ชมรม…รับจ้างช่วยเพื่อน (แต่ขอให้ไม่พังนะ)
เสียงกริ่งเปิดเทอมวันแรกในเทอมสอง โรงเรียนมัธยมซอยจันทร์แสนสุขบรรยากาศอึกทึกเหมือนห้องคาราโอเกะใหญ่อาจารย์ใหญ่เดินผ่านหน้าแล้วยังต้องกลั้นขำเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนซี้สามคนประสานเสียงเถียงกันไม่หยุดที่มุมน้ำดื่มประจำโรงอาหาร
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ต้น นายแน่ใจว่าจะตั้งชมรมช่วยเพื่อนจริง ๆ เหรอ ฉันหมายถึง…ใครเขาจะอยากให้แกช่วย” มนัสเพื่อนผิวขาวเงียบ ๆ พูดพร้อมเกาหัวแบบไม่อยากเชื่อ
“เฮ้ย! ชั้นบอกแล้ว ชมรมนี้แหละจะดังสุดในโรงเรียน! ใครมีปัญหาอะไร เงินเท่าไหร่…เอ้ย! ช่วยฟรีก็ได้ แค่เพื่อนๆ ต้องรู้จักชื่อพวกเรา” ต้นยิ้มกว้างแบบมั่นใจจนฟันขาวตัดกับหน้าตาคนพูด
“อย่าลืมว่าตั้งแต่ป.6 นายเคยช่วยใครแล้วเขาส่งการบ้านทันไหม?” เท็นเป็นคนที่พูดน้อยสุดในกลุ่ม หน้านิ่งแต่เสียงติดง่วงนอน เสริมขึ้นมาเบา ๆ จากตรงมุมโต๊ะ
“คราวนี้ไม่เหมือนเดิม! ตั้งกฎ ‘ห้ามช่วยเกินขอบเขต’ ยังไงก็ต้องเวิร์ค!” ต้นตอบเสียงแข็งแบบที่ไม่มีใครเชื่อได้ แต่มนัสก็ไม่อยากขัดความฝันเพื่อน เลยพยักหน้าตัดบท
เท็นขยับกายช้า ๆ ก้มหน้าเล่นมือถือ “แต่ฉันว่านายควรช่วยตัวเองก่อน มาสายก็เพราะแปรงฟันนานไปเปล่า?”
“อืม…โอเค งั้นเริ่มรับเคสแรกเลย!” ต้นไม่ฟังคำเตือนใด ๆ ลุกพรวดประกาศกร้าว ขณะเดียวกัน ฟิวส์ เด็กปีเดียวกันแต่แต่งตัวเนี้ยบเข้ามาอย่างเร่งรีบ “เพื่อน ๆ! ช่วยด้วย! ฉัน…ฉันต้องส่งจดหมายรักให้เฟื่อง ห้อง 3/6 ถ้าเธอไม่รู้ ใจฉันจะหล่นบาทเดียว”
ต้นแย่งซองจดหมายทันที “แค่เนี้ย เดี๋ยวจัดเอง รุ่นนี้จบมาเป็นที่ไว้วางใจ” ทั้งสามเดินลากฟิวส์ไปด้านหลังโรงเรียนเพื่อปฏิบัติการแรกอย่างมั่นใจ
ต้นเดินนำโดดเด่น มนัสแอบเหล่มองจดหมายด้วยความสงสัย “นี่ นายเขียนว่าไงอะ จะให้เราอ่านก่อนมั้ย”
ฟิวส์รีบปัด “อย่า! ความลับของคนรัก เข้าใจไหม!”
เท็นตีหน้าตาย “แล้วถ้าให้ผิดคนล่ะ เชื่อพวกเราดีแน่เหรอ?”
