ชมรมป่วน ชวนฮา: ภารกิจช่วยชีวิตห้องหาย
“ผมว่าห้องชมรมเรามีกลิ่นเหม็นอะไรแปลก ๆ อะ” เสียงของเป๋า สมาชิกสุดมั่นใจแต่คิดมากในทุกเรื่อง ดังขึ้นเมื่อเขาเปิดประตูเข้าไปในห้องชมรมการ์ตูน โรงเรียนมัธยมผดุงกิจการศึกษา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เหม็น…? ไหนล่ะ ไหน กลิ่นการ์ตูนไง๊” เอิร์ธ ประธานชมรม พูดเสียงกร้าวอย่างเป็นทางการเกินความจำเป็น เขาจ้องโต๊ะยาวในห้องที่เต็มไปด้วยปลอกปากกา สติกเกอร์หน้าแปลก ๆ และหนังสือการ์ตูนปึกสูง
“ครูฝ่ายปกครองเดินวนหน้าโรงเรียนมาสี่รอบแล้วนะ” หน่อไม้ เพื่อนสมาชิกผอมแห้งขี้กลัว สะกิดเสื้อเพื่อน หวั่นไหวจนสั่น
เป๋าเอานิ้วชี้จ่อจมูกตัวเอง แล้วขมวดคิ้ว “ต้องมีกลิ่นอะไรผิดปกตินะ หรือว่า…มันจะเป็นกลิ่นกาว…แต่เราก็ไม่ได้ทำโมเดลนี่นา”
ไฟฟ้าแสงสลัวส่องเข้ามา เอิร์ธหยิบแฟ้มขึ้น “ลืมไปเลย วันนี้ต้องส่งแฟ้มรายงานประจำเดือนแล้ว เฮ้ย! ใครเอาแฟ้มไปใส่ภาพวาดลับ ๆ ไว้เนี่ย”
จังหวะที่เป๋าพูดอะไรอย่างหนักแน่น ประตูห้องก็เปิดออก เผยให้เห็นครูจารุณี ฝ่ายปกครองสุดขึงขังเข้ามา “ชมรมนี้…ซ่อนอะไรอยู่!”
ทุกคนชะงัก เอิร์ธดันเป๋าไปข้างหน้าอย่างไม่รู้ตัว “คือ พวกเรากำลังวาดโปรเจกต์การ์ตูนโลกอนาคต…แต่ เรายังไม่ได้แจกจ่ายอะไรแปลกปลอมเลยครับ!”
ครูจารุณียิ้มมุมปาก หยิบของที่ตกอยู่ที่พื้น คือกล่องปริศนาขนาดเล็กที่เป๋าเพิ่งซุกไว้มุมห้องเมื่อกี้ “กล่องนี้…คืออะไร”
“กล่องความลับของชมรมการ์ตูนฮะ!” หน่อไม้โพล่งขึ้นมาก่อนเพื่อน พยายามยิ้มประจบประแจง มือไม้เก้ ๆ กัง ๆ
เสียงวุ่นวายลั่นออกไปนอกห้องจนกลุ่มนักเรียนหน้าห้องตื่นเต้นแอบฟัง “พวกนายซ่อนอะไรไว้! หรือว่าสิ่งประดิษฐ์?” เสียงจากอาร์ม ประธานชมรมวิทยาศาสตร์คู่แข่งเดินเข้าใกล้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เป๋าหน้าร้อนวาบ เขายื่นหน้ากล่องให้ครู “มันก็แค่…ชุดเครื่องเขียนสำรองครับ”
ครูจารุณีถือกล่องแล้วมองลึกเข้าไป “ห้องสมุดแจ้งว่าพบวัตถุประหลาดคล้ายระเบิดกล่องในห้องนี้ ใครจะอธิบาย?”
เอิร์ธชะงัก “อ้าว! อันนั้นกล่องดนตรีผมเองครับ เวลาวาดการ์ตูนต้องฟังเพลงเบา ๆ เป็นแรงบันดาลใจ”
หน่อไม้เสริม “แล้วทำไมมันมีสายไฟกับอะไหล่แบบนั้นล่ะ?”
เป๋าตอบอย่างมั่นใจแต่พลาด “เผื่อวันไหนแบตมือถือหมด จะได้แปลงเป็นพาวเวอร์แบงค์!”
ทันใดนั้นเสียงประกาศประจำโรงเรียนแทรกขึ้น “เนื่องจากพบวัตถุต้องสงสัย อาคารชมรมจะถูกปิดผนึกจนกว่าตรวจสอบ!!”
