แฟนตาซีแก๊งซวย: ภารกิจพิชิตผักกาดโรงอาหาร
เสียงกริ่งก่อนพักเที่ยงดังขึ้นพร้อมกับเสียงโห่ร้องของนักเรียนทั้งโรงเรียนลมโชย ในขณะที่นักเรียนทุกคนต่างพากันรุดหน้าเข้าสู่โรงอาหารล่วงหน้าด้วยแรงหิว เป๋ ผู้มีนิสัยคิดมากและตกใจง่าย ก็กำลังนั่งจิ้มปากกาลงสมุดบันทึกขีด ๆ เขียน ๆ รายชื่อเมนูอาหารกลางวันที่เธอคิดว่าตัวเองควรหลีกเลี่ยงหลังฝันร้ายเมื่อคืน เมื่อโอม เพื่อนซี้จอมมั่นใจสุดขีด ดีดนิ้วเรียกเพื่อนเฉย ๆ เหมือนประกาศข่าวงานพิธี
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เป๋ เอารถไปโรงอาหารเถอะ วันนี้เรามีแผนพิชิตหมูทอดกรอบมหากาฬของพี่ตุ้ม!”
“นายจะเอารถจักรยานของชั้นเข้าคิวเหรอ… นี่มันประชดใช่ไหม ฉันยังกลัวเสาไฟฟ้าตั้งแต่วันนั้นอยู่,” เป๋ตอบ สายตาวิบวับกังวล
โม เพื่อนสาวสุดเฮฮาผู้เชื่อว่าความสุขคือการหัวเราะเยอะ ๆ ลากกระเป๋าสีเขียวปีนเข้าแทรกแล้วจับไหล่เป๋กับโอมพร้อมกัน “ช่างมันเหอะ วันนี้ฉันจะสั่งน้ำแดงใส่น้ำแข็งก้อนเดียว แบบน้ำหนักเบา ได้ข่าวว่าน้ำแข็งจะหมดเพราะโรงงานดันปิดซ่อม”
ทั้งสามกำลังเตรียมตัวเดินออกห้อง ก็มีเสียงครูเพ็ญดังมาจากสำนักงาน “โอม เป๋ โม มาทางนี้หน่อย!”
โอมเบะปากแล้วพูดติดตลก “อยากได้ที่จอดรถในโรงอาหารอีกหรอ?”
แต่พอทั้งสามเดินเข้าไป ก็พบว่าครูเพ็ญกับพี่ตุ้มคนดูแลโรงอาหารกำลังลนลานยืนหน้าซีดอยู่ราวกับเพิ่งโผล่จากละครสืบสวน
“ช่วยหน่อยสิจ๊ะ ผักกาดวิเศษที่โรงเรียนต้องใช้ทำแกงจืดหาย!” พี่ตุ้มพูดพร้อมน้ำเสียงระแวงว่าอาจมีใครซุ่มดูอยู่
“วิเศษแค่ไหนเหรอครับ?” เป๋ถามติดตลก ท่ามกลางบรรยากาศเครียด
พี่ตุ้มก้มหน้ากระซิบ “มันลอยน้ำได้… ทว่ายังไม่เคยขาย เงินเดือนฉันฝากไว้กับผักกาดนั้นด้วย!”
โอมหรี่ตา “เงินสด… ใส่ซองไว้ในผักกาด เราเข้าใจถูกไหมครับ?”
โมหัวเราะกลบเกลื่อน “แสดงว่าภารกิจของเราเริ่มแล้ว!”
ทั้งสามตกกระไดพลอยโจนต้องช่วยพี่ตุ้ม เพราะหวาดกลัวน้ำเสียงจริงจังปนน้ำตาคลอเบ้าของครูเพ็ญที่ขู่ให้แจกยำถั่วพูทั้งเดือนถ้าไม่ช่วย
ห้องเก็บของหลังโรงอาหารดูอึมครึมกว่าปกติ เป๋เดินนำแบบตัวสั่น ไฟฉายมือถือในมือส่องหาวิญญาณผักกาด
“ถ้าผักกาดมีชีวิต เราจะคุยกับมันยังไง?” เป๋กระซิบ
“นายเลือกจะทักว่า ‘คุณผักกาด สบายดีไหม’ หรือชอบ ‘ทำไมลอยน้ำได้’ มากกว่าล่ะ?” โอมแหย่ตรง ๆ
โมหยิบตะกร้ามาตรวจดู “งั้นฉันจะถามว่า คุณผักกาด มีตระกูลมั้ยคะ?”
ในขณะที่ทุกคนมัวแต่มองหาวัตถุรูปวงรีสีเขียว กลุ่มเด็ก ป.3 แวะมาแอบดูอย่างมีพิรุธ โอมถาม “น้องเห็นผักกาดไหม?”
“พี่หมายถึงโทรศัพท์ผักกาดใช่มั้ยอะ… เพื่อนผมชื่อผักกาดอยู่แถวนี้นะ” หนูน้อยตอบหน้าตาเฉย
“ไม่ใช่ชื่อคน!” เป๋อุทาน เสียงแผ่วลงเพราะกลัวใครจะได้ยิน
โมชอบสถานการณ์นี้จนเริ่มแกล้ง “ก็อาจจะใช่นะ หากว่าเพื่อนนายลอยน้ำได้…”
ขณะทั้งสามเริ่มค้นหาทั่วห้องเก็บของ ไล่จากตู้เย็นไปถึงกล่องผ้าโม เจอถุงผักปกติแค่ใบเดียว โอมสังเกตเห็นเศษผักกาดอยู่บนโต๊ะเตรียมอาหาร เสียงนักเรียนด้านนอกเริ่มดังขึ้นทุกขณะเป็นสัญญาณว่าชั่วโมงอาหารใกล้หมดเวลาลงเรื่อย ๆ
เป๋หยิบเศษผักขึ้นมาแล้วถาม “เราต้องส่งอะไรให้พี่ตุ้ม ถึงจะมั่นใจได้ว่าแกงจืดจะออกมาได้?”
