แก๊งเพื่อน(รัก)สมัครใจวุ่น
เสียงระฆังตอนเช้าดังขึ้นพร้อมกับบรรยากาศมหาวิทยาลัยที่เริ่มขยับตื่นจากฤดูร้อนเข้าสู่เทอมใหม่ จอมยุ่งกำหลังจัดปฏิทินในมือถือ ขีดเส้นไฮไลต์เวลาสำคัญอย่างเคร่งเครียด ข้าง ๆ เบิร์ดยกขวดน้ำเปล่าดูปลอม ๆ เพราะจริง ๆ ข้างในใส่น้ำอัดลม จ้องเขม็งที่กล่องข้าวกล่องแรกของเทอม เหมือนไม่ค่อยกล้ากิน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“คืนนี้ฝนตกมั้ยวะ” เบิร์ดเอ่นเสียงมึนๆ เหมือนไม่พร้อมรับวันใหม่
“ถ้าฝนตก งานเปิดชมรมเสร็จแน่ เราต้องมีแผนสำรอง เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน” จอมยุ่งตอบรัวพลางจ้องมือถือเหมือนจะมีพลานุภาพบังคับฟ้าได้
“เอาแค่อย่าให้เหม็นนมหมดอายุละกัน เย็นนี้เราจะได้ดัง!” เบิร์ดอมยิ้ม ก่อนจะหันไปหยิบเชิญชวนน้องปีหนึ่งที่เดินผ่าน
“พี่คะ คือเดินทางมาจากบ้านใกล้ ๆ หรืออยู่หอ?” น้องถามพลางกอดกระเป๋าแน่น เบิร์ดยิ้มแห้ง ๆ มองจอมยุ่งช่วยที เจอแต่สายตาแบบ “ถ้าไม่ตอบดี ๆ ตาย”
หวานเดินมาแทรกในจังหวะสงัดพอดี กางโน้ตบุ๊ก เตรียมหามุมไฟพร้อมอ่านสรุปชีวะต่อทันที “มีอะไรชวนด้วยนะ ขอทำรายงานนี้ให้จบรอบเดียว”
เข้มโผล่มาแบบไม่ตั้งใจ สะดุดพื้น ตัวเองเกือบล้มแต่ยืดอกหลังตรง แกล้งทำเหมือนไม่มีอะไร “พวกนายจะไปลงชมรมบอร์ดเกมกับฉันเปล่า? เขาว่ามีแจกบัตร StarFrog”
จอมยุ่งเบ้ปาก “StarFrog นี่มันชมรมเล่นตลกอะไรวะ…”
เบิร์ดหันไปดึงข้อมือจอมยุ่ง “วันนี้เราต้องเป็น ‘รุ่นพี่ตัวอย่าง’ เว้ย ลุยงานเปิดชมรมให้เต็มที่ จะได้ดังในสายตาปีหนึ่ง!”
“ดังในสายตากรรมการนักศึกษาต่างหาก นายอยากฟรีเบี้ยเลี้ยงใช่มั้ย” จอมยุ่งพึมพำ
หวานไม่เงยหน้า “ขอแค่ได้เกรด B ขึ้นก็พอ ไม่ขอยุ่งกับเฟรชชี่”
เข้มยังมั่นใจในตนเองแบบไม่สำนึก “เข้มต้องดังให้รุ่นน้องจำชื่อได้ จะไปปล่อยมุกให้สนุกสุดฤทธิ์”
เสียงประกาศจากหน้าลานกิจกรรมดังขึ้น “ขอเชิญทุกคณะร่วมงานเปิดชมรมประจำปี พบกับกิจกรรมสุดมันส์ของแต่ละชมรม ห้ามพลาด!”
จอมยุ่งยิ้มหงาย “ได้เวลาแผนหลัก ‘Mission: ปังในสามชั่วโมง’ ของเราแล้ว เบิร์ด เข้ม หวาน ทุกคนเป็นกลจักร!”
