ภารกิจ(ซ้อน)ซวย: หมู่บ้านนี้ไม่มีวันเบา
เสียงกระทบโลหะดังเปร้ง! กลางลานหมู่บ้านร่มระวีในเช้าวันฟ้าครึ้ม โขง ช่างประปาหน้าตาขรึมแต่มักจะคิดมากเกินไป กำลังง่วนอยู่กับการเล็งดูแท็งก์น้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามศาลาชุมชน น้ำหยดติ๋ง ๆ จากท่อทำเอาเขาขมวดคิ้วหนักเข้าไปอีก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!โขงพึมพำกับตัวเอง “ถ้าน้ำท่วมอีก สงสัยจะซวยโดนหาว่าเป็นคนแก้ระบบน้ำพังแน่” เขากัดฟันคิดเรื่องปีที่แล้ว เมื่อเขาโดนชาวบ้านมองแรงทั้งเดือนเพราะซ่อมท่อแล้วน้ำกลับเดือดร้อนกันทั้งหมู่บ้าน
ก่อนจะทันคิดหาทางออก จอย แม่ค้าผลไม้เสียงดังประจำหมู่บ้าน จอดจักรยานซาเล้งเข้ามา ทับตะปูจนยางแบน “อ้าวโขง! วันนี้ยิ้มไม่ออกอีกแล้วนะ!” จอยทักพลางเอาส้มโขกหัวโขงแบบไม่ได้ตั้งใจ
โขงชะงัก “โอ๊ย นี่เป็นช่างประปาไม่ใช่หมอดูนะ ท่อน้ำรั่วขนาดนี้ แล้วไงดีล่ะ?”
จอยย่นคิ้วมองแท็งก์ “ไปซ่อมมันเลยสิ! เดี๋ยวฉันช่วยปีน เอาสิ แค่หญิงแกร่งอย่างฉันกับนายไม่มีอะไรหรอก!”
โขงลังเล แต่กลัวจะถูกหาว่าใจไม่กล้า อีกใจก็กังวลว่าจะซ่อมแล้วเละ “เอาหน่า…แต่ขอข้ามขึ้นไปก่อนก็แล้วกัน”
ทั้งสองปีนขึ้นบันไดเหล็กสนีท่ามกลางสายตาชาวบ้านกลุ่มเล็ก ๆ ที่แอบมองอยู่ไกล ๆ โดยเฉพาะลุงบุญศรี ประธานชุมชนผู้มีนิสัยเถรตรง เรียบร้อยเกินมนุษย์ เดินมาคุมสถานการณ์ในระยะปลอดภัย
ลุงบุญศรีเอียงคอมองแล้วเปรยเบา ๆ กับป้านวลเมียแก “ดูท่าเจ้าโขงกับนังจอยกำลังลักลอบทำอะไรบนนี้นะ เห็นน้ำหยดลงมา เอ๊ะ ทำไมไม่บอกฉันก่อน?”
ป้านวลตาโต ใจนึงอยากหยุด อีกใจอยากเห็น “หรือเขาจะไปแกะก๊อกน้ำเอากำไรไปขาย?”
ด้านบน โขงกับจอยประคองท่อเก่า ๆ ที่โยกเยกอย่างประหลาด จอยพยายามหมุนวาล์วแต่กลับทำหัววาล์วหัก “แย่แล้ว โขงช่าง!…ตอนนี้วาล์วขาด!”
โขงเหงื่อตก ใจเต้นตุ๊บๆ กลัวโดนกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุ “อย่าให้ใครเห็นนะ เดี๋ยวชาวบ้านคิดว่าเราแอบทำอะไรไม่ดีแน่”
ขณะนั้น เจ้าเปี๊ยก เด็กจอมซนประจำหมู่บ้านแอบถ่ายคลิปทั้งสองบนหลังคา พร้อมเสียงตื่นเต้น “โขงกับจอยปีนแทงก์น้ำ ทำท่าทำทางแปลก ๆ หรือจะซ่อนของอะไรสักอย่าง?”
ลุงบุญศรีหันมาสั่ง “วิ่งไปบอกผู้ใหญ่บ้านเร็วเปี๊ยก นี่เรื่องสำคัญมาก!” เปี๊ยกกระโดดลงจากขอนไม้พรวดเดียวแว่บไป
จอยพยายามจะปลอบใจ “ไม่ต้องกลัว ฉันรับผิดชอบเอง คราวที่แล้วโดนเหมือนกัน ตอนหมากฝรั่งติดก๊อกน้ำคนหาว่าฉันใส่ยาเบื่อ!”