“นายสองคนคิดมากไป” ต้นหัวเราะ “ง่ายจะตาย! ก็แค่เดินไป ส่งให้เฟื่องด้วยรอยยิ้มละมุน”
ต้นพุ่งเข้าหาห้อง 3/6 แล้วหยิบจดหมายนั้นกระซิบถามเพื่อนในห้อง “เฟื่องอยู่ไหน?” เด็กผมสั้นแว่นกลมเงยหน้า “เฟื่องอ๋อ…เมื่อกี้ไปห้องน้ำ นี่นั่งโน่นตรงหน้าต่าง”
ต้นถือจดหมาย ตื่นเต้นมากจนเดินไปหาผู้หญิงคนผิด “นี่…ชื่อเฟื่องใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ!” ผู้หญิงพูดยิ้มสดใส ทำให้นายต้นยื่นจดหมายทันที
“ช่วยหยิบจดหมายให้เฟื่องที่อยู่ตรงนั้นหน่อย! ฉันเองต้องรีบไปเข้าแถว!” เขายัดจดหมายให้ ‘เฟื่อง’ คนแรกแล้วรีบเดินหนี ทิ้งให้แฟนคลับของเฟื่องตัวจริงงงเป็นไก่ตาแตกอยู่กลางห้อง
มนัสยืนมอง ตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ “แค่หาคนชื่อเฟื่องยังทำพังได้เลย…”
เท็นถอนหายใจ “ฉันบอกแล้ว อย่ารีบร้อน”
ผ่านไปไม่ถึง 10 นาที ห้อง 3/6 วุ่นวาย เสียงผู้หญิงสองคนเถียงกันว่า “นี่จดหมายรักของฉันไม่ใช่เหรอ? ได้มาหรือยัง?” ข่าวแพร่ไปทั้งตึกเรียนอย่างรวดเร็ว
ต้น ชะเง้อมองที่หน้าประตู ทุกอย่างกลายเป็นภารกิจทวงจดหมายอย่างลับ ๆ มนัสพยายามเดินเข้าไปถามสาวที่นั่งใกล้หน้าต่าง “ตกลงอันนี้จดหมายของเธอ หรือ…?”
แต่เฟื่องตัวจริงกำลังซ้อมเต้นกับเพื่อนอยู่ ไม่ได้ยินอะไรเลย ฝ่ายต้นเดินวนเวียนแถวประตูด้วยท่าทางกลัวโดนจับได้
เท็นทำเนียนถือสมุดวาดรูป ดีดปากเบา ๆ “ช่วยเพื่อนหรือทำลายสันติภาพนักเรียนกันแน่?”
ฟิวส์ตะโกนระบาย “พวกนายเอาจดหมายไปให้ใครกันแน่น่ะ!?”
แม้เรื่องเริ่มจะไปกันใหญ่ แต่ต้นยังไม่รู้สึกหน้าชาอะไร กลับคิดแผนต่อ “เดี๋ยว! ฉันจะเข้าไปคุยตรง ๆ กับเฟื่องเอง!” มนัสรีบลากไว้ “เดี๋ยวโว้ย นายยิ่งพูดตรงเรื่องจะยิ่งเละแน่!”
เท็นหาว ยกมือฟ้องครูที่เดินผ่าน “ครูครับ เขาจะเข้าไปในห้องโดยไม่มีเหตุผล!”
ครูสาวกึ่งตกใจ “จะไปทำอะไรลูก?”
ต้นรีบตอบติดตลก “ผม…จะไปเก็บฝุ่นครับ!”
ครูมองสามคนแปลกใจ “ฝุ่นตรงไหน? หรือจะให้ไปช่วยเก็บซากความลับของโรงเรียน?”
ต้นเหงื่อตก เท็นกระซิบเสียงเบา “ขอถอนตัวตอนนี้ได้ไหม?”
แต่ฟิวส์หน้าเคร่ง “แค่จดหมายเดียว ทำไมยุ่งยากขนาดนี้!”
“นายไม่รู้หรอกว่าโลกของคนมิสชั้นน์มันมีอะไรซับซ้อน” มนัสเสริม
ขณะที่ทั้งสามยืนมึนกับชะตาชีวิต เสียงเม้าท์จดหมายรักลุกลามกลายเป็นข่าวลือเฟื่องเป็นสาวสวยที่มีแฟนลับ มีจดหมายความลับ 2 ฉบับ!
ต้นหน้าซีดแล้วหัวเราะเจื่อน “กลายเป็นคนทำลายความสงบโรงเรียนแล้วมั้ง”
มนัสกลับโดนเพื่อนหญิงในห้องตะโกนใส่ “ไหนล่ะจดหมายนั้น เอามาแฉเลย!”
เท็นหยิบปากกาขึ้นมา หมายจะวาดสถานการณ์นี้เป็นการ์ตูน แต่ยังไม่รู้จะลงตอนจบยังไง
ทั้งสามคนเดินกลับห้องแบบหมดอาลัยตายอยาก โดนครูเรียกประชุมสาย “ทำไมไม่ตั้งชมรมแก้ปัญหาตัวเองก่อนล่ะ?”
แต่ความหวังยังไม่หมด ต้นเชิดหน้า “คิวต่อไปของชมรม จะต้องสำเร็จ!” ทั้งสองส่ายหน้า ไม่เหลือศรัทธา
บ่ายวันเดียวกันเพื่อนใหม่ชื่ออามา ชวนไปช่วยตามหมาในโรงเรียนที่หาย แต่ต้นมุ่งมั่นจะกู้ชื่อเสียง “นี่คือโอกาสพิสูจน์คุณค่า!”
เท็นถามเสียงเรียบ “แน่ใจนะว่าหมาอยู่ในโรงเรียน?”
