มหกรรมป่วนรับน้องมหาลัยเวอร์วังอลหม่าน
เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือที่วางอยู่บนพื้นส่งเสียงดังลั่นหอพัก รินทร์ สาวน้อยผู้จัดการความมั่นใจแต่ขี้แพนิคกระโดดผลุงจากเตียงทันที “ตายแล้ว! วันนี้ต้องไปถ่ายรูปรับน้องตอนเจ็ดโมง!” เธอหอบร่างเอาตัวเองไปล้างหน้าพลางโทรหาเพื่อนซี้ “ต้น! ตื่นรึยัง—”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ต้น เด็กหนุ่มเสียงทุ้มแต่อ่อนโยนแถมขี้เกรงใจที่สุดในฝั่งมนุษย์ ตะโกนกลับจากสาย “ยังไม่ตื่น—เดี๋ยว… เอ๊ะ ลืมไปว่าวันนี้เราต้องนัดคุยกับพี่แกนด้วยปะ?”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อน “บรีส” เด็กปีหนึ่งผู้ธรรมะธรรมโมและเชื่อเรื่องมงคลจะแจกพวงด้ายแดง “ใครก็ได้ ผูกไว้เถอะ เช้านี้ดูดาวเคราะห์เรียงตัวไม่ดี” ทุกคนมองหน้ากันแบบงง ๆ แต่ก็ไม่มีใครกล้าปฏิเสธเพราะบรีสขึ้นชื่อเรื่องดื้อเงียบ
ในห้องรับแขกกลุ่มเพื่อนสี่คนรวมตัวครบวง แพรว เด็กสาวพูดเก่งคิดเร็วแต่ปากไว ซัดข้าวเหนียวหมูปิ้งคำสุดท้ายแล้ววางแผนในหัว “คือ… พี่แกนชมรมแคนเซิลงานรับน้องวันนี้หมดเลยเว่ย เพราะพวกพี่ ๆ ต้องไปสอบ พวกเราต้องรับทราบภารกิจเป็นหัวหน้ารับน้องแทนแบบด่วน ๆ”
“ห๊ะ? ใครคิดว่าเราพร้อมวะ” รินทร์กระซิบเสียงสั่น
ต้นขานอย่างมองโลกในแง่ดี “อย่างน้อยเราเคยดูคลิปรับน้องในยูทูบมาหลายคลิป ยากอะไร”
บรีสว่าตามนิสัย “แต่ต้องเริ่มด้วยการไหว้พระนะ ถึงจะรุ่ง”
แพรวปาดหน้า “มึงอย่าพูดเรื่องพระมาก เดี๋ยวน้อง ๆ หาว่าเราเล่นของ!” ทุกคนกลั้นขำกับลุคแบบเด็กเนิร์ดจัดงานรับน้องครั้งแรกแบบมือไม้อ่อน
ฉากแรกผ่านไปได้แบบหมิ่นเหม่ รินทร์ถือโฟลเดอร์รายการกิจกรรมแบบมือใหม่สุด ๆ “อ่านแล้วก็ยังงง—กิจกรรมใบ้คำ เอ๊ะ… ใบ้คำ ‘ในตำนาน’ คืออะไร?”
แพรวตอบเร็วเกินเพื่อน “เขาว่าต้องคล้ายใบ้คำราชาแต่อาจจะเป็นแนวย้อนยุค เราก็เนียนเอามานิดหน่อย ๆ” ต้นขัดจังหวะ “เนียนยังไง คือเราก็ไม่รู้ว่าต้องทำเหมือนกันไหม”
รินทร์เวียนหัว “โอ๊ย งั้น improvise เอาก็แล้วกัน ยังไงก็เวิร์กแน่ ๆ!”
ทันทีที่ถึงเวลาเปิดกิจกรรมในลานหน้าอาคาร ทุกคณะเริ่มเรียงแถว เสียงฮือฮาเกิดขึ้นเมื่อทุกคนเห็นกลุ่มรินทร์แต่งตัวคล้ายจะไปเดินขบวนแฟนซี ทั้งที่แค่ไม่มีชุดแล้วหยิบอะไรมามั่ว
บรีสเดินนำแจกด้ายแดงให้รุ่นน้องแบบมั่นหน้า “สำหรับโชคลาภนะครับ ใส่ไว้เถอะ ปีนี้กราฟชีวิตดีขึ้นแน่นอน” จนรุ่นน้องยืนงงไม่กล้าปฏิเสธ กลายเป็นตำนานสายมูประจำรุ่นทันที
รินทร์พยายามโปรยคำพูดแบบพี่ใหญ่ “โอเค เดี๋ยวพี่จัดให้ นี่เลย กิจกรรมใบ้คำในตำนาน จะดึงพรสวรรค์ทุกคนมาปลุก!”
เสียงจากรุ่นน้องหนึ่งร้อง “ในตำนานอะไรครับ? ต้องพูดไทยคำ อังกฤษคำหรือเปล่าครับพี่?”
แพรวกลืนน้ำลาย “ไม่… เอ่อ คือพูด… ในใจ… หรือเปล่า ฮ่า ๆ ล้อเล่น ๆ ทุกคนเตรียมใบ้เป็นละครเวทีเลย!” ทุกคนแยกย้ายแบบสับสน
ขณะเริ่มกิจกรรมจริง รินทร์หยิบป้ายคำออกจากถุงผิดใบ ป้ายกลายเป็นคำแปลก ๆ อย่าง “ก๋วยเตี๋ยวซุกซน” กับ “โซฟาหมาหอบ” แทนคำทายธรรมดา ต้นเลยเสนอ “เอางี้ เราเปลี่ยนเป็นกิจกรรมจัดของแฟนซี ใช้ป้ายที่อ่านไม่ออกเป็นตัวดำเนินเรื่อง!”
