ชมรมลาบเปลี่ยนโลก
เสียงออดแหลมดังลั่นไปทั่วโรงเรียนมัธยมต้นสุขสันต์ นนท์วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องเรียน แก้มเปื้อนรอยลาบที่เพิ่งกินเมื่อเช้านี้จนเพื่อนข้าง ๆ อย่างอามต้องเหล่มอง แล้วทำสายตาปลง ๆ ใส่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“มึงทำไมหน้าหมู่นี้กินแต่ลาบวะ?” อามเอ่ยถามพลางยื่นทิชชู่ให้ นนท์ตอบด้วยความมั่นใจแบบไม่รู้ตัวว่ากำลังเปื้อนปาก “กูจะเปลี่ยนโลกด้วยลาบไง เหล้าไม่ได้ ลาบได้!”
เพื่อนรอบห้องพากันหัวเราะ บางคนแซว บางคนมองบน อามยักไหล่ “เออ ๆ แล้วเจอกันไอ้คนเปลี่ยนโลกเนอะ”
“เดี๋ยว ๆ มึงพูดเป็นเล่น! เราต้องก่อตั้งชมรมลาบ กูจะสมัคร!” นนท์ประกาศเสียงดัง ทั้งห้องเงียบสนิทไปสองวิ ก่อนจะมีเสียงปรบมือแปะ ๆ จากโต๊ะแถวหลัง “ก็ดีนะ เอาให้มันใหญ่โตไปเลย”
เสียงนั้นคือโรส ประธานนักเรียนตัวจิ๊กโก๋ผู้ไม่มีใครเคยทักก่อนแต่ชอบยุ คนในห้องเริ่มสนใจมากขึ้น ทุกคนเฝ้ามองความล้มเหลวครั้งใหม่ของนนท์ที่ชอบคิดอะไรเว่อร์ ๆ แต่ก็ไม่เคยยอมแพ้
ฉากห้องแนะแนว ชมรมขึ้นทะเบียน นนท์เดินเตะฝุ่นถือใบสมัครชมรมลาบแบบมั่นใจ อามฝืนยิ้ม มาเพราะตามเพื่อน ไม่คิดว่าอะไรจะรอด “กูว่าเอาฝากโรงอาหารยังเหลือกินเลยนะ” นนท์ส่ายหน้า “นั่นแหละเวิร์ก มึงดูไว้นะ วันนี้ลาบ พรุ่งนี้โลก!”
ครูธง ชมรมเก่าในตำนาน สวมเสื้อปักชื่อ ชะโงกหน้าออกมาเห็นใบสมัคร เขาเงียบ หรี่ตา “ลาบนี่คือกิจกรรมใหม่เหรอ หรือจะเอามาทำจานเปล่า” นนท์รีบอธิบาย “ไม่ใช่แค่อาหารครับครู ลาบคือปรัชญาชีวิต เป็นความร่วมมือ มันใช้หัวใจ!”
อามพยายามขัด แต่ปากไม่ทัน “คือจริง ๆ…” ครูธงตบโต๊ะยิ้ม “เอาวะ! ลาบก็ลาบ!”
ชมรมลาบได้ถือกำเนิดในวันนั้นเอง ด้วยสมาชิกสองคนและใบอนุญาตที่เซ็นด้วยความมึนงงของครู รุ่งขึ้นแผ่นป้าย “Larb for Life” แขวนเด่นเป็นสง่า มีพาดว่า “ครั้งแรกในประวัติศาสตร์โรงเรียน” หยิบความมั่นใจผิด ๆ มาปลุกกระแสได้ไม่รู้ตัว
อามเองก็เริ่มจะสงสัย “กูว่าคนมาสมัครอาจจะคาดหวังอย่างอื่นมากกว่ากินลาบปะ?” นนท์ไม่ฟัง ตื่นเต้นจัด “มึงเตรียมกล้องไว้เลย เดี๋ยวมีสัมภาษณ์สื่อแน่”
แต่ในเมื่อทั้งโรงเรียนเริ่มพูดถึง “ชมรมลาบ” ด้วยอารมณ์ที่เกินกว่าจะเรียกว่าหัวเราะ ทุกคนต่างคิดไปสารพัด บางคนลือว่าลาบคือลับเฉพาะของพันธมิตรหลบเรียน บางคนเชื่อเป็นรหัสลับส่งยา บางคนก็คิดว่าเป็นชมรมอวกาศลวงโลก
วันแรกของการเปิดรับสมัคร มีนักเรียนแปลกหน้ามาสมัครจริง ๆ สามคน ซึ่งแต่ละคนล้วนมีเจตนาที่ต่างกันสุดขั้ว
คนแรกคือไอซ์ นักเรียนหญิงที่มั่นใจว่า “ลาบ” มีนัยบางอย่างของวงการเคป็อป เธอตั้งใจจะตามหาชายผู้ใช้นามว่า “ลาบ” ในแชท แอบวาดรูปหัวใจไว้ในใบสมัคร
คนที่สองคือเบนซ์ นักเรียนตัวโตเหมือนจะเป็นนักกีฬา แต่ความจริงคือโอตาคุ เขาคิดว่าชมรมลาบคือกลุ่มลับเล่นเกมออนไลน์ รหัสลาบคือด่านลับ
คนสุดท้ายคือฟ้าเพื่อนสาวสายจิตอาสา เห็นคำว่า “for Life” เลยนึกว่าเป็นชมรมการกุศล จึงสมัครเพราะหวังคืนกำไรให้สังคม
นนท์ตื่นเต้นสุดขีด อามสงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ “กูว่าที่ใคร ๆ มาสมัคร มันผิดคอนเซ็ปต์แน่ ๆ”
เสียงไอซ์แทรกขึ้น “ถ้าเราได้เจอ ‘ลาบ’ ตัวจริง เราขอถ่ายรูปด้วยนะคะ”
เบนซ์ไม่สนใจ พูดขัดจังหวะ “ชุดยูนิฟอร์มชมรมจะเหมือนในเกมมั้ย เอาแบบหัวหมูนั่นเลย”
ฟ้าพนมมือ “พวกพี่มีแผนออกไปเลี้ยงข้าวเด็กกำพร้าเมื่อไหร่คะ?”