เบิร์ดเหลือบตาไปทางหวาน “หวานอย่าทำหน้าดุแบบนั้นเดี๋ยวน้อง ๆ ตกใจ”
หวานถอนใจช้า ๆ “จะดุกว่านี้อีกถ้าพวกนายลากไปชมรมรถถีบ”
จอมยุ่งกระซิบกับเบิร์ด “แผน A: สร้างภาพทีมงานในตำนาน แผน B…อืม เผื่อใครวางแผนผิดจะโทษหวานก็แล้วกัน”
ขบวนเดินของแก๊งเริ่มต้น พลางพูดขวางกันมั่ว ตั้งแต่เรื่องชุดยูนิฟอร์มไปจนถึงวิธีแจกใบปลิว จอมยุ่งมั่นใจจะสร้างตำนานใหม่ ส่วนเบิร์ดเม้าท์แหลก หวานใช้หูฟังตัดขาดโลก และเข้มยังตบไหล่ใครก็ได้ที่เดินผ่าน เหมือนจะหาเรื่องฮา ๆ ทั้งที่ไม่มีใครขำ
ชมรมแรกที่ไปถึงคือ “ชมรมเชียร์ลีดเดอร์” เบิร์ดตาลุก เหมือนพบแสงใหม่ จอมยุ่งเบรกด้วยลีลากวนประสาท “จะไปร่วมเชียร์หรือขายขนมครับคุณเบิร์ด”
“เชียร์ใจเธอสิครับ” เบิร์ดหันไปยิ้มให้รุ่นน้อง
หวานเบ้หน้าสนใจกิจกรรมตัวเอง กำลังคิดแผนหาทางหนีตายถ้านัดครั้งหน้าโดนลากมางานอะไรอีก
เข้มพยายามเข้าไปจีบหัวหน้าชมรมแต่พูดผิดประโยค กลายเป็นขอสมัครว่านแรกรุ่นแทน จอมยุ่งหลุดขำ ปล่อยให้เบิร์ดลากเข้มออกมาแบบไร้พิธี
ระหว่างนั้น เบิร์ดหยิบกล่องใบปลิวมาจากโต๊ะกิจกรรมอื่นมาคิดว่าเป็นกล่องขนม ชิมแผ่นใบนึงเข้าไปแล้วทำหน้าเจ็บปวด จอมยุ่งอึ้ง “นายกินใบปลิวทำไม?”
“ดูผิดกล่องอะดิ!” เบิร์ดตอบพลางหาน้ำล้างปาก เข้มดันเอาไปหยิบอีกรอบ “ขำดีนะ ใบปลิวรสปลาแห้ง”
หวานส่ายหน้า “นี่แหละเหตุผลที่ฉันชอบอ่านหนังสือเงียบ ๆ มากกว่าคุยกับคน”
จอมยุ่งแจกจ่ายบทบาท “ภารกิจขั้นสุด ตอน 1: จ้องปีหนึ่ง ส่งยิ้ม แล้วโน้มน้าวเข้าชมรมอะไรก็ได้”
เบิร์ดเดินไปทางน้องผู้ชายคนหนึ่ง “เฮ้! สนใจชมรม ‘คนสายชิล’ มั้ย อยู่กับพวกเรามีแต่เสียงหัวเราะ”
น้องตอบ “ฟังแล้วเครียดมากครับ…” เบิร์ดเงิบทันที
เข้มเดินเข้าไปเงียบ ๆ พูดอย่างมั่นใจ “มาอยู่กับเข้ม ชีวิตจะขำทุกวัน”
จอมยุ่งตบมุขสวน “แต่วันที่เข้มหาย คนขำจะหายไหม?”
หวานมองนาฬิกา “ขอย้ายคณะได้ไหม มีชมรมไหนรับคนขี้เบื่อแบบฉันบ้าง”
เสียงประกาศแจ้งว่า มีการแสดงพิเศษของชมรมละครเวที จอมยุ่งเห็นโอกาสปังใหม่ “พวกเรา แผน B! ปีนขึ้นเวทีร่วมแสดงเดี๋ยวนี้ จะโดดเด่น…หรือโดนไล่ก็แล้วแต่”
เบิร์ด “ได้ ขอเล่นเป็นตัวประกอบไม้ไผ่!”
หวาน “ถ้าเราขึ้นเวที ฉันจะดรอปเรียนทันที”
เข้ม “ผมเล่นเป็นพระเอกได้ไหม?” เสียงตอบโต้ฮาคละกันจนคนแถวงานเริ่มหันมาสนใจ
ทีมเดินขึ้นเวทีผิดเวลา พลาดเข้าไปในช่วงซ้อม ปีหนึ่งยืนงงกับจังหวะโชว์ จอมยุ่งโยนบทให้เบิร์ดอย่างไว “จัดมุกฮาโชว์เลย!”
เบิร์ดหลุดมุกคนแก่ รุ่นน้องงง หวานกลอกตา เข้มจัดหนักประโยคหล่น “ทุกคน ถ้าเหนื่อยก็เข้ากลุ่มเข้มสิครับ” เงียบไปสามวินาที ก่อนทุกคนขำกระจาย
ผลคือโดนคณะกรรมการงานลากลงจากเวที แล้วจำผิดคิดว่าแก๊งนี้เป็น ‘ทีมพิเศษ’ ที่เขาเชิญให้มาก่อกวนงานสร้างเนื้อหาเฉพาะกิจ แก๊งเรารงง ๆ แต่รับบทตามน้ำทันที
เบิร์ดบ่น “เฮ้ย นี่เรากลายเป็นนักแสดงจ้างวานไปตั้งแต่เมื่อไหร่”
จอมยุ่ง “อย่างน้อยก็มีค่าเหนื่อยนะ!”
