ภารกิจชุลมุน หมู่บ้านสายเหงา
เสียงตะโกนโวยวายปะทะกับเสียงนกร้องยามเช้า สมปอง หนุ่มวัย 32 แห่งหมู่บ้านสายเหงา ยืนกลางลานวัดจ้องโทรศัพท์พลางขมวดคิ้ว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“โอ๊ย! งานประจำปีจะใกล้เข้ามาแต่ละปี มีแต่ความวุ่นวาย แล้วไอ้ต๋องนี่จะมาสายอีกทำไมวะ” สมปองสบถ พลางขยับผ้าขาวม้าบนไหล่
ยงยุทธ เพื่อนซี้จอมขี้เกรงใจในเสื้อกล้ามขาดแหว่ง เดินกระเผลกถือกล่องไมค์มาด้วยท่าทีเกรง ๆ “ปอง…เราจะเอาไมค์ไปทำอะไร เห็นวันก่อนยังบอกจะแสดงงิ้ว แล้วทำไมบนใบประกาศมันเขียนประกวดร้องเพลงเหรอ”
สมปองย่นคิ้ว “เออน่า! เราต้องยืดหยุ่น เวลาสื่อสารกับคนหมู่บ้านโน้น ได้ข่าวว่าปีนี้อยากแข่งอะไรแปลก ๆ งิ้วน่ะ เทรนด์เมืองหลวงเขา ไม่เก็ต เห็นมะ! ฉันนี่รู้ทุกเรื่อง”
ทันใดนั้น ใจดี เจ้ากรมข่าวลือประจำหมู่บ้าน (ที่จริงแล้วฟังผิดตลอด) วิ่งหน้าตาตื่นมา “คือ เมื่อกี้ฉันได้ยินแว่ว ๆ ว่า หมู่บ้านข้าง ๆ จะมาปลอมตัวเป็นกรรมการสอดแนมเรานะปอง!”
สมปองนั่งไม่ติด กัดฟันแน่น “โอ๊ย จริงเหรอ! อะไรของพวกนั้น!”
ยงยุทธพ่นลมหายใจเบา ๆ พลางเหมือนจะเอ่ยอะไรแต่เปลี่ยนใจ ส่วนใจดียกหนังสือพิมพ์ขึ้นมาดูผิดหน้า”แต่เอาจริง ๆ ฉันก็จำไม่ได้ว่าฟังมาถูกมั้ยนะ มันเสียงคนคุยในร้านตัดผมน่ะ”
แต่ความมั่นใจมิอาจป้องกันความเพี้ยน สมปองเริ่มแจกแจงแผนการใหญ่ที่ไม่มีใครตามทัน ทุกคนต้องซ้อมงิ้ว เปลี่ยนธีมงานใหม่ภายในหนึ่งเช้า แม้ไม่มีใครในหมู่บ้านสายเหงาเคยร้องงิ้วสักคน
เย็นนั้นเสียงบ่นของยายจันทร์—คุณยายหัวฟูผู้เป็นเจ้าของสถิติเห็นผิดเป็นเห็นจิง—ดังมาจากมุมศาลาวัด “ปีที่แล้วก็ประกวดกินบะหมี่ ปีนี้ประกวดแต่งหญิง แล้วปีหน้าจะให้ฉันไปไต่ลวดใช่มั้ย หนุ่ม ๆ สายเหงา”
ระหว่างที่ทุกคนยังขมวดคิ้ว สมปองก็สรุปว่ากิจกรรม “งิ้วแฟนซีแสดงสดในศาลา” จะต้องเป็นไฮไลต์ เขาเดินไปเขียนป้ายประกาศอย่างองอาจ ในหัวมีแต่ชัยชนะและเสียงปรบมือกระหึ่ม
ต๋อง เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่เข้าร่วมเพราะขัดไม่ได้ แอบกระซิบกับเพื่อน “เฮ้ย ถ้าเราใส่ชุดไก่ กับร้องเพลงลูกทุ่ง ปองจะว่าไหมวะ”
สมปองหันมาตวัดตา “เออ แปลกได้ แต่ต้องงิ้ว! งิ้วลูกทุ่ง ฟิวชั่น ใครจะทำอะก็ทำ แต่อย่างให้งานดูอินเตอร์นะโว้ย!”
แผนการทุกอย่างเริ่มเดินหน้าแบบไร้เบรก ยงยุทธโดนบังคับให้หัดตีฉิ่ง ซ้อมยังไงก็ผิดจังหวะ ส่วนใจดีไปแอบแปะแผ่นกระดาษรายงานปลอม ๆ ว่าทีมกรรมการต่างหมู่บ้านมาแน่ ๆ ให้ทุกคนตื่นตัว
เปิ้ล อดีตดาวโรงเรียนผู้มีอคติว่างานชุมชนคืองานของคนไม่รู้จักโต เห็นข่าวลือก็ลุกมาสมัครแข่งเพราะสะกิดใจอยากแย่งไมค์ให้แฟนเก่าเห็น ใครจะรู้ว่าความรักจะกลายเป็นตัวจุดระเบิดอีกชุด
การซ้อมผ่านไปอย่างทุลักทุเล เสียงปรบมือกลายเป็นเสียงโห่ ยายจันทร์ตะโกนจากหลังเวที “ฉิ่งนั่นมันตีกะละมังต่างหาก!” ยงยุทธยิ้มแห้ง ๆ พลางตอบเบา ๆ “มือมันไม่ตรงใจ มั้งครับยาย”
ใจดีเริ่มกังวลมากขึ้นเมื่อข่าวลือขยับขยาย กลายเป็นว่ากรรมการปลอมจะมาทุกมุมงาน สมปองยิ่งสั่งการเข้ม “ทุกคนห้ามพูดเลขเด็ด ห้ามพูดเรื่องราคาข้าว ระวังคำพูด ใครปล่อยไก่ ฉันจะ…เอ้อ…ให้ออกไปไล่จับเป็ดแทน!”
