เมื่อความฝันสวนทางกลางสายฝน
เสียงฝนพรำเบา ๆ เคล้ากับกลิ่นเปียกชื้นยามเช้าในเมืองเล็ก ๆ วันเปิดเทอมใหม่ พีทนั่งเหม่อละเลียดกาแฟที่ม้านั่งในโรงอาหาร ใจหนึ่งวุ่นวายกับความฝันที่ยังเอื้อมไม่ถึง ใจหนึ่งว่างเปล่า ราเชลเดินเข้ามาเงียบ ๆ พร้อมกระเป๋าผ้าสีขาวเลอะหยดฝุ่น “ขอนั่งด้วยได้ไหม” เธอถามเสียงเบา สายตาเลี่ยงหลบ “อืม…นั่งสิ” พีทตอบโดยไม่มองหน้า ราเชลลงนั่ง หยิบหนังสือออกมา พลิกไปมาก่อนจะปิดลง “ปีนี้นายจะสมัครละครเวทีอีกไหม?” เธอถามเพื่อทำลายความเงียบ พีทยักไหล่ หน้าเจื่อน ๆ “ไม่รู้…แม่ฉันอยากให้ติวเข้าคณะแพทย์” ความเงียบกลับเข้ามาอีกคราวนี้ผ่านสายฝนพรำ ราเชลเพียงแค่ยิ้มน้อย ๆ แล้วก้มอ่านหนังสือโดยไม่ซักไซ้อะไรอีก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!หลังเลิกเรียน ฝนยังไม่หยุด พีทเดินออกจากห้องสมุด เห็นราเชลยืนใต้กันสาด มือกำโทรศัพท์ไว้แน่น ใบหน้าครุ่นคิด “กลับบ้านยังไง ฝนแรงจัง” พีททัก เธอยิ้มบาง “รอให้ซากฝนหยุด…รถเมล์สุดสายไม่วิ่งถนนเปียก” เขาฝันอยากถามต่อแต่กลับเงียบไว้ คำพูดโดนกลืนในจังหวะสายฝน
พีทตัดสินใจยื่นร่มสีเทาให้ราเชล “บ้านเธอไกลนี่ เอานี่ไปเถอะ ของฉันเดินใกล้ ๆ เอง” เธอดูเหมือนไม่อยากรับแต่ก็พยักหน้า “ขอบใจนะ”
ฤดูฝนดำเนินต่อ พีทยังคงติวหนักกว่าเดิมตามคำขอของแม่ ใจชอบละครเวทีแต่ความจริงบังคับให้นั่งท่องชีววิทยา ราเชลในห้องเรียนศิลปะ เธอลากสีน้ำตาลไหลบนผืนผ้าใบ “นายเคยคิดอยากหนีไปอยู่ที่ไหนไกล ๆ ไหม” เธอถามในเย็นวันหนึ่งขณะฝนตกอีกรอบ พีทหันมาสบตา “อยู่ที่ไหนก็เหมือนกันทั้งนั้น ถ้าไม่ได้ทำสิ่งที่รัก”
วันสอบกลางภาค พีทนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ฝนตกอีกแล้ว ราเชลนั่งถัดไป ฟังเสียงหยาดน้ำดังแผ่วในใจ “สอบเสร็จไปดูละครเวทีของน้อง ๆ กันไหม” เธอชวน พีทกลอกตา “ฉันไม่ได้เล่นมานานแล้ว น้องอาจจำฉันไม่ได้ด้วยซ้ำ” ราเชลหัวเราะเบา ๆ “แค่ไปดูก็พอแล้ว” ทั้งคู่จบด้วยรอยยิ้มจาง ๆ —ไม่มีใครรู้จะพูดอะไรต่อ
ละครเวทีจบลง ฝนซา ท้องฟ้าเปิดใหม่ พีทกับราเชลเดินเคียงกันกลับบ้าน ราเชลจับแขนเสื้อพลิ้วไปมา “นายเคยคิดว่าถ้าไม่ตามฝันของตัวเองไป…จะเป็นยังไง” พีทอึกอัก หลบตา “ก็คงแค่…โตมาเป็นคนธรรมดา” ราเชลยิ้มเศร้า ๆ เธอไม่พูดต่อ เหมือนคำถามยังลอยค้างกลางสายลมฝน
พีทช่วยราเชลแบกผืนผ้าใบกลับบ้าน คำถามวนเวียนในหัวเขาตลอดทาง ท้องฟ้าผ่ากับฝนไม่หยุด ราเชลเปิดประตูรั้วบ้าน พลิกกลับมาหาพีท “ขอบใจที่เดินมาส่ง” พีทพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่กล้า เธอยิ้มบางก่อนเดินหายไปในบ้าน
เวลาเคลื่อนผ่านไป เดือนฝนยังไม่จาง พีทไม่มีเวลาให้ละครเวทีอีก ราเชลเริ่มห่างหาย เธอใช้เวลาอยู่กับงานศิลป์มากขึ้น วันหนึ่งเธอหายไปจากห้องเรียน “ราเชลไปไหน” เพื่อนในกลุ่มซุบซิบ “บ้านเขามีปัญหา พ่อใจร้อนโวยวายทุกวัน”
เมื่อราเชลกลับมา เธอดูเหนื่อยและเศร้า พีทลังเลจะเข้าไปคุย ในที่สุดก็แค่ท้วงถาม “เธอโอเคมั้ย” ราเชลมองตาเขา แววตาเหมือนจะร้องไห้แต่กลั้นไว้ “โอเคดี…ขอบใจ” เธอหันหลังเดินหนีไป
