คืนเดือนดับที่สถานีเอเดน
เสียงเครื่องยนต์กึกก้องในโถงใหญ่ของสถานีเอเดน ไฟสลัวสีฟ้าสะท้อนพื้นโลหะ เนตรนารีหรือ ‘แวว’ ยืนจ้องหน้าต่างรูปโค้ง มองเห็นดาวระยิบระยับนอกสถานี ลูกชายของเธอ ‘ภู’ วัยสิบเจ็ดปี ยืนห่างออกไป วิ่งนิ้วเล่นกับจี้ห้อยคอขนาดเล็กที่แม่ให้มา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“คืนนี้…แม่ไม่ไปลานกลางหรอ?” ภูเอ่ยขึ้น เสียงเขาแผ่วประสาทหู
แววหลบตา เธอตอบเบา ๆ “คืนนี้แปลก น่ะลูก— เดือนดับ เด็กสมัยแม่ชอบพูดว่าวิญญาณจะมาเยี่ยมในสถานีแบบนี้ แม่ไม่อยากเจอพวกของเก่า”
ภูหัวเราะในลำคอ “แม่ยังเชื่ออะไรแบบนี้อีกเหรอ”
แววถอนหายใจ ไม่ตอบคำถาม แต่ในแววตาแฝงความกังวล ไม่ใช่แค่เรื่องวิญญาณ หากแต่บางอย่างในอดีต…กำลังวนกลับมา
ขณะเดียวกัน แสงไฟในโถงใหญ่กะพริบแผ่ว ๆ ซาร่า—วิศวกรประจำสถานี ได้รับสัญญาณเตือนจากระบบความปลอดภัย เธอเดินไปที่ห้องศูนย์ควบคุม ตรวจสอบจอภาพ เห็นแค่เงาคล้ายมนุษย์เร่ร่อนในโถงใต้ดิน
เสียงประตูอัตโนมัติแหวกอากาศ แววกับภูเดินเข้ามา เผชิญหน้ากับซาร่า
“ข้างล่างมีคนมั้ย” แววถามด้วยความระแวง
ซาร่าส่ายหัว “ไม่มีใครที่เรารู้จัก ระบบเจออะไรแปลก ๆ อีกแล้ว…ช่วงเดือนดับทุกปี มันจะเป็นแบบนี้ตลอด”
ภูขัดขึ้น “หรือไม่ใช่แค่ระบบเสีย แม่ คนเค้าชอบเล่าเรื่องผี—แต่ผมไม่เคยเจอซักที”
ทันใดนั้น ลมเย็นวูบหนึ่งปะทะร่างทุกคน พร้อมเสียงกึกก้องดังมาจากท่อน้ำเสียของสถานี วัตถุบางอย่างร่วงตกกระแทกพื้น
แววเดินตามเสียงหัวใจเต้นถี่ เธอพบตุ๊กตาเก่า ๆ ตัวหนึ่งติดอยู่ในซอกท่อ ฝุ่นละอองหนาแน่น
ภูชะเง้อมอง “นั่นมันของใครแม่?”
แววจ้องอยู่ครู่ ดวงตาหม่นลง “มัน…คล้ายของพี่เรานะลูก”
ภูนิ่งเงียบไปทันที มุมปากกระตุกเล็กน้อย แววรู้สึกว่าอากาศแน่นขึ้น ห้องที่เคยกว้างกลับรู้สึกแคบจัดจนน่าหายใจไม่ออก
ซาร่าพยายามปลอบ “ไปพักกันดีกว่า ทิ้งของพวกนี้ไว้เถอะ”
แต่แววกลับก้มเก็บตุ๊กตานั้น ดวงตาสั่นไหว สัมผัสเย็นเฉียบเหมือนโดนจับจ้องจากอะไรซักอย่าง
คืนนั้นเสียงเพลงโบราณจากลำโพงสาธารณะคลอเบา ๆ ทั้งสถานี เงาพลิ้วไหวข้างกำแพง ภูฝันแปลก—เขายืนอยู่หน้าประตูเหล็กที่ปิดสนิท ได้ยินเสียงเด็กหัวเราะอยู่ข้างใน
ตื่นขึ้นมากลางดึก ภูเดินโซเซไปยังห้องคุมประตู เมื่อเขาพยายามจะเปิด ระบบกลับทำงานล้มเหลว เสียงแหลมสูงแปลบปลาบลอดออกมาจากช่องว่าง
ขณะนั้น แววตื่นตาม กระวีกระวาดมาเจอลูกชายกำลังขยี้ตาอยู่หน้าประตู ทั้งสองสบตากันครู่ใหญ่ ไม่มีใครพูดอะไร แต่ความรู้สึกสูญเสียแผ่ซ่านไปทั้งสถานี