โอมมั่นใจเต็มร้อย ตัดสินใจฟันธง “เราเอาเศษนี้ลอยน้ำในชามก่อน ถ้าลอยได้ ใช่แน่นอน!”
โมหยิบขันน้ำดื่มมาเทลงบนโต๊ะ แล้วโซ้ยเศษผักกาดลงไป เป๋เตรียมถ่ายวิดีโอเผื่อโพสต์ TikTok แต่ปรากฏว่าเศษผักจมไวปานลูกเป็ด เป๋ถอนหายใจออกมาเสียงดังกว่าปกติ
“พวกเรากำลังจะโดนแจกยำถั่วพูแล้วจริง ๆ ใช่ไหม…” เป๋พึมพำอย่างสิ้นหวัง
ในจังหวะที่ทั้งสามมองหน้ากันอย่างเงียบ ๆ เด็ก ป.3 รายเดิมกลับมาพร้อมถุงพลาสติก “พี่ผักกาดยังลอยน้ำอยู่ครับ แต่ตอนนี้อยู่กับแม่บ้านด้านหน้า”
“ขอบคุณมาก ไปกันเลย!” โอมพูดทันที
ทั้งสามออกเดินแบบฮีโร่ พร้อมเป้าหมายแน่วแน่ ขณะที่โมคุยขำกับเป๋ “พี่จะขอ IG เพื่อนหนูด้วยมั้ย?”
พอถึงหน้าตึก ทั้งสามกลับพบว่าแม่บ้านคนดังกล่าวกำลังคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้า งง สลับกับขำ “อ้าว พวกหนูจะมาหาผักกาด… ต้องการอีกกี่หัวจ๊ะ? พอดีเพิ่งล้างไว้ให้ครูพละ”
เป๋สำรวจถุงนั้นอย่างพิถีพิถัน ไม่พบเงินสดหรือซอง สี่สายตาสบกันด้วยความรู้สึกสับสน โมถามแบบเสียงสูง “สรุปมันมีผักกาดวิเศษจริง ๆ หรือคะ?”
แม่บ้านหัวเราะเสียงเจื้อย “โถ…หนูเข้าใจผิดแล้ว อันนั้นพี่แค่ใช้ทดสอบน้ำยา มันไม่ได้ลอยอะไรทั้งนั้น”
ทั้งสามยืนเหวอ ก่อนโอมจะหันไปพูด “แล้วพวกเราจะบอกพี่ตุ้มว่ายังไงดี?”
กลับมายังโรงอาหาร พี่ตุ้มกำลังง่วนแจกข้าวผัดไข่ ทั้งสามเดินพรวดเข้าไปแจ้งข่าว “พี่ ผักกาดวิเศษของพี่… ไม่มีใครพบครับ แต่ผมว่าซองเงินอาจตกอยู่หลังครัว”
พี่ตุ้มมองเศษผักในมือโอม สำรวจอย่างพินิจ “จริง ๆ พี่ใส่เงินไว้ในหมวกม่อน… แล้ววางผักกาดบังตาใส่ตู้เย็นเพื่อกันแม่บ้านหยิบผิด”
จังหวะนั้นเอง ครูเพ็ญโผล่หน้ามาด้วยสีหน้าเบื่อโลก “โอ้ย ที่แท้แม่บ้านหยิบผักกาดไปล้างจริง ๆ เหรอ ไหนบอกว่าหายวับ…”
เป๋ถอนหายใจ “ถึงฝันเห็นผักกาดเรียงเป็นแถวก็ยังไม่มีผักกาดวิเศษจริง ๆ สักที…”
โมหัวเราะ น้ำตารื้น “แต่เราได้ขึ้นชื่อว่าเป็นทีมตามหาผักกาดแล้วนะ!”
โอมบอก “คราวหน้าถ้าใครหายอะไร ไม่น่าจะต้องฝากเราแล้วล่ะ”
“ไม่แน่ เราเกือบช่วยได้แล้ว รอให้ซองเงินลอยในน้ำก่อนจะดีไหม?” เป๋พูดขำ ๆ
ท้ายสุด อาหารกลางวันจบลงด้วยแกงจืดรสปกติ แต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของแก๊งสามเกลอและทีมแม่บ้าน ครูพนักงาน รวมถึงเด็ก ป.3 ก็ดังก้องทั้งโรงอาหารแบบไม่ต้องใช้ผักกาดวิเศษเสียเลย
ครูเพ็ญเดินผ่านแล้วทิ้งท้ายก่อนขึ้นห้อง “พวกเธอควรไปแข่งตามหาของหายในมหกรรมซะจริง ๆ!”
โมหันมายิ้ม “หรือเราจะตั้งชมรมผักกาดลอยน้ำล่ะ?”
เสียงหัวเราะปิดท้ายดังมาจากกลุ่มนักเรียนที่ได้ชมวิดีโอผักกาดจมลงขันของเป๋บนมือถือ เสียงนินทาว่า “อย่างน้อยมันก็ลอยบนโซเชียลนะ” ดังขึ้นเบา ๆ บ่งบอกว่าการผจญภัยสุดเพี้ยนของทั้งสามเพื่อน อาจไม่จบแค่วันนี้ก็ได้