“ซวยแล้วไง…” หน่อไม้เสียงสั่น “เราโดนข้อหาหนักแน่ ๆ เป๋า นายต้องคิดหาทางแล้ว!”
เอิร์ธมั่นใจผิด ๆ “เราต้องจัดแถลงข่าวให้เข้าใจ! แต่ใครจะเชื่อชมรมการ์ตูนล่ะ?”
เป๋าเดินวนเป็นวงกลม คิดเองเออเองแบบจอมวางแผน “เอางี้! ถ้าเราพิสูจน์ให้ครูเห็นจริง ๆ ว่าเป็นแค่กล่องดนตรี…ต้องหาคนมาเล่นโชว์!”
หน่อไม้เบิกตากว้าง “ผมเล่นเปียโนไม่เป็นนะ เพื่อน!”
เอิร์ธปาดเหงื่อ “แล้วใครจะกล้าเดินออกไปในสภาพนี้ มีแต่คนคิดว่าเราเป็นสายลับ หนีตำรวจ?!”
“งั้นสร้างโปรเจกต์ใหม่เลย เดี๋ยวแอบปลอมตัวเป็นชมรมอื่น แล้วแอบเข้าไปพูดกับครู…ซับซ้อนกว่านี้ไม่มีแล้ว” เป๋าพูดจริงจัง แต่กลายเป็นแผนสุดป่วนแต่แสบ
เอิร์ธสวนกลับอย่างรำคาญ “นายคิดว่าครู่เดียวยังไม่พอซวยอีกเหรอ?”
“เอ๊ะ เดี๋ยว ตรงนั้นเหมือนมีครูฝ่ายรักษาความปลอดภัยเฝ้าแล้ว” หน่อไม้พึมพำเบา ๆ พลางชะเง้อมองหลังม่าน
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง แก๊งสามเพื่อนซี้กับภารกิจเฟอะฟะก็เริ่มเดินตามคำแนะนำของเป๋า ทั้งปลอมตัวเป็นประธานชมรมหมากล้อม (เสื้อหลวมกว่าตัว) สลับบทพูดมั่วสุดแรงเกิด ใส่แว่นตากันแดดตอนกลางวันในโรงเรียน แล้วยังจำบทไม่ได้
“ขออนุญาตค่ะ ดิฉัน…เอ่อ…พี่กุ้ง ชมรม…” เป๋าพยายามเปลี่ยนเสียงเป็นผู้หญิง สุดท้ายเสียงแตก “…ชมรมคณิต…อุ๊ย ผิดโต๊ะ!!”
เอิร์ธอดหัวเราะไม่ได้ “อย่าเลย นายปลอมตัวได้ล้มเหลวมาก”
หน่อไม้เดินตามหลัง คอยระวังหลังแบบเฟอะฟะ แล้วก้มเจอขนมปังปิ้งล้มอยู่ “นี่ล่ะ ขนมปังชมรมเรา!”
เป๋ามองขนมปังอย่างลังเล “ไม่มีแผนดีกว่านี้แล้วเหรอ?”
“เราต้องส่งของพิสูจน์ความจริง! ให้ครูจารุณีดูด้วยตา” เอิร์ธบอกอย่างจริงจัง พลางขยี้ตาตัวเองเพราะฝุ่นเข้าตา
หน่อไม้พยายามจะอาสาแต่สะดุดล้มทับหัวเป๋าลงไปจนขนมปังลอยกระเด็น ทุกอย่างวุ่นวายยิ่งกว่าเดิม
ทันใดนั้น พี่หมี (รุ่นพี่ผู้ดูแลชมรม) เดินเข้ามา “ทำอะไรกันแบบนี้ เดี๋ยวพี่จัดการเอง”
ทั้งสามมองหน้ากันด้วยความสับสน “แต่…พี่หมีไม่รู้เรื่องกล่องนี้นะครับ!”
พี่หมีหน้าเครียด “แต่พี่รู้ว่า ทุกคนในนี้กลัวเป๋ามากกว่าเรื่องกล่องอีก!”
“เฮ้ย!” ทั้งสามเสียงประสาน
เหตุการณ์ดูเหมือนจะดีขึ้นเล็กน้อย พอได้พี่หมีเข้าไปพูดกับครูจารุณี ทุกคนหยิบแฟ้มโปรเจกต์มาโชว์ “นี่ครับ ไม้บรรทัดสามเหลี่ยม…ปากกา…กล่องดนตรีจริง ๆ”
แต่ความเข้าใจผิดยังไม่จบ เมื่อครูจารุณีเห็นสติกเกอร์หน้าแปลก ๆ ในแฟ้ม “นี่รูปสัตว์ประหลาดอะไรคะ?”
