เก้าอี้ที่ว่างเปล่า
แสงแดดอ่อนโยนส่องสาดลงมาบนถนนเล็ก ๆ ในหมู่บ้านชนบท เสียงนกร้องเพลงเบา ๆ เมื่อแพรเดินออกจากบ้านที่เธอเติบโตมาตั้งแต่เด็ก ภายในใจของเธอตื่นเต้นและกังวลในเวลาเดียวกัน วันนี้เป็นวันที่ครบรอบ 10 ปีแห่งการสูญเสียพ่อของเธอ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!การตั้งใจที่จะไปยังเก้าอี้ไม้ที่ริมแม่น้ำซึ่งพ่อเคยนั่งอ่านหนังสือเป็นประจำ ทำให้ความทรงจำดี ๆ แห่งวัยเยาว์ตีกลับมา การเดินไปที่นั้นเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าท่ามกลางอากาศสดชื่น เสียงน้ำไหลเป็นจังหวะเหมือนเพลงบรรเลงในวันบันทึกความทรงจำ
แพรไม่เพียงแต่ยังจำถึงน้ำเสียงอ่อนโยนของพ่อ แต่ก็ยังรู้สึกถึงความวิบัติที่เกิดขึ้นจากการจากไปของเขา เพราะมันทำให้ครอบครัวของเธอเปลี่ยนไปมากมาย ยิ่งอายุมากขึ้น แพรเริ่มถามตัวเองว่า “ทำไมชีวิตถึงไม่เป็นแบบเดิมอีกต่อไป?”
ริมแม่น้ำ เธอพบกับโจ๊ก เพื่อนชายในวัยเด็กที่แอบชอบเธอ แต่นับวันความรู้สึกของเขาก็ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งนี้เมื่อโจ๊กเช็คโทรศัพท์ของเขาเห็นข้อความที่ไม่คาดคิดจากครอบครัวของแพร ความกดดันเริ่มเพิ่มขึ้น แพรรู้สึกว่าทั้งสองกำลังจะได้เจอกันในวันที่ผิดเวลา
“เก้าอี้ที่ว่างอยู่ทยอยสื่อถึงรสชาติความสูญเสียของชีวิตในทุกๆ วัน” โจ๊กพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเครียด เหมือนเขากำลังพูดถึงตัวเอง
แต่แพรมีความคิดว่ามันไม่ใช่แค่วันเสียใจ แต่มันคือการเฉลิมฉลองชีวิตของพ่อ เมื่อเห็นการต่อสู้ของโจ๊กเต็มไปด้วยอุปสรรคจากทั้งตัวเขาและครอบครัว ทำให้เธอเริ่มตระหนักถึงความรู้สึกลึก ๆ ที่เธอมีต่อเขา
เวลาผ่านไปความใกล้ชิดทำให้ความรักระหว่างแพรกับโจ๊กเริ่มเติบโตขึ้น จากเพื่อนกลายเป็นมากกว่านั้น ทว่าสิ่งที่ทำให้โรแมนติกต้องเผชิญกับการต่อสู้ที่เกิดขึ้นจากคำสาปที่พ่อของแพรได้ทิ้งไว้ให้กับชีวิตของเธอ
ในกลุ่มเพื่อนๆ มีอารมณ์ที่ตึงเครียด กำลังมีการแข่งวางเดิมพันเพื่อหารายได้ใช้จ่ายในครอบครัว จนวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ทำให้แพรและโจ๊กต้องเผชิญหน้ากับการความสูญเสียอีกครั้ง
เมื่อโจ๊กสูญเสียการแข่งขันเพื่อช่วยแพร แต่การเสียสละของเขาพาแพรเข้าไปในโลกที่ใหม่สำหรับเขา ที่ต้องเลือกระหว่างการรักกับการรับผิดชอบต่อครอบครัว
ผ่านความร้อนแรงของความรักและความสูญเสีย แพรต่อสู้เพื่อความฝันในอนาคตเมื่อเธอต้องยอมรับและแก้ไขความจริงที่เกิดขึ้นกับโจ๊ก โลกภายนอกอาจห่างไกล แต่ความรู้สึกของทั้งคู่จะยืนหยัดกระชับในเวลาที่มืดมนที่สุด
ในวันครบรอบที่สำคัญที่สุดของการนั่งบนเก้าอี้ ขณะแดดลมบ่ายพัดผ่านมา สร้างบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ ทุกอย่างชัดเจนขึ้น ความเหงา ความทรงจำและความรักได้เจือจางกลายเป็นความหมายใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความหวังและความฝันไปพร้อมกัน
แม้งความท้าทายยังมีอยู่ แต่ควารักที่บริสุทธิ์ได้สร้างความแข็งแกร่งให้แก่ทั้งสองคน แล้วในจุดนั้น ทุกอย่างจะผ่านพ้นไป พ่อของแพรอาจไม่ได้อยู่กับเธอ แต่ความรักของเขายังคงอยู่เสมอและแผ่บางเบาไว้อยู่ในหัวใจ
เมื่อแพรมองไปที่โจ๊กด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังและความรัก เธอเรียนรู้ว่าความสูญเสียอาจไม่ได้ทำให้เธออ่อนแอ แต่เป็นการปลุกพลังที่จะทำให้เธอเดินไปข้างหน้าพร้อมกับความทรงจำที่สวยงามของชีวิตที่ไปสู่วันข้างหน้าในที่สุด