เย็นนั้นราเชลมานั่งที่ม้านั่งโรงอาหารอีกครั้ง คราวนี้เป็นเธอที่ยื่นขวดน้ำส้มให้อย่างเงียบ ๆ พีทรับมาโดยไม่พูดอะไร ราเชลองดูเขาสักพัก “นายไม่ต้องเป็นฮีโร่ให้กับทุกคนก็ได้” พีทนิ่งไป “ฉันแค่ไม่อยากให้ใครเศร้า” ราเชลพยักหน้า หยิบพู่กันในมือขึ้นมา วาดรูปบนกระดาษทิ้งระบายความอัดอั้น
ผ่านไปอีกหลายสัปดาห์ พีทเริ่มหงุดหงิดง่ายขึ้น บางวันเขาคิดถึงราเชลแต่ไม่กล้าชวนคุย เหลือแค่การทักทายประจำวัน ราเชลเองก็เครียดเรื่องบ้าน เธอพูดน้อยลง สายตาโดนเมฆฝนบังตลอดเวลา
คืนหนึ่งฝนตกหนัก พีทได้รับข่าวว่าราเชลต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะเป็นลมจากความเครียด เขารีบวิ่งฝ่าสายฝนไปหาเธอที่โรงพยาบาล ราเชลนอนหลับตาอยู่บนเตียงขาว พีทนั่งลงข้าง ๆ มือสั่น เขายกมือจะจับแต่ลังเล กลัวขอบเขตจะถูกละเมิด เขาเพียงแค่เฝ้ามองเธอนิ่ง ๆ
รุ่งเช้าราเชลตื่นขึ้นมาเห็นพีทหัวฟุบอยู่ข้างเตียง เธอขยับปลายนิ้วสัมผัสมือเขาเบา ๆ พีทสะดุ้ง เงยหน้ามายิ้มเขิน ๆ “รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วง” เขาพูดแผ่ว ๆ ราเชลไม่ตอบ เธอแค่จ้องเขานิ่ง ๆ “นายไม่ต้องเหมือนคนอื่นก็ได้นะ” เธอพูดในที่สุด “ฉันอยากให้นายได้เล่นละครเวทีอีก”
อากาศหลังฝนสดชื่น ราเชลออกจากโรงพยาบาลแต่การบ้านและความกดดันจากบ้านยังตามหลอกหลอน เธอเริ่มหลีกหนีพีทมากขึ้น พีทเจ็บแต่ไม่รู้จะพูดยังไง สองคนเหมือนจะไกลกันออกไปเรื่อย ๆ
ใกล้วันรับประกาศนียบัตร ราเชลตัดสินใจส่งรูปวาดเข้าประกวดระดับจังหวัด แต่พ่อของเธอไม่เห็นดีด้วย ราเชลเสียใจจนร้องไห้ พีทได้รับข้อความ “ถ้านายเป็นฉัน…จะทำยังไง” เขาพิมพ์ตอบไปว่า “สู้เพื่อฝันของตัวเองเถอะ” เธอพยักหน้าแม้รู้ว่าฝันต้องแลกกับบางอย่าง
วันประกวดผลงาน พีทปรากฏตัวในห้องโถง ราเชลดีใจที่เห็นหน้าเขา เธอกลั้นน้ำตาไม่อยู่ “นายมาเพื่อฉันหรือเปล่า” พีทเงียบ ริมฝีปากสั่น เขาตอบเบา ๆ “ฉันมา เพราะฉันอยากเห็นเธอทำสำเร็จ”
วันเดียวกันนั้น พีทต้องตัดสินใจเล่นละครเวทีรอบสุดท้ายหลังจากห่างหายไปนาน ราเชลส่งข้อความมา “ถ้าใจหายก็ให้คิดถึงฉันบนเวที”
ละครเวทีเริ่มขึ้น พีทขึ้นเวทีเสียงสั่น แต่ละประโยคคือการปลดปล่อยพันธนาการในใจ เมื่อแสดงจบ พีทเดินลงเวที คนดูปรบมือ ราเชลยิ้มให้ทั้งน้ำตา
แต่เส้นทางความฝันก็พาให้ไกลกันออกไปอีก ราเชลสอบติดคณะศิลปะที่ต่างจังหวัด พีทสอบติดแพทย์ตามหวังของแม่ สองคนบอกลาในวันที่ฝนตกอีกครั้ง “เราอาจไม่ได้เจอกันบ่อยเท่าเดิม” ราเชลพูด พลางมองหยาดฝน พีทกำมือแน่น หัวใจปวดร้าว “ถ้าเธอยังคิดถึงฉัน วันฝนตก…ก็ส่งรูปวาดมาให้ดูได้มั้ย”
ราเชลหัวเราะทั้งน้ำตา “ถ้านายนึกถึงฉัน…ก็ขึ้นเวทีสักที จะได้รู้ว่าเรายังโตไปด้วยกัน”
ฤดูฝนใหม่วนมา ทั้งคู่ห่างกันตามการเดินทางของความฝัน พีทเปิดโทรศัพท์ดูรูปวาดของราเชลในไลฟ์แกลอรี่ ละครเวทีปีแรกของมหาวิทยาลัยเริ่มซ้อม พีทยังอมยิ้มกับความกล้าที่ได้จากสายฝนวันนั้น ราเชลกระชับพู่กัน วาดลายเส้นใหม่บนชีวิตของเธอใต้ร่มฝน
แต่ทุกครั้งที่ฝนลงเม็ด สองหัวใจยังเชื่อมโยงด้วยสายใยบาง ๆ … แม้ความฝันจะพาแยกกัน แต่หัวใจยังแลกเปลี่ยนความหวังและรักที่เติบโตขึ้นมาตลอดเส้นทาง