รุ่งเช้า สัญญาณเตือนดังขึ้นจากโถงเก็บของ อดีตสามีของแวว ‘ปื๊ด’ ได้รับสายแจ้งเตือน เขากลับมาที่เอเดนหลังหายไปหลายปี—ใบหน้าช้ำชอกแต่ภาคภูมิ อารมณ์อึดอัดกรุ่นทั่วห้องควบคุมเมื่อปื๊ดประจันหน้ากับแวว
“ลูกโตขึ้นเยอะ…เปลี่ยนไปจริง ๆ” ปื๊ดกระซิบด้วยเสียงห่างเหิน เขาชายตามองภูที่ยืนกอดอกอยู่ไกล ๆ
แววฝืนยิ้ม “หลายปีแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด—แม้แต่คนตายก็อาจกลับมาในสถานีนี้ด้วย”
ปื๊ดไม่ตอบ คิ้วขมวด เขาก้มมองสายรัดข้อมืออิเล็กทรอนิกส์ที่ระบบแจ้งเตือนข้ามคืน เขาไม่รู้ตัวว่าตัวเองเริ่มเดินลากเท้าอย่างหนักหน่วง หลงเข้าไปในโถงมืดด้านล่าง
แววรีบเดินตาม พร้อมทั้งภูและซาร่า ไฟในโถงพร่าเลือนลงทุกที เงาโผล่ขึ้นตามผนังบางมุม รอยเท้าเปรอะฝุ่นพาไปจนสุดขอบทางเดินสลัว ๆ
ปื๊ดหยุดหน้าประตูแห่งหนึ่ง พบสัญลักษณ์แปลกประหลาดสลักบนโลหะ แววลูบมันช้า ๆ นัยน์ตาวูบไหวอย่างเจ็บปวด
ฉับพลัน ระบบส่งเสียงร้องเตือนอีกรอบ ภูแผดเสียงร้องตกใจเมื่อเห็นควันบางไหลออกจากรอยแยก—ภายใน เสียงเด็กหัวเราะเบาหวิวผสานเสียงกระซิบชื่อ ‘ข้าวฟ่าง’ ลูกสาวอีกคนที่ตายไปแล้วของแววกับปื๊ด สะท้อนก้อง
แววทรุดฮวบ เหงื่อเม็ดโตไหลซึมตามไรผม เธอร้องออกมา “อย่า…อย่าให้ลูกต้องกลับมาทุกปีเลยนะ…” น้ำตาเผลอหล่นลงกับพื้นโลหะเย็นจัด
ปื๊ดยืนนิ่ง น้ำเสียงสะอึกสะอื้น “ถ้าเราไม่กลับมา ลูกจะออกไปไม่ได้เลยใช่มั้ย”
ซาร่าหลบตา พึมพำในลำคอ “มีบางอย่างผิดปกติกับที่นี่มาแต่แรก…ปีนั้นพวกคุณไม่เคยเล่าความจริงกับใครเลย”
ภูสะบัดหัว “แม่…บอกผมที เกิดอะไรกับพี่ฟ่างกันแน่” เสียงสั่น
แววนิ่งไป ภาพในใจย้อนกลับ สถานีเมื่อห้าปีก่อน เสียงระเบิดในโรงเก็บของ ซากประตูที่มีเลือดเปรอะเปื้อน—ข้าวฟ่างอายุสิบขวบขาดใจในอ้อมแขนแวว
เธอกลืนก้อนสะอื้นในลำคอ “แม่ผิดเอง…แม่ปล่อยลูกออกไปข้างนอก…แม่คิดว่าสถานีปลอดภัย”
ปื๊ดสายตานิ่งขึ้น “แต่ฟ่างไม่ได้ตั้งใจหนี แกแค่กลัวเสียงระบบเตือนภัย เราทะเลาะกันก่อนหน้านั้น แม่ไปซ่อมเครื่อง ภูแอบดู…แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้”
ภูซบหน้าลงกับมือ น้ำตาไหลเงียบ ๆ ทุกคนจมดิ่งกับความผิดพลาดและโทษตัวเอง เสียงในโถงดังเพียงลมหายใจและไฟฟ้าที่กระพริบ
คืนถัดมา เงาสายหนึ่งโผล่ตรงทางเดินยาว แววนอนไม่หลับ ลุกเฉียดประตู พบเงาเด็กหญิงผมยาวนั่งกอดเข่ายามเงียบ เธอใจหายวาบ
