ยุงบินวนรอบรัก (แผนป่วนชิงจานข้าวผัด!)
เสียงดังโหวกเหวกจากห้อง 801 ดังขึ้นกลางคืน วันธรรมดาที่หอพัก “ซานไช้” มักถูกขนานนามว่าเงียบสงบ ชั้น 8 เหมือนไม่มีใครอยู่ …จนกระทั่งนัทติลากเก้าอี้เลื่อนปึง ๆ เสียงดังราวกำลังประกอบเวทีวงดนตรี
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เฮ้ย ยูส เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” นัทติ คนที่ทุกคนในชั้นเรียกว่าสุดมั่นถาวร เขารีบพุ่งเข้าไปในห้องของยูสริน เพื่อนซี้ที่กำลังง่วนอยู่กับงานโปรเจกต์คอมติวเตอร์ สีหน้าเหนื่อยล้าไม่ซ่อนเร้น
ยูสรินพลิกตัว เงยหน้า “เกิดอะไร จะหามุกใหม่เหรอ?” เธอพูดเสียงราบ พยายามโฟกัสกับโค้ดบนจอ
“กวาน ข้าวผัดหายว่ะ!” นัทติชูจานขาวเปล่า ซีเรียสมากเกินเหตุ
“ข้าวผัดหาย?… นายเดินเข้ามาพร้อมจานเปล่า … นี่หมายความว่าไง มุกใช่มั้ย?” ยูสรินเอียงคอ
“ไม่ใช่มุก แต่นี่วันเกิดนาย! เดี๋ยวฉันต้องกู้ข้าวผัดน่ะ ถือว่าฉลาก! อ้าว!?” นัทติหันขวับ พลันนึกอะไรออกจึงกวัดแกว่งจานเปล่าไปในอากาศจนเสียงดัง ลามไปถึงห้องข้าง ๆ
“หยุด! ข้าว…มันไม่ใช่แค่ข้าว มันเป็นความทรงจำวัยเด็ก นายจำสูตรเด็ดแม่นมะ?” ยูสรินถอนใจ แม้อนาถใจ แต่ก็เริ่มยิ้มขำ। “นายจะกินข้าวผัดเรา จริง ๆ หรือเพิ่งรู้วันนี้วันเกิดเรา?”
เสียงประตูห้อง 803 เปิดออก “เกิดอะไร ใครปาหม้อฟาด?” ปลิว–เพื่อนร่วมหอกว้างขวางสายสโลว์ไลฟ์ เดินเข้ามาด้วยสายตาง่วง ๆ
นัทติอ้าปากจะตอบแต่ปลิวมองจานข้าวเปล่าด้วยสายตาเหมือนคนไขขุมทรัพย์เก่า “เอ่อ… ข้าวผัดของยูสหายเหรอ?”
จังหวะนี้นัทติมองไปยังปลิว คิดในใจว่า “หรือปลิวขโมยข้าวผัด?” แต่ก็ตัดสินใจไม่พูดเพราะกลัวเสียเพื่อน
ยูสรินขยี้หัวตัวเอง “ไม่ใช่เรื่องหยิ่ง …แต่ข้าวหายแล้วนายจะซ่อมไง?”
“ฉันจะกู้ศักดิ์ศรีนายคืน! ฉันจะทำเซอร์ไพรส์วันเกิด! เดี๋ยวเราต้องไปตลาด หาไข่ไก่ หามะเขือเทศ… แล้วนาย–ปลิว! นายช่วยถูกร้านปังหรือคนทำหายหน่อย! วันนี้ต้องมีข้าวผัดประวัติศาสตร์!” นัทติกล่าว สายตาแวววาว
ปลิวพยักหน้าแบบคนครึ่งหลับ “โอเค ซูเปอร์ฮีโร่ข้าวผัด…แต่กินซุปก็อิ่มเหมือนกันนะ เพิ่งลอง”
ยูสรินกลอกตา “แค่เซอร์ไพรส์ง่าย ๆ ทำไมเหมือนจะบุกภารกิจลูปหน้าด่านสุดท้ายเกม?”
