้าแต่โล่งใจ
พลอยเงยหน้าขึ้น สูดอากาศเย็นลึก ๆ สัมผัสถึงการก้าวข้ามผ่านสิ่งที่ฝังใจมานาน ศิขรินยื่นไม้ขีดไฟกล่องหนึ่งให้เธอ พลอยรับไว้ เห็นรอยขีดบนฝากล่องที่เป็นนามของแม่ “เธอเหลือไว้ให้ ฉันช่วยหามาให้”
เสียงลมสะบัดยังคงแรงเหมือนเดิม แต่ตอนนี้มันต่างออกไป — มันเหมือนเสียงเรียกของการเริ่มต้นใหม่ พวกเขาทุกคนยังกลัว แต่ไม่มีใครปล่อยมือกันอีกต่อไป