เอิร์ธรีบตอบ “การ์ตูนแนวไซไฟครับ โลกอนาคต…ไม่ใช่สัตว์ประหลาดจริง ๆ ครับ!”
“แล้วข้อความ ‘จงทำลายทุกอย่าง’ ที่เขียนกำกับคืออะไร?” หน่อไม้ตาโตเงียบเสียอึดใจ
เป๋าใจหายวาบ “อ๋อ! นั่นคือคำคมประจำปีของชมรมเรา ‘ทำลายขีดจำกัดทางความคิด!’”
ครูจารุณีถอนใจ “ถ้าอย่างนั้น เอาเอกสารและกล่องนี้ไปให้ฝ่ายอาคารตรวจสอบค่ะ”
เอิร์ธขยิบตา “ทำไมต้องพวกเราด้วย?”
“ก็ของชมรมเรานี่…” หน่อไม้เสียงเบา
เป๋าใจกล้าปลอมตัวอีกครั้ง คราวนี้ใส่หมวกชมรมฟุตบอล “ถ้าเรายืนกรานว่าเป็นแฟนบอล อาจรอดก็ได้!”
เอิร์ธมองแล้วถอนใจ “เป๋า นายรู้ไหม คนที่คิดเองเออเองตลอด มักตกที่นั่งลำบากที่สุด”
หน่อไม้เดินตามหลัง เป๋าวางท่าวางกลยุทธ์ วางแผนลับซ้อนแผน พยายามเดินตรงไปที่ฝ่ายอาคารพลางซ้อมบทพูด
“ดิฉันชื่อ…เอ่อ…คุณแม่โอ๋ มารับของลูกชายค่ะ!”
ฝ่ายอาคารถามย้ำ “เด็กห้องไหนครับ?”
เป๋านิ่งค้าง “ห้อง…ชมรมการ์ตูนครับ!”
ขณะกำลังพูดกันวุ่น ๆ อยู่ดี ๆ ก็มีเสียงปี๊ดจากกล่อง เพลงกล่อมเด็กดังขึ้นเสียงดังลั่น
ทุกคนตาค้าง ฝ่ายอาคารพูดเสียงเรียบ “นี่กล่องดนตรีจริง ๆ เหรอ?”
เอิร์ธอธิบาย “มันมีเซ็นเซอร์ เมื่อเคลื่อนย้ายแรง ๆ จะเล่นเพลงเองครับ”
ฝ่ายอาคารหัวเราะ “ตกใจนึกว่าลูกเล่นระเบิดเล็ก ๆ ของชมรมวิทย์ ใครไปแกล้งไว้?”
เป๋าเหลือบมองอาร์ม ประธานชมรมวิทยาศาสตร์ที่ยืนขยับแว่นอยู่ไกล ๆ
เอิร์ธพูดเบา ๆ “ทุกอย่างเริ่มต้นจากความเข้าใจผิด…”
ฝ่ายอาคารส่งกล่องคืน “เก็บไว้ดี ๆ วันหลังอย่าทำอะไรน่าสงสัยแบบนี้อีกนะครับ!”
ทีมชมรมการ์ตูนยืนถอนหายใจโล่งอก เอิร์ธมองเป๋า “ถ้าไม่มั่นใจเกินเหตุ ชีวิตคงง่ายขึ้นหลายอย่างนะเพื่อน!”
เป๋ายิ้ม “ถ้าไม่คิดเยอะ ก็ไม่เป็นเป๋าแล้วสิ!”
หน่อไม้หัวเราะเบา ๆ “ต่อไปนี้ขอเป็นสมาชิกชมรมกินขนมปังแทนได้ไหม?”
เสียงหัวเราะดังออกนอกห้อง และงานประจำเดือนของชมรมการ์ตูนก็กลายเป็นตำนานรอบใหม่ โดยมีพี่หมีคอยกำกับจากข้างหลังเงียบ ๆ
แสงสุดท้ายลอดเข้ามาทางหน้าต่าง กล่องดนตรีเล่นเพลงจบแบบตะกุกตะกัก จบด้วยเสียงของพี่หมี “เอิร์ธ เป๋า หน่อไม้ เก็บห้องด้วย!!”
ทั้งสามสะดุ้งสุดตัว ก่อนเดินเข้าห้องไปรวมพลังทำความสะอาด พร้อมเสียงหัวเราะปนเหนื่อยใจ เป็นการปิดฉากภารกิจวุ่นในวันนั้นอย่างอิ่มเอมใจ