แพรวเบิกตากว้าง “เออ… มันดูสร้างสรรค์ดีนะ แต่กลิ่นมันแปลก ๆ ยังไงไม่รู้”
บรีสว่าต่อ “ดีกว่าโยงวิญญาณมาด้วยนะ” ทุกคนเงียบกริบ 4 วิ ก่อนฮากันลั่น ยิ่งเพี้ยนยิ่งเนียน
แต่ละกลุ่มเริ่มคิดเองเออเองจนกิจกรรมกลายเป็นขบวนการแสดงละครเวทีหวาดเสียวขึ้นมาแบบไม่ได้ตั้งใจ บางกลุ่มเอาก๋วยเตี๋ยวซุกซนไปแสดงเป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวไฟฟ้าช็อต บางกลุ่มแปลงป้ายโซฟาหมาหอบกลายเป็นการแข่งตัวสะอาดที่สุดในคณะ!
เสียงฮา ดราม่า และความสับสนกระจายเต็มลาน เมื่อมีรุ่นน้องรายหนึ่งเถียงกับเพื่อน “เฮ้ย นี่มันใบ้คำแข่งหรือใบ้คำแกล้งพี่วะ?”
กิจกรรมจวนเจียนจะวุ่นแตกเมื่อพักเบรก รุ่นพี่แท้ ๆ โผล่มา “กิจกรรมเป็นไงบ้าง?” รินทร์รีบตอบ “เรียบร้อยดีค่ะ!” แพรวมองรินทร์เหมือนอยากสะกิดว่าปิดบังแหกโค้งเกินไปไหม
บรีสช่วยพูดเสริม “น้อง ๆ ยังอยู่กันครบดีครับ พระคุ้มครอง!” ต้นพ่อตลกขยับ “หรือยังดีเพราะด้ายแดงก่อนเข้าลาน!”
พี่ปีสามหน้าเหวอไป 1 วิ แต่ยิ้มแล้วจากไป ทุกคนถอนใจ แต่ก็ยังตึง ๆ เพราะกลัวว่าเรื่องจะถึงหูอาจารย์
พองานจะไคลแมกซ์ รินทร์พบว่ารายการกิจกรรมหลังเที่ยงคือ “ธิดารับน้องแฟนตาซี” แต่ไม่มีการเตรียมตัวไว้แม้แต่นิดเดียว ต้นเสนอ “เราขออาสาเป็นพิธีกรเอง เรื่องพูดเล่นถนัด!” ทุกคนพยักหน้าอย่างกลัว ๆ กล้า ๆ
กิจกรรมธิดาแฟนตาซีเริ่มต้นแบบฝันร้าย แต่เต็มไปด้วยเสียงฮา เริ่มต้นจากน้องปีหนึ่งที่ถูกเทรนกันมั่วๆ ใครก็ได้กลายเป็นธิดา ต้นประกาศ “ธิดาปีนี้คือ… คนที่กล้าแต่งตัวประหลาดที่สุด!”
แพรวที่น่าจะสวยสุดแต่แต่งตัวคล้ายเศรษฐีนีอินเดียพลัดถิ่นใส่สร้อยด้ายแดง ยืนประกบน้อง ๆ มั่วเป็นแฟนตาซีไปหมด บรีสยืนแจกพรให้ทุกคนกลับบ้านอย่างปลอดภัย
เมื่อกิจกรรมใกล้จบเสียที พี่ปีสามที่กลับมาดูอีกรอบเริ่มจับผิด “เฮ้ย ทำไมชุดกับกิจกรรมมัน… ดูอินดี้แปลก ๆ วะ?”
รินทร์สารภาพ “คือจริง ๆ รายการมันผิดตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ เราไม่ได้ตั้งใจจะมั่วขนาดนี้ หวังว่าพี่จะไม่โกรธ”
พี่ปีสามมองหน้าทุกคนหัวเราะ “พี่ว่าคงไม่มีใครกล้าจัดอินดี้ขนาดนี้อีกแล้ว… เอาเป็นว่า ปีหน้าระวังให้มากกว่านี้นะ นี่ถือว่าเป็นประสบการณ์รับน้องที่พีคสุดตั้งแต่พี่ยังอยู่!”
กลุ่มเพื่อนถอนลมหายใจโล่ง แพรวถามเบา ๆ “สุดท้าย เราทำอะไรลงไปบ้างเนี่ย?” ต้นหัวเราะ “อย่างน้อยไม่โดนเฉดหัวจากมหาลัยนะเว้ย!”
บรีสแจกด้ายแดงเส้นสุดท้าย “ท่านใดจะนำกลับไปผูกแบงค์รอสอ.” ทุกคนหันไปหัวเราะ รินทร์เข้ามาตบบ่าทุกคน “เอาวะ เพื่อนจริงวัดกันที่วันพัง ๆ แบบนี้แหละ”
ท่ามกลางเสียงหัวเราะอ่อนแรง กลุ่มเพื่อนนั่งรวมกันใต้ต้นไม้ ตอนเย็นแดดรำไร แพรวสรุป “เราหัดผิด หัดพัง หัดพาเพื่อนซวย แต่เราก็ได้ความทรงจำใหม่ที่ไม่มีทางลืมแน่ ๆ”
เสียงหัวเราะจบลงพร้อมความรู้สึกเบาสบาย ทุกคนยิ้มกว้าง รู้ดีว่ามิตรภาพใหม่ที่เพิ่งก่อเกิดในวันวุ่น ๆ นี้จะอยู่กับพวกเขาตลอดไป