ยันต์กาวแรกของแผนกู้ข้าวผัดจึงเริ่มขึ้น โดยมีเงื่อนไขว่า “ห้ามให้ยูสรินรู้แผน” ทั้ง ๆ ที่ยูสรินเป็นเจ้าของวันเกิดตัวจริง
ฉากต่อมา นัทติสวมแว่นดำ ปิดหน้าตัวเอง เดินออกหอพักอย่างลับ ๆ แล้วหยิบสมุดจด “แผนปฏิบัติการ: อาหารแห่งความทรงจำ” พร้อมเขียนบรรยายรายละเอียดทุกขั้นตอน ซึ่งสถานะตอนนี้เหมือนสายลับมากกว่าคนซื้อกับข้าว
ปลิวเดินประกบช้า ๆ เอานิ้วข้างหนึ่งวนที่หูฟัง “ต้องจริงจังอะไรกับข้าวผัดขนาดนั้น?”
“ข้าวผัดมันมีค่าทางจิตใจ…” นัทติกล่าวเสียงขึงขัง “ยูสรินเคยเล่าให้ฟังตั้งแต่ปีหนึ่ง มือนั้น นายจำได้ปะ?”
ปลิวพยักช้า ๆ “จำได้ … มือนั้นที่เธอบอกว่าแทบไหม้ติดกระทะ?”
นัทติคิ้วย่น “ความหมายลึกซึ้งกว่าเยอะ!”
ปลิวถอนหายใจยาว “แล้วจะซื้ออะไรมั่งอะ?”
นัทติเปิดโพย “ต้องซื้อ ไข่ไก่–สามฟอง, หมูสับ, มะเขือเทศ, ซีอิ๊วขาว…และที่สำคัญมาก ‘ขิงขูด’”
ปลิวหยิบโทรศัพท์ เปิดแอปดูสูตร “ในนี้ไม่มีขิงเลย”
นัทติลนลาน “มันต้องมี ทุกอย่างที่ลึกซึ้งต้องมีขิง!”
เดินถึงหน้าตลาด ก็เจอเหตุวุ่นที่สอง – ตลาดต้นยางคนแน่น นัทติเดินไถปราดไปชนแม่ค้าขายไข่ ไข่ตกลงพื้น “โอ๊ะ…!”
แม่ค้าหน้าตึง “ทำอะไรน่ะไอ้หนุ่ม!”
นัทติรีบขอโทษ “ผมจะซื้อไข่ครับ! ขวัญหาย พอดีรีบ”
ปลิวพูดเบา ๆ “ใจเย็น พี่เขาไม่งอกไข่เพิ่มได้นะ”
แม่ค้าเงียบไปหนึ่งจังหวะ แล้วหัวเราะขำขัน “เอ๊ะ แปลกดี มีแต่คนมาซื้อไข่แล้วดราม่า ปกติมีแต่เอาไปทอด!”
นัทติยิ้มเขิน ๆ ก่อนเลือกไข่สามฟอง
ตัดมุมหอพัก ยูสรินเฝ้าจอคอม ฝ่ายเพื่อนห้องข้าง ๆ ชื่อ “ฟ้า” เดินเข้ามา ถามเสียงเล็ก “กินอะไรกัน เสียงดังแต่เช้า?”
ยูสรินถอนใจ “ข้าวผัดของฉันหาย… หรือมีขโมยหอ?”
ฟ้ายักไหล่ “ตูเพิ่งเห็นปลิวเดินถือสมุดใบใหญ่กับนัทติเหมือนคนนัดปะทะลับ ๆ”
ยูสรินครุ่นคิด “หรือเขามีความลับกับฉัน… วันเกิดฉันด้วย?” เสียงขำแฝงอยู่ในน้ำเสียง
กลับมามุมตลาด นัทติสะกิดปลิว “นายคิดว่าขิงขูดควรซื้อที่ไหนดี?”
ปลิวทำหน้านิ่ง “ลองซื้อใจแม่ค้าดูก่อนไหม เผื่อเขาแถม”
ทั้งสองเถียงกันเรื่องขิงจนเผลอหลงตลาดไปฝั่งขายเครื่องใช้ไฟฟ้า … นัทติซื้อที่ฝนขิงผิดมาแทน! แน่นอนว่าปลิวบ่นทันควัน “มันจะทำข้าวผัดแข็งเป็นหินไหม?”
ในที่สุดทั้งสองกลับหอพร้อมวัตถุดิบ เริ่มภารกิจจริง – แต่เจอปัญหาใหม่ “หม้อไฟฟ้าเสีย!”
