เยือกแข็งแห่งหิมะสุดขอบเมือง
ม่านความขาวเย็นยะเยือกคลี่คลุมเมืองเอื้ออาทร หิมะซัดสาดริมถนนและบ้านไม้ชราท่ามกลางความเงียบงัน อินทุอรเดินแหวกไอหนาวตัดผ่านทางเดินไม้หน้าบ้าน เธอถอนใจหนักขณะผลักประตูซึ่งส่งเสียงดังเอี๊ยด หน้าต่างชั้นล่างจับเกล็ดน้ำแข็งหนา แสงรำไรลอดผ่านบานเก่า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ภายใน หญิงวัยกลางคน สายตาเครียดขมวดคิ้วคอยเฝ้าอินทุอร “กลับมาดึกอีกแล้วเหรอลูก” อินทุอรแทบไม่สบตา “งานโรงเรียนเยอะค่ะคุณแม่” หญิงคนนั้นมองเงียบ ก่อนเบือนหน้ากลับไปตักซุปกลิ่นฉุนบนเตา
เสียงเหยียบหิมะละเอียดดังแผ่วที่หน้าต่าง อินทุอรเหลียวขวับ ผ้าม่านปลิวเข้ารูปแปลกประหลาด เธอสะบัดหัว ตัดใจฝืนยิ้ม ขึ้นห้องนอนพลางหยิบสมุดจดสีฟ้าที่เหน็บไว้ใต้หมอน พลิกดูหน้าสุดท้าย คำว่า “ขอให้เขากลับบ้าน” เขียนไว้ตัวหนา
อีกฟากเมือง ศพิลยืนอยู่ข้างกำแพงสถานีรถไฟเก่าที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ เขาเหมือนรออะไรบางอย่าง มือกระเป๋าเป้แน่น หน้าเขาซีดเซียว ดูมีรอยแผลเล็กๆ ตรงคาง เงาชายสูงวัยเดินเข้ามาพร้อมเสียงกรอบแกรบ “มีอะไรจะบอกหรือเปล่า ไอ้หนู?” ศพิลเม้มปากส่ายหน้า “ไม่มีครับลุงภิรมย์ แค่…หนาวมาก”
ลุงภิรมย์ถอนหายใจเงียบ ล้วงบุหรี่ในเสื้อคลุมแต่ไม่ได้จุด ศพิลหลบตา “เมื่อคืนผมฝัน เป็นเสียงคนเรียกผมในหิมะ” เขาพึมพำเบา ลุงภิรมย์ย่นคิ้ว “ที่นี่…เสียงคนตายยังไม่จมหิมะดีหรอก”
วันรุ่งขึ้น ห้องเรียนมัธยมปลายในโรงเรียนประจำเมืองอึมครึมด้วยบรรยากาศนิ่ง อินทุอรนั่งริมสุดหลังห้อง เหม่อมองหิมะข้างนอกขณะครูพูดถึงโครงงานชุมชน “ใครอาสา?” เงียบไปทั้งห้อง เด็กชายคนหนึ่งยกมือ “อินทุอรน่าจะเหมาะนะครับ เธอรู้จักทุกซอกซอยเมืองนี่ดี”
เสียงหัวเราะเบาแว่ว อินทุอรเม้มปาก มือกำดินสอแน่นจนสีซีด เธอก้มหน้าลง ทั้งที่ใจอยากหลบบางสิ่ง “ก็ได้ค่ะ” เสียงเธอแผ่ว
กลางพักเที่ยง เพื่อนชื่อพลอยเดินมาหา “เธอ…เห็นข่าวเมื่อคืนไหม อินทุอร? ว่าเด็กหอพักอีกแล้วนะ” อินทุอรกลืนน้ำลาย ไม่ตอบอะไร พลอยคิดจะพูดต่อแต่หยุดเมื่อเห็นแววตาเธอคมกริบ
ข้างนอกอาคาร ศพิลก้มหน้าจ้องมือถือที่มันสั่นครืน “เจอเบาะแสอะไรหรือยัง?” เสียงในสายสั่น “ไม่มี…แค่เห็นใครในหิมะ ขยับเร็วมาก” ศพิลเลื่อนสายตา เจอลายเซ็นประหลาดใต้สะพานน้ำแข็ง “วาดเมื่อคืนเหรอ…เปล่าครับ ไม่มีใครกล้าเดินออกมาตอนลมเหนือแรงขนาดนั้น”
พลบค่ำ อินทุอรเดินเลียบคลองน้ำแข็งด้วยความระแวง สายตาปะทะเข้ากับเพื่อนบ้านนามป้าอ่อนที่ยืนเหม่อมองไปสุดริมคลอง “ป้าอ่อนมองหาอะไรคะ?” “คนที่ยังไม่กลับบ้านน่ะสิลูกจ๋า” เสียงเธอลดต่ำ
บ้านเช่าข้างโรงเรียน ศพิลรีบเปิดประตู เข้าไปแทบจะทิ้งกระเป๋าลงบนพื้น ชายวัยกลางคนที่นั่งกินข้าวแหงนหน้ามองแวบหนึ่ง “ยังไม่เลิกยุ่งกับเรื่องคนนั้นอีกเหรอ” ศพิลถอดแจ็กเก็ต หยุดคิดก่อนจะตอบ “เขาอาจ…ยังมีชีวิตอยู่”
ชายคนนั้นส่ายหน้า หยิบแก้วเหล้ากระแทกเบา ๆ “ถ้าอยากอยู่รอดในเมืองนี้ ต้องรู้จักลืม…” คำพูดขาดห้วง ศพิลฟังแล้วนิ่งไป
สายลมเย็นกระโชก อินทุอรเผลอหยุดฟังเสียงวูบวาบหน้าต่าง เงาของเธอบนผนังสั่นไหว เธอกำลังคิดถึงผู้เป็นพ่อ ที่เคยขาดหายไป ไม่มีใครพูดถึงอีกเลย…ตั้งแต่ฤดูหิมะครั้งก่อน
ในห้องสมุดเก่าของโรงเรียน อินทุอรกับศพิลเจอกันโดยบังเอิญ