โขงถอนหายใจเบา ๆ “นั่นเพราะเธอเคี้ยวไปซ่อมไปเองมากกว่า”
เสียงตะโกนดังขึ้นจากพื้น “โขง! ห้ามขยับ! รอฉันก่อน!” ผู้ใหญ่บ้านสายฟ้า นายคนนิ่งแต่เสียงแข็ง ท่าทางเหมือนตำรวจแต่จริง ๆ คือทำอะไรไม่ทันใจชาวบ้านซะมากกว่า
แต่จังหวะนั้น ทั้งโขงและจอยงุนงง ไม่รู้ใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายโขงตัดสินใจพูดเสียงดัง “ผมซ่อมแทงก์น้ำนะ ไม่ได้ทำอะไรแปลก ๆ !”
เสียงฮือฮาวิ่งไปทั่ว กลายเป็นข่าวลือใหม่ว่า มีคนจะวางระเบิดแทงก์น้ำเพื่อป่วนกิจกรรมประจำปีของหมู่บ้าน ทุกคนวิ่งเข้ามาดู ต่างคนต่างตีความกันไปเอง
ลุงบุญศรีร้อนรน “ฉันว่าเรียกทีมดับเพลิงมาเลย!”
ป้านวลบีบน้ำมะนาวใส่น้ำกิน ยืนมองแบบกลัว ๆ กล้า ๆ “เอ๊ะ หรือน้ำจะแปลกจริง ๆ? สัปดาห์ที่แล้วฉันปวดท้อง!
โขงพยายามอธิบาย “ไม่ได้มีอะไร ผมแค่ซ่อม แต่หัววาล์วมันขาดจริง ๆ …”
จอยรีบเสริม “ตกลงใครจะช่วยยกแทงก์ลงมาไหม? หรือจะปล่อยน้ำออกให้หมดก่อน?”
เสียงเด็กเปี๊ยกตะโกน “ระวัง! อาจจะมีระเบิด!” ชาวบ้านวิ่งหนีมาคนละทิศคนละทาง บ้างเอาถังน้ำไปซ่อน บ้างปิดประตูหน้าต่างแน่นหนา
ผู้ใหญ่บ้านสายฟ้าวิ่งมา “พอแล้ว! อย่าเพิ่งทำอะไร รอสอบสวนก่อน!”
แต่โขงเริ่มทนไม่ไหว “ให้ผมซ่อม หรือจะปล่อยน้ำไหลหมดหมู่บ้านกันแน่!”
จอยแอบกระซิบเขา “ถ้าน้ำหมดฉันก็ขายผลไม้ไม่ได้ นายก็ซ่อมบ้านไม่ได้ เราจะกลายเป็นคนร้ายในตำนาน! เดี๋ยวพรุ่งนี้มีข่าวลือใหม่อีกแหง!”
ลุงบุญศรีเข้ามาใกล้ “อธิบายมาเลย เกิดอะไรขึ้นบนแทงก์น้ำ ใครไปแตะวาล์วใคร?”
โขงหน้าเหวอ พูดติดอ่าง “ก็กะ…ก็ผมเห็นท่อมันรั่ว เลยทำตามหน้าที่…แต่หัววาล์วมันหักเพราะสนิมจริง ๆ”
เด็กเปี๊ยกยังไม่จบ “ผมถ่ายคลิปไว้หมดนะ ถ้าใครโกหก ผมจะเอาคลิปขึ้น YouTube ให้หมดหมู่บ้านเห็น!”
จอยเบ้ปาก “คลิปเธอมีแต่เสียงหัวเราะกับเสียงล้ม ไม่เห็นอะไรเลย รู้ไหม?”
ป้านวลกระแซะลุงบุญศรี “งั้นฉันว่าเรียกตำรวจก่อนเลย เผื่อคนร้ายอยู่ใกล้ๆ”
โขงพยายามควบคุมความคิด “ทุกคนใจเย็นก่อน แค่ซ่อมท่อจริงๆ ถ้ายังไม่นิ่ง จะท่วมจนปลากัดว่ายขึ้นศาลาเลยนะ!”
ผู้ใหญ่บ้านสายฟ้าเสริม “รู้ไหม วุ่นแต่เช้า ยังไม่ได้ดื่มกาแฟ!”
บรรยากาศปั่นป่วน กลายเป็นโต้วาทีเล็ก ๆ จอยตัดสินใจแอบหยิบเทปกาวมาอุดรูแบบบ้าน ๆ แต่ไม่วายโดนลุงบุญศรีเคาะหัว “เทปกาวของชุมชน อย่าใช้เปลือง!”