อามกลอกตา นนท์ยังดี๊ด๊า “ทุกอย่างจะชัดเจนขึ้นหลังประชุมใหญ่ครั้งแรก!”
แล้วก็เริ่มประชุม โดยไม่มีใครรู้ว่ากำลังประชุมกันเรื่องอะไรจริง ๆ ต่างคนต่างคาดหวังคนละทางจนกระทั่งนนท์ยกถาดลาบขึ้นกลางโต๊ะ ชมรมเงียบเสียง ทุกคนอึ้ง อามเริ่มขำ
เบนซ์จ้อง “นี่ไม่ใช่ด่านบอสเหรอ?” ไอซ์แอบผิดหวังนิด ๆ แต่ฝืนยิ้ม ฟ้าก็ยังเข้าใจว่าชมรมนี้แชร์อาหารให้คนลำบาก
นนท์อธิบายถึงจิตวิญญาณลาบ ชวนพูดถึง “การรวมพลังใจเหมือนลาบ” อามเสริม “คือถ้ากินส้มตำแถมฟรีมั้ย” ท่ามกลางความสงสัย ทุกคนกินลาบจนหมดถาด
วันต่อมาสถานการณ์เริ่มแปลกขึ้น โรสประธานนักเรียนเอ่ยกับอาจารย์ใหญ่ “โปรเจคลับของเด็กห้อง 3 เริ่มบานปลายแล้วครับ ผมว่าเราต้องจับตาดูไว้” โรงเรียนเริ่มจับตามองชมรมลาบด้วยความระแวง
ในขณะเดียวกัน สมาชิกชมรมก็เริ่มออกไอเดียประชาสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะไปในทิศทางเดียวกัน เบนซ์เสนอคลิปรีวิวเล่นเกมลาบปะทะบอส ฟ้าเปิดโปรเจคทำป้าย “ลาบคือพลังชีวิต” ให้นำไปติดหน้าโรงอาหาร ไอซ์แต่งกลอนรัก “ลาบ” ใส่กล่องรับความคิดเห็น
นนท์ปะทะอามกลางประชุม “ถ้าเราไม่หาทางให้ทุกคนเข้าใจว่าชมรมนี้คืออะไรจริง ๆ เราอาจโดนยุบได้” นนท์ยังหัวรั้น “คนจะเข้าใจเองแหล่ะ มึงคิดมากไป” อามหัวเราะหึ ๆ “กูรู้สึกจะมีแต่มึงกับกูที่เข้าใจนะ…”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ครูธงพร้อมอาจารย์ใหญ่ยืนถือแฟ้มเอกสาร “ขอเข้าไปดูชมรม…ที่เป็นกระแสอยู่ตอนนี้หน่อย” สมาชิกแต่ละคนตกใจ อามทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ นนท์รับหน้า “ไม่ต้องห่วงครับ ทุกอย่างอยู่ในการควบคุม”
อาจารย์ใหญ่ถามถึงกิจกรรม “ที่ว่าลาบเปลี่ยนโลกนี่ คืออะไรหรือ” นนท์เหงื่อตก “คือ…ลาบครับ…แต่เปลี่ยนโลกเพราะคนมาแชร์ความสุขกัน…” ฟ้าเสริม “และเราจะบริจาคส่วนแบ่งอาหารให้เพื่อนด้อยโอกาสค่ะ!”
เสียงขำเบา ๆ จากเบนซ์ “แล้วจะมีแข่งกับบอสไหนมั้ยครับ?”
ครูธงตั้งคำถาม “แล้วจะร่วมมือกับชมรมอื่นได้ไหม?” สมาชิกมองหน้ากันทันทีโดยไม่มีใครตอบได้ ตลอดการประชุม ไม่มีใครเข้าใจตรงกันเลยสักคนเดียว
หลังอาจารย์ใหญ่และครูธงออกจากห้อง ทุกคนถอนหายใจ อามกระซิบนนท์ “กูว่างานเข้าแล้วแหละ…”
วันถัดมา โรงเรียนประกาศจะตรวจสอบชมรมลาบ มีข่าวลือไปทั่ว บางคนบอกว่าชมรมเป็นของสายแข็ง ครูปกครองจ้องจับผิด นนท์พยายามแก้สถานการณ์ด้วยการแจกใบปลิวที่ออกแบบมาอย่างสวยหรู…แต่ดันพิมพ์ชื่อชมรมผิด!