“แค่สืบ ๆ ถามรปภ.หน่อยเอง เดี๋ยวก็เจอ!” ต้นตื่นเต้นจนลืมว่าเคยชมรมเคยพังเพราะความมั่นใจเกินตัวไปเมื่อเช้า
มนัสชวนคุย รปภ. แต่ต้นสวนทันทีว่า “ผมขอตามเรื่องหมาครับ ขอความร่วมมือทุกฝ่าย!”
รปภ.หันมายิ้ม “หมาโรงเรือนแปดนะลูก หายทุกเช้า แต่เย็นก็เดินกลับเอง”
เท็นหัวเราะในใจ “ภารกิจนี้ดูจบเร็วกว่าที่คิด”
แต่ต้นไม่ยอมแพ้ ตามหาหมาตั้งแต่บ่ายสองถึงบ่ายแก่ โผล่ไปยังทุกสนามกีฬา เจอแต่แมว กบ ตั๊กแตน
สุดท้ายเสียงประกาศจากลำโพงโรงเรียน “ขอให้เจ้าของหมาโรงเรือนแปด ไปรับหมาด่วนก่อนโดนปรับ!”
ทั้งสามคนรีบวิ่งไปเจอหมานอนแผ่หลาข้างซุ้มศาลา สดชื่นดี พร้อมยามที่ยืนหาว
ต้นโล่งใจ “เห็นมั้ย ฉันว่าแล้ว ยังไงก็ต้องเจอ!”
มนัสแซว “แล้วถ้าหาไม่เจอ นายจะตั้งชมรมช่วยหมาแทนเหรอ”
เท็นลูบหัวหมา “ถ้าช่วยหมาไม่สำเร็จนี่…ควรเปลี่ยนชื่อชมรมดีมั้ย?”
เสียงมือถือของฟิวส์ดังขึ้น “เฮ้ย! ด่วนเลย! ข่าวลือลามแล้วว่าพวกนายไปจีบเฟื่องกับหมาในวันเดียว!”
ต้นเบิกตากว้าง มนัสหลุดขำ เท็นเกือบจะหลับปากอยู่แล้ว “โธ่…ทำไมมันกลายเป็นงี้วะ”
ท้ายที่สุด หลังภารกิจทั้งสองจบด้วยความยุ่งเหยิง และชื่อเสียงชมรม ‘ช่วยเพื่อน’ จากคนที่ถูกช่วยสองคนซ้อน กลายเป็นเรื่องเม้าท์ใหญ่สุดในเทอมวันแรก
ฟิวส์ร้อง “ใครจะกล้ามาใช้บริการอีก!”
ต้นยังบอกว่า “ฉันรับประกันเลยว่า เคสหน้าจะเวิร์ค!” เท็นเหลือบมองม่านหน้าต่างปลิว “หรือจะตั้งใหม่ ‘ชมรมรับจ้างช่วยตัวเอง’”
สุดท้ายมนัสถอนใจ หัวเราะเบา ๆ “ไม่แน่ เคสต่อไปอาจเป็นเรื่องของสามคนนี้นี่แหละ ฮ่า ๆ”
ต้นหัวเราะตาม รู้สึกอุ่นใจขึ้นมา ท่ามกลางเสียงเม้าท์นักเรียนรอบข้าง “แต่จำไว้นะ ต้นจะไม่ถอย!”
เท็นย่นหน้าผาก “ก็ไม่เคยถอย…แต่แค่เปลี่ยนทิศทุกครั้ง”
เสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มของทั้งสามที่เดินเคียงข้างกัน แม้ชมรมจะไม่สำเร็จแต่มิตรภาพป่วน ๆ ก็ยังเหนียวแน่นเหมือนเดิม
ฟิวส์ตะโกนตามหลัง “ถ้ากล้า…วันหลังช่วยเอาจดหมายไปให้หมาด้วยนะ!”
เท็นตอบขำ ๆ “จะพึ่งหมาหรือจะฝากหัวใจดี?”
มนัสยืนหัวเราะเงียบ ๆ แต่แอบคิดในใจ ชีวิตมัธยม ถ้าไม่มีชมรมรับจ้างช่วยเพื่อนจะน่าเบื่อแบบนี้ไหมนะ
ต้นเสนอเป้าหมายใหม่ “เคสหน้าช่วยอาจารย์แม่บ้านมั้ย?”
เท็นบ่น “คิดดูก่อน เดี๋ยวช่วยผิด ก็อาจารย์โดนไล่ออกพอดี”
ทั้งสามเดินลับตาไปในแสงบ่ายของโรงเรียน ดวงอาทิตย์ทอแสงหัวเราะอ่อน ๆ กับความวุ่นวาย แต่ก็อบอุ่นของฝูงเพื่อนที่ไม่เคยพังแม้จะช่วยอะไรใครไม่ได้ซักอย่าง!