หวาน “ขอแค่จบวันนี้ฉันขอเงียบๆได้ไหม”
เข้ม “เข้มจะเป็นตำนานใช่ไหมครับ?” ความงงเข้าสู่พลิกเข้าใจผิดรอบใหญ่ แก๊งโดนมอบตัวไปถ่ายรูปขึ้นเวทีรอบสอง แกล้งทำเป็นทีมสร้างสีสันประจำงาน
จอมยุ่งพยายามคิดแผนอีก “ถ้าทำดีพรุ่งนี้ได้ใบประกาศเกียรติคุณแน่ ๆ”
เบิร์ดเริ่มท้อนิด ๆ “อยากได้ไอติมฟรีมากกว่า”
หวาน “จะหนีกลับไปอ่านหนังสือได้หรือยังคะ”
ระหว่างทุกคนเถียงกัน หัวหน้าชมรมบอร์ดเกมเข้ามาแบบมาดนิ่ง “พวกเธอใช้ห้องชมรมฉันสุมหัวหรือเปล่า?”
เข้มรีบตอบเสียงดัง “เปล่าครับพี่! เราโดนลากแบบเข้าใจผิด”
หวานถอนใจ “เข้าใจผิด…คำที่แท้จริงของวันนี้”
จอมยุ่งพยายามแก้ “งั้นเราสร้างกิจกรรมชิงโชคไงดี ถ่ายทอดสดเลยไหม?”
เบิร์ดปิ๊ง “เดี๋ยว! งั้นเราสร้าง Huge-Live สดเฟซ อ้างว่าเป็นทีมงานไฮไลต์ โพสต์ซะเลย!”
จอมยุ่งตบเข่าฉาด “โปรโมตกลุ่มเราตัวจริง ไม่ใช่ตัวปลอม!”
หวานคิ้วขมวด “สรุปจะดังหรือจะโดนไล่ออกกันแน่วะ”
เข้มนับนิ้ว “ตอนนี้คนจำชื่อเข้มได้ทั้งคณะแล้ว”
เหตุการณ์เริ่มบานปลาย ผู้ใหญ่เดินมามองแบบสงสัยว่าพวกนี้มาทำอะไร แล้วรุ่นน้องก็เริ่มแซวกัน “พี่เข้มๆ จอมยุ่ง…ทีมฮาเฉพาะกิจเหรอครับพี่?”
จอมยุ่งสั่งงานใหญ่ “พวกเรา ต้องแถลงข่าวชี้แจง พลิกความเข้าใจผิดให้กลายเป็นตำนาน!”
เบิร์ดเริ่มลังเล “ถ้าพังจะไหวมั้ย”
หวานเสียงอ่อน “แค่จะได้เงียบ ๆ กลับไปอ่านหนังสือ…”
เข้มเสียงดัง “เข้มยินดีตกงานเพื่อสร้างตำนาน!”
ช่วงชุลมุน ทั้งสี่วนเวียนเดินชนกลุ่มกรรมการชมรมใหญ่ ที่เข้าใจผิดคิดว่าแก๊งนี้เป็นนักศึกษารับจ้างสร้างสีสันเบอร์หนึ่งของคณะ ชวนเข้าร่วมโครงการพิเศษต่ออีก วันเดียวพบว่าตัวเองติดงานยาวไปทั้งเทอม
จอมยุ่งนั่งเหงื่อตก “เป็นอย่างนี้ไปทั้งเทอมจะรอดมั้ยวะ”
เบิร์ดส่ายหน้า “นายบอกว่าแค่สร้างภาพวันนี้!”
หวานพูดสั้น ๆ “ขอย้ายคณะด่วน”
เข้มหัวเราะ “ถึงแม้ใครจะเข้าใจผิดยังไง ขอแค่กลุ่มเรายังฮาอยู่นะเว้ย”
ฉากจบค่ำวันนั้น แก๊งเพื่อนเดินกลับหอพัก คนละอารมณ์ จอมยุ่งหันมามองทุกคน “อย่างน้อยเราก็มีเพื่อนเพิ่ม…แม้จะเป็นดราม่าณ จุดสมัครงาน”
เบิร์ดยิ้ม “อย่างน้อยเรื่องนี้ ‘ขำ’ กว่าอ่านชีวะของหวาน”
หวานค่อย ๆ ยิ้ม “ใช่… อย่างน้อยวันนี้ก็มีเรื่องเล่า ไม่ต้องอ่านแต่ชีวะอย่างเดียว”
เข้ม “ถ้าวันไหนไม่มีเรื่องวุ่นวาย ฉันคงคิดว่าโลกผิดปกติ”
แสงไฟถนนดับลงแก๊งหัวเราะก๊าก เดินคุยเล่น ขณะเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แจ้งว่างานเทอมหน้าต้องการทีม ‘ฮาเฉพาะกิจ’ ย้ำขอแก๊งเดียวนี้เท่านั้น ทุกคนถอนใจปนขำอีกรอบ
เรื่องราวจบแบบฟีลกู๊ด บาดหมางไม่มี เหลือทิ้งไว้แต่เสียงหัวเราะ มิตรภาพ และหัวข้อสนทนาที่ใช่…เมื่อกลุ่มเพื่อนที่แท้จริง คือกลุ่มที่วุ่นวายแต่ไม่มีใครอยากหนีพ้นจริง ๆ