ใบปลิวที่กล่าวว่า ‘ชมรมลาบลับ’ ติดไปทั่วโรงเรียน ทำให้เจ้าหน้าที่และนักเรียน ต่างแย่งกันถ่ายรูป เผยแพร่ลงโซเชียล และสามัญสำนึกของอาจารย์ใหญ่เริ่มสั่นคลอน
เมื่อถึงวันตรวจชมรม มีคณะกรรมการชุดใหญ่เดินขบวนมาที่ห้องชมรม สมาชิกชมรมลาบเตรียมต้อนรับกันแบบงง ๆ ฟ้าหอบกล่องข้าว เบนซ์แต่งกลายเป็นเกมมาสเตอร์ ไอซ์เอากล่องคำถามมาวางหน้าห้อง
ครูธงเปิดประชุม “อธิบายมาเลยว่าชมรมนี้มีไว้ทำอะไร!”
นนท์กลืนน้ำลาย พูดเสียงดัง “เพื่อสร้างความสุขแบบลาบครับ เอาใจ ใส่เครื่องปรุง ตระกูลเดียวกัน!”
เบนซ์พูดขัด “…เหมือนเกมกิลด์พิเศษไงครับ หัวหน้าคือหัวหมู!”
ฟ้าพนมมือ “ทุกคนกินเสร็จจะได้ส่งกล่องคืนสังคมค่ะ”
ไอซ์เพ้อ “ขอให้ลาบอยู่กับเราไปตลอด…”
คณะกรรมการทุกคนมองหน้ากันแบบเอียงคอ ไม่รู้จะขำหรือจะสงสาร โรสแอบหยิบมือถือแอบถ่ายลง Story
เหตุการณ์บานปลายครั้งใหญ่ เมื่อโรงเรียนสั่ง “พักกิจกรรมชมรมลาบ” เพราะไม่เข้าใจจุดประสงค์ ทุกคนหงอย ไอซ์ผิดหวังแต่ยังหวัง เบนซ์อารมณ์เสียโวยว่าทำไมไม่มีด่านลับ ฟ้าเสียดายโอกาสบริจาค อามมองหน้าเพื่อน “ทีนี้แกจะเลิกดื้อยัง?”
นนท์จะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ “ถ้าทุกคนเข้าใจผิด กูก็จะอธิบายให้ถูก!”
ด้วยความฮึกเหิม นนท์พาสมาชิกออกไปตลาดนัดหน้าโรงเรียน เชิญเพื่อน ๆ มาลิ้มลอง “ลาบ” ฟรี พร้อมอธิบายถึงความตั้งใจจริง สุดท้ายทุกคนที่เคยเข้าใจผิดก็เริ่มฮาปนซึ้งกับความทุ่มเทครั้งนี้
อามถูกเพื่อนใหม่รุมถาม “ปีหน้าชมรมมีรับน้องใหม่มั้ย?” เบนซ์ประกาศชวนแข่งเกมกินลาบ ไอซ์ขอเพลงแต่งเองให้วนซ้ำทุกเช้า ฟ้าชวนมอบข้าวกล่องให้เด็ก ๆ ตามฝัน
วันสุดท้ายก่อนปิดเทอม โรงเรียนรับรองชมรมลาบอย่างเป็นทางการ โดยตั้งชื่อใหม่ว่า ‘ชมรมแบ่งปันความสุข’ ทุกคนหัวเราะ อามจับมือนนท์ “กูยอมแล้ว แต่ขออย่างเดียว…ปีหน้าอย่าคิดเปลี่ยนโลกด้วยแกงเขียวหวานนะ!”
นนท์หัวเราะเสียงดัง “ไม่รับประกัน แต่จะพยายาม!” ทุกคนส่งเสียงหัวเราะ ก่อนจะร่วมกันกินลาบรสแปลก ๆ ที่ใครก็ไม่รู้เป็นคนปรุง แต่ก็อร่อยเพราะทำด้วยใจจริง ๆ
ประตูห้องชมรมถูกแปะป้ายใหม่ ‘ยินดีต้อนรับ คนอยากแบ่งปันหัวใจ’ เสียงหัวเราะ บรรยากาศอบอุ่น สะท้อนถึงมิตรภาพที่เติบโตผ่านความวุ่นวายและลาบหนึ่งจาน
ฟ้าหันมาถาม “แล้วติ่งเคป็อปอย่างไอซ์กับกิลด์เบนซ์จะอยู่กันยังไง?” นนท์ขำ “จับรวมกันเป็นแก๊งลาบแฟนตาซีไปเลย” ทุกคนหัวเราะอีกรอบ ก่อนฉากสุดท้ายจะจบลงด้วยเสียงโทรศัพท์โรสเด้งแจ้งเตือน ‘วันนี้ลองลาบฟรี!’