นัทติคุ้ยตู้เก็บของ ใจร้อนจนเผลอทำถุงแป้งหก ปลิวขำกริบ “อย่างน้อยแป้งยังไม่ติดหมูนะ”
การลงทุนโทรหาฟ้าเพื่อขอยืมหม้อไฟฟ้านำไปสู่ระเบิดลูกใหม่ ฟ้าดันแอบชอบปลิว เลยพยายามยื่นหม้อให้แบบมีเงื่อนไข “ขอแลกขนมปังปิ้งนายบ่ายนี้ได้ไหม?”
ปลิวรับปากแบบงง ๆ “โอเค…แต่ฉันไม่ชอบขนมปังนะ”
ยิ่งวุ่นเข้าไปอีก เพราะ…หม้อไฟฟ้าใหม่ร้อนเกินไป ข้าวไหม้ตั้งแต่ตักแรก นัทติโวย “โอ๊ย ไหม้! เดี๋ยวเอาไซเรนดับไฟไหม้!”
ปลิวไหลไปหยิบพัดลมจิ๋วเป่าแก้ข้าวไหม้กลางห้อง นัทติชะงัก “วิธีนี้ใครสอน?”
ปลิวหัวเราะ “ข้าวไหม้มันดิบแล้วเป่าแรง ๆ ไม่เวิร์กมั้ง!”
ในระหว่างนั้น ยูสรินเดินเข้ามา เจอควันฟุ้ง เสียงโหวกเหวกกับปลิวกำลังโต้เถียงวิธีแก้ข้าวไหม้ เธอยืนมองสองคนยุ่งกับข้าวไหม้ที่กลิ่นตลบอบอวล
“นี่มันอะไร ฉันอยู่ในรายการแข่งขันห้องครัว หรือห้องทดลอง?” ยูสรินพูดจิกกัดเบา ๆ
นัทติลนลาน “หน้าทีจริงเหรอ ห้ามเข้าฉาก!”
ยูสรินเข้าใจผิดว่าเพื่อนทั้งสองปิดบังอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องใหญ่กว่า “หรือจริง ๆ แล้ว…จะเตรียมขอฉันย้ายออก?!”
ปลิวหัวเราะดัง “จะไล่เธอออกจากชีวิต เขาไม่ทำข้าวผัดให้หรอก”
ยูสรินยิ้มมุมปาก “แน่ใจนะ นัทติเป็นคนวางแผนแปลก ๆ ตลอด”
นัทติลอบถอนหายใจ “จริง ๆ วันนี้ก็…เป็นวันพิเศษ ฉันแค่อยากทำอะไรให้วันเกิดที่มันไม่เหมือนใคร”
แต่ยูสรินยังแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ “แน่ใจนะว่าวันเกิดฉัน ไม่ใช่คืนข้าวผัดหาย? หรือแผนอะไรแฝงอยู่”
ในที่สุด นัทติสารภาพเรื่องแผนเซอร์ไพรส์ทั้งหมด ตลกกับความมั่นใจผิด ๆ ของตัวเองที่เปลี่ยนเรื่องเล็กเป็นเรื่องบานปลายจนข้าวไหม้ห้อง
ยูสรินยิ้มขำ “ข้าวไหม้ก็ยังดีกว่ามิตรภาพไหม้ จริงไหม?”
ปลิวหัวเราะ กินข้าวไหม้แบบไม่ยี่หระ “อย่างน้อยวันนี้เราได้กินข้าวผัดสูตรความทรงจำฝีมือนาย ฮาร์ดคอร์มาก”
นัทติถอนหายใจโล่งอก หัวเราะตาม ทั้งสามนั่งล้อมวงกินข้าวไหม้ พลางเล่าเรื่องวุ่นวาย เอ็นดูความพังซ้ำซ้อนและมิตรภาพที่เหนียวแน่นแบบที่ข้าวผัดสูตรไหนก็แทนไม่ได้
ก่อนจบ ยูสรินกระซิบ “ปีหน้า อยากได้ข้าวต้มธรรมดา…”
นัทติโต้กลับทันควัน “ตกลง ปีหน้าข้าวต้มไหม้เวอร์ชั่น 2!”
ทั้งสามหัวเราะกลิ้ง จบวันเกิดในวงข้าวไหม้ที่อบอวลด้วยเสียงหัวเราะและความผูกพันที่ไม่มีวันไหม้ไปพร้อมกับข้าว