แววเอื้อมมือออกไป ริมฝีปากขยับแผ่ว “ฟ่าง…แม่อยู่ตรงนี้นะลูก” เงายุกยิกคล้ายพยายามตอบ แต่ไม่มีเสียง
จู่ ๆ ระบบคุมอากาศเริ่มรวน เสียงไซเรนดังสะท้อนทั่วสถานี ไฟกระพริบรัว ๆ ทุกคนต้องรีบวิ่งเข้าห้องควบคุมหลัก ปื๊ดหน้าซีด รีบเช็คเครื่องมือ ซาร่าจำลองข้อมูลได้ว่า ชั้นล่างสุดกำลังรั่วอย่างรวดเร็ว
“ต้องลงไปปิดระบบมือ ใครช่วยได้บ้าง เราต้องร่วมมือกัน!” ซาร่าตะโกน
ภูขานรับด้วยเสียงกล้าแปร่ง “ผมไปเอง ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น”
แววจับแขนลูก “แม่ไม่ให้ไปคนเดียว พอแล้ว คนในบ้านเราตายมาพอแล้ว”
ปื๊ดมองสบตาทั้งคู่ น้ำเสียงสั่น “ผม…ขอลองอีกที ให้ผมชดใช้เถอะ”
ภูหันไปหาแม่ กระซิบเบา “แม่ ขอให้ผมเลือกเองนะ ครั้งเดียว ผมอยากพิสูจน์ว่าผมดูแลแม่ได้”
แววนิ่งงัน ปล่อยแขนลูก น้ำตาคลอ ไฟรอบ ๆ สถานีพร่าเร่งเข้าสู่ขีดวิกฤติ เสียงระเบิดเล็ก ๆ ดังแว่วจากท่อลม
ซาร่าพากลุ่มลงบันไดฉุกเฉิน ภูเดินนำก้าวขาแข็งแรงในแสงไฟกระพริบ ปื๊ดคอยระวังหลัง แววสลับมองลูกกับอดีตสามี สีหน้าทรมานทุกก้าวที่ใกล้จุดที่ฟ่างเสียชีวิต
ปื๊ดหยุดลงทันทีเมื่อลงถึงทางเดินเก่า แสงตะเกียงไฟฉายสะท้อนเศษเสี้ยวภาพในอดีต เสียงของฟ่างแว่วริมผนัง “หนูหนาว…แม่…”
ภูกลืนน้ำลาย เอื้อมมือแตะท่อน้ำเย็นสะท้านจนมือชา เขาเปิดฝาครอบ ระบบเริ่มส่งเสียงร้องดังลั่น ข้อมูลคอมพิวเตอร์โชว์ตัวเลขความดันรั่วลดลงช้า ๆ
ทันใดนั้น เงาดำพลิ้วขึ้นพร้อมแรงกดดันอากาศ ภูร้อง “เร็ว แม่ ปื๊ด ช่วยผม!”
แววตะโกน น้ำเสียงเปี่ยมรัก “ภู ลูกรอดแล้วลูก เราอยู่ตรงนี้ อย่าหนีอีก”
ปื๊ดผลักแววเข้าไปหา ภู ช่วยกันโยกวาล์วจนเสียงลั่นสนั่นดังระงม ระบบเริ่มค่อย ๆ ฟื้น คืนความนิ่งขณะที่ทุกคนทรุดหอบรวมกัน ใบหน้าซีดเผือดแต่เจือรอยยิ้มบาง ๆ
ทันใด แววหันกลับ ไฟฟลอรีสเซนต์กระพริบ เงาเด็กหญิงพร่าเลือนโผเข้าโอบแวว—ร่างทั้งร่างร้อนวาบขึ้นชั่ววินาที น้ำตาแววหยดพรู “แม่ขอโทษฟ่างจ้ะ…แม่ต้องอยู่…”
เสียงหัวเราะแผ่วของฟ่างเลื่อนไหลเป็นลมอุ่น สะท้อนอยู่ช่วงสั้น ๆ ก่อนทุกอย่างสงบลง บรรยากาศทั่วสถานีกลับมาเป็นปกติ
ภูโอบแม่แน่น ซาร่าเดินมากุมมือปื๊ด สีหน้าทุกคนอ่อนล้าแต่เหมือนได้เริ่มต้นใหม่ แม้บาดแผลจะไม่จางหาย แต่ต่างก็ยอมเผชิญหน้าความจริง
เนิ่นนานในโถงใหญ่ แววหยิบตุ๊กตาเก่าของฟ่างมาวางไว้ที่หน้าต่าง มองออกไปยังจักรวาลมืดมน—แววตาเธอไม่เศร้าอีกต่อไป หากแต่เปี่ยมหวัง