ความรักต้องห้ามในเมืองใหญ่
แสงแดดสาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ของออฟฟิศสถาปนิกที่เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศของความฝัน ทุกสิ่งทุกอย่างดูสดใสและมีชีวิตชีวา แต่หัวใจของนันท์กลับเบาหวิวเหมือนปีกผีเสื้อ เธอครุ่นคิดถึงโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องนำเสนอในอีกไม่กี่วัน แต่กลับมองแค่นอกหน้าต่างไปที่ชีวิตผู้คนที่เต็มไปด้วยความหวังและความรัก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!วันนั้นเป็นวันธรรมดาในเมืองกรุงเทพฯ ที่ผู้คนเดินเร่ไปเรื่อยๆ เสียงคนพูดคุย เสียงรถยนต์ และกลิ่นอาหารจากร้านข้างทางอบอวลอยู่ในอากาศ นันท์ไม่เคยรู้ว่าวันนี้จะมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล เมื่อเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้เธอต้องรู้สึกตกใจ
“นันท์ สวัสดีครับ” เสียงที่เธอคุ้นเคยดังลอดออกมาเป็นเสียงชายหนุ่มที่โปร่งใสและมีเสน่ห์ เขาคือมิว นักเรียนทุนจากมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีอดีตมืดมน และเป็นคนที่เธอตกหลุมรักในตอนนั้น
“มิว! ไม่ได้เจอกันนานเลย” นันท์ตอบเสียงเบา ในขณะที่หัวใจเต้นรัว เธอรู้ดีว่าความรักของพวกเขานั้นเหมือนพลุไฟที่สวยงาม แต่ก็ใช้เวลาไม่นานก็จะมอดดับลง กลายเป็นความรักต้องห้าม
สองเดือนก่อนหน้านั้น มิวได้เข้ามาในชีวิตของนันท์ก่อนที่เขาจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อเธอตั้งสติได้ เธอจึงเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับเขา แต่เพียงแค่พบว่าครอบครัวของเขามีปัญหาทางการเงินและเขาต้องการทำงานเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว
“คุณจ้างผมไหม?” มิวถามออกมาอย่างรั้นในวันแรกที่พวกเขาพบกัน หลังจากการประชุมใหญ่ที่สำนักงาน ซึ่งนันท์รู้ดีว่าเขารู้สึกลำบากใจในการขอความช่วยเหลือ
ภายในใจนันท์เกิดขึ้นความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอยอมรับว่ามิวคือนักเรียนทุนที่มีความสามารถมาก เธอตัดสินใจที่จะให้โอกาสเขา” ถ้าคุณมีความสามารถ ดูเหมือนว่าเราคงได้เจอกันอีกนะ” แล้วทั้งคู่ก็เริ่มทำงานร่วมกัน
ท่ามกลางการ working space ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ นันท์เริ่มรู้สึกใกล้ชิดกับมิว แม้ว่าเธอจะปกปิดความรู้สึกไว้ใต้การเป็นเพื่อนร่วมงาน แต่ความรักของพวกเขาก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
วันหนึ่ง ขณะที่เธอกับมิวอยู่ในออฟฟิศดึกเกินไป มีเสียงโทรศัพท์ที่ส่งเสียงดังขึ้นยิ่งทำให้บรรยากาศเงียบเหงาเช่นนี้ไม่ทำให้นันท์รู้สึกกลัว มีแต่ความสนุกที่มีมิวอยู่เคียงข้าง
“มิว คุณชอบงานนี้ไหม?” เวลาผ่านไป เธอเริ่มถามโดยไม่ทันรู้ตัว
“ผมชอบทุกอย่างที่ลงมือทำ แต่คงไม่มีวันที่จะเป็นเจ้าของ” มิวตอบกลับเสียงขลุกขลิก
แสงไฟนีออนส่องสะท้อนบนใบหน้าของเขา ขณะที่นันท์ไม่สามารถข่มความรู้สึกให้หลุดจากการมีเขาอยู่ในชีวิตได้อีกต่อไป
ความรักของพวกเขาเจ็บปวดในใจเสมอเมื่อด้วยความแตกต่างทางชนชั้นและฐานะการเงิน พ่อแม่ของมิวไม่เห็นด้วยกับความรักของทั้งคู่ เขาบีบคั้นให้เขาเลือกว่าจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเคยหรือที่จะเสี่ยงทิ้งชีวิตและโชคชะตาเพื่อความรัก
“ฉันไม่สามารถทิ้งชีวิตนี้ได้ไม่ใช่เหรอ” นันท์มีน้ำเสียงสั่น เธอรู้ว่าเธอไม่สามารถเปลี่ยนชีวิตของมิวได้
ตอนที่ผ่านมาทำให้เธอนึกถึงความเสียสละ และสิ่งที่เกิดขึ้นที่ทำให้เธอต้องแปลกแยกจากความรัก ชีวิตครอบครัวของเธอถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมบูรณ์ หนึ่งในพ่อของเธอได้ตัดสินใจแยกทางกับแม่ที่เป็นสถาปนิกเช่นเดียวกัน
เวลาผ่านไป เมื่อนางเอกต้องตัดสินใจระหว่างรักกับการยอมรับทางสังคม เธอวางแผนที่จะเลิกกับมิวอย่างช่วยไม่ได้ในงานเลี้ยง เพื่อรักษาชีวิตที่สร้างขึ้นมา
“มิว ฉันต้องเก็บไว้เรื่องนี้” น้ำตาไหลออกมา นันท์รู้ว่าเขาสามารถไปถึงฝัน แต่เธอเป็นเพียงก้อนหินที่ขวางทางเขา
“ฉันจะรออยู่ที่นี่ไม่หายไปไหน” มิวกอดนันท์ด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่นแม้ว่าเขาจะต่อสู้ความกดดันจากที่บ้าน
กาลเวลาที่รอมานาน ผู้คนเคาะประตูแห่งโชคชะตา เส้นทางของทั้งสองแยกออก นันท์ไต่เต้าสู่หนทางชีวิตที่เป็นอิสระ ในขณะที่ชีวิตของมิวก็กำลังสร้างเนื้อสร้างตัวอยู่ที่อื่น
เหตุการณ์ผ่านไปจนมิวกลับเข้ามาในเมืองใหญ่ตามเส้นทางของชีวิตใหม่ที่โดดเด่น โดยมีนันท์เป็นที่ปรึกษาที่ช่วยหนุนส่ง
แต่ความรักที่พวกเขาเคยมีคับแคบเกินไป การเรียนรู้ว่าบางครั้งความรักอาจทำร้ายชีวิตมากกว่าที่จะทำให้ดีขึ้น ทำให้ที่สุดแล้วนันท์เลือกที่จะยุติความรักนี้ไว้เป็นความทรงจำ
คืนสุดท้ายก่อนที่มิวจะต้องออกจากเมืองเพื่อทำงานที่มีอนาคตท่ามกลางดวงดาวที่เต็มไปด้วยแสงสี
“จะมีวันไหน ที่เราจะพบกันอีกไหม?” นันท์ถามด้วยเสียงจักรพรรดิในใจ
“ยังมีเวลาเสมอ” มิวยิ้มให้กับเธอ รอยยิ้มที่เก็บซ่อนไว้ภายในซึ่งจะมีแค่เธอเท่านั้นที่เห็น
เมื่อนันท์กลับเข้ามาในชีวิตของตนอีกครั้ง และวันหนึ่งอาจเปลี่ยนไปอย่างยังไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ แม้เธอจะต้องลืมอดีต ฝันไว้เสมอว่าเหตุการณ์อาจเกิดใหม่หรือไม่ก็ตาม