แต่ละชั่วโมงของวันนั้น งานซ้อมกลายเป็นเวทีตลกโดยไม่ได้ตั้งใจ กระเทียม—เจ้าบทบาทประจำงานที่เข้าใจว่าตัวเองได้บทนางเอกงิ้ว ทั้งที่โดนจับเป็นซูโม่ เข้ามาช่วยเปิ้ลซ้อม “งิ้วอะไรหว่า ฉันจำได้แต่เพลงหมอลำ…เอ๊ะ หรือมันพม่านะเพื่อน”
สมปองพยายามแก้ไขด้วยการเปิดยูทูบในมือถือที่สัญญาณห่วยแตก กลายเป็นวิดีโอสูตรหมูปิ้งเป็นครั้งคราวระหว่างเพลงงิ้ว ตอนพัก เปิ้ลหันมาถามเปรย ๆ “ทำเนียนเอากระบี่ของเด็กวัดมาเป็นอุปกรณ์ได้มั้ย มันดูแนว ๆ อะ เคป็อปซิ่งงิ้ว”
สมปองพยักหน้าหงึก “เอาเถอะ ของมันต้องมี!” ช่วงบ่ายข่าวลือพัฒนาไปเป็นว่า ทีมกรรมการจะมาตรวจอาหารด้วย ใจดีรีบวิ่งหาตำรับทำหมูปิ้งจนวัดเวียนหัว ไม่มีใครพูดถึงงิ้วอีกต่อไป
ความตึงเครียดเริ่มบานปลายเมื่อแก้ว ลูกชายผู้ใหญ่บ้านจอมเย็นชา ประกาศจะมาร้องเพลงเพื่อเอาชนะเปิ้ลให้ได้ กติกาเริ่มเปลี่ยนไปเอง ใครร้องไม่ดีโดนจับเป็ด สรุปว่าจะงิ้วหรือลูกทุ่งก็ไม่มีใครรู้แน่ชัด
คืนสุดท้ายก่อนงาน สมปองยังมั่นใจในสายตาทุกคน ประชุมลับกับยงยุทธ “พรุ่งนี้นายถือไมค์ไว้แน่น ๆ ถ้ามีอะไรผิดแผน…”
ยงยุทธถอนใจ “สงสัยฉันต้องพกอุปกรณ์จับเป็ดด้วย”
รุ่งขึ้น สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดเกิดขึ้น งานชุมชนเริ่มต้นท่ามกลางสายตาสงสัยของผู้ใหญ่บ้านกับชาวบ้านจำนวนมาก ไมค์กับลำโพงเสียตั้งแต่ 8 โมง เปิ้ลแต่งตัวเป็นไก่งวงแต่ร้องเพลง “งิ้ว” ที่ทุกคนรู้ว่าเป็นเพลงลูกทุ่ง
กระเทียมกับยายจันทร์ออกมาฉิ่งกะละมังดังกึกก้อง ด้านหลังใจดีเดินแจกหมูปิ้งตามข่าวลือว่ากรรมการจะมาตรวจรสชาติ กรรมการจริงงงสุดขีด ไม่รู้ตัดสินอะไรดี
ระหว่างตัดสิน ใจดีปรี่เข้ามากระซิบสมปอง “เอาจริง ๆ เขาไม่ได้เป็นกรรมการปลอม เขามาฟังเรื่องร้องงิ้วจริง ๆ นะ”
สมปองหน้าซีด แต่ยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “อะแฮ่ม…ทุกท่านครับ เชิญชิมหมูปิ้งก่อนแล้วกัน…”
ขณะที่ความวุ่นวายบานปลาย ทุกทีมออกมาเต้นขบวนงิ้วลูกทุ่ง กระเทียมออกสเต็ปผิดจังหวะ ยงยุทธจับเป็ดวิ่งวนเวที เปิ้ลเผลอร้องชื่อแฟนเก่าออกไมค์ แก้วประชดร้องเพลงผิดคีย์ ยายจันทร์ตีกะละมังฉิ่งปลิวตกพื้น
ผู้ใหญ่บ้านเดินขึ้นเวทีน้ำเสียงนิ่ง “ปีหน้าช่วยอธิบายกติกาแต่แรกด้วยนะสมปอง”
สมปองหลับตา “ครับ…แต่ขอให้ปีนี้…เราผ่านไปพร้อมเสียงหัวเราะ”
เวทีจบด้วยเสียงขำกลิ้ง ยงยุทธส่งไมค์ให้สมปอง สมปองยิ้มจืด “ขอบคุณชาวสายเหงา ขอบคุณกรรมการ (จริง ๆ ) ขอบคุณหมูปิ้ง…ใครจะเอากลับบ้านบ้าง ยกมือ!” เสียงฮาครืน
ใจดีโบกมือให้กล้องมือถือเพื่อนบ้าน ทุกคนหัวเราะปิดท้ายแบบไร้พิธีการ สมปองหันไปซุบซิบเบา ๆ กับยงยุทธ “ปีหน้าฉันขอจัดประกวดหมูปิ้งอย่างเดียวละมั้ง…” ยงยุทธพยักหน้าช้า ๆ “ขอแค่ไม่มีงิ้วผสมหมูปิ้งอีกก็พอ”
เสียงหัวเราะยังคงต่อเนื่อง ทิ้งท้ายด้วยกลุ่มเด็กน้อยในหมู่บ้านแกล้งเสียงตีฉิ่ง ก้องกังวานสมกับชื่อ หมู่บ้านสายเหงา…ที่ไม่มีวันเหงาจริง ๆ