ขณะเดียวกัน น้ำก็เริ่มไหลแรงขึ้น การแก้ไขปัญหาแบบคิดเองเออเองเริ่มบานปลาย เด็กๆ วิ่งถังน้ไปรวมกันเพื่อเตรียมหนี ชาวบ้านบางคนเอาถังออกมาเพียงเพราะได้ข่าวว่าน้ำจะฟรี!
โขงถอนใจหนักเข้าไปอีก “นี่ผมควรลาออกแล้วไปเลี้ยงปลากัดที่ไหนซักแห่งดีไหมเนี่ย…”
จอยหัวเราะ “ถ้านายลาออก ใครจะช่วยฉันเข็นรถขายผลไม้เวลายางแบน?”
การประชุมฉุกเฉินย่อยเกิดขึ้นแบบงง ๆ ไม่ตรงประเด็น ทุกคนมุงกันอยู่นานแต่ไม่มีใครซ่อมอะไรได้เลย ต่างคนต่างเสนอไอเดีย ตีกันเอง
เปี๊ยกเสนอ “มีถังเก่าเอามาทำวาล์วใหม่ไหม?”
ป้านวล “หรือห่อผ้าขาวม้ามัดท่อไว้ก่อน?”
โขงพยายามตะโกน “มันต้องใช้อะไหล่แท้ ไม่งั้นพังหมด!”
ผู้ใหญ่บ้านสายฟ้าเริ่มเหนื่อย “ฟังกันบ้างไหม ผมขอคนเดียวที่มีความรู้จริง ๆ”
ลุงบุญศรีเสนอ “เรียกหมอผีในหมู่บ้านมาฟังวิญญาณปู่ดูไหม เผื่อเคยซ่อมแทงก์น้ำ!”
จอยกัดฟัน “สรุปจะได้ซ่อมมั้ย หรือจะเปลี่ยนหัววาล์วเป็นขันโตกดี?”
ทุกอย่างเริ่มยุ่งเหยิงขึ้นเรื่อย ๆ โขงแทบควบคุมความรู้สึกไม่ได้ จอยแค่ยืนขำกับสถานการณ์ ชาวบ้านยิ่งเสนอ ยิ่งเละ
จนกระทั่ง แก้ว เด็กสาวจากต่างหมู่บ้านเดินผ่านมา หอบถุงอะไหล่ท่อทั้งชุด “อ้าว พี่จอย พี่โขง จะซ่อมแทงก์เหรอ? เมื่อวานป้าฉันเพิ่งทำอะไหล่ไว้ เหลือเต็ม!”
ทุกคนเงียบ มองหน้ากัน ก่อนสิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือเสียงหัวเราะของจอย “เห็นไหม ถ้าฟังผู้หญิงเก่งบ้าง เรื่องคงจบไปนานแล้ว!”
โขงเหมือนยกภูเขาออกจากอก เขายิ้มขำ ๆ “ใครจะคิดว่าซ่อมแทงก์ทีเดียว จะได้ซ่อมทุกอย่างในหมู่บ้าน ยกเว้นระบบข่าวลือ”
เปี๊ยกยังนั่งแทะขนม “แต่ข่าวว่าพี่โขงจะติดกล้องวงจรปิดต่อ แทงก์น้ำ จะจริงไหมอ่ะ”
ลุงบุญศรีถอนหายใจ “เฮ้อ…อย่าบอกนะว่าพรุ่งนี้จะมีเหตุการณ์แทงก์น้ำแตกกลางตลาด!”
โขงหัวเราะ “ถ้ามี ผมขอเป็นคนถือขันโตก รับน้ำเองเลย!”
ทุกคนหัวเราะ คราวนี้เสียงขำมาพร้อมความอบอุ่นใจ สถานการณ์วุ่นวายจบลงด้วยความร่วมมือและการหยอกเย้า พร้อมกับประกาศเสียงดังของจอย “ปีหน้าใครคิดซ่อนข่าวร้ายไว้ ปล่อยให้ฉันหาเจอก่อน!”
ผู้ใหญ่บ้านสายฟ้าส่ายหัว “เอาเถอะ ขอให้ปีหน้าตื่นสายบ้างเหอะ”
แสงแดดตกกระทบแทงก์น้ำในหมู่บ้าน ใคร ๆ ก็เดินผ่านหัวเราะกับมุกใหม่ประจำปี และไม่มีใครอยากซ่อมแทงก์น้ำนั้นอีกแล้วอย่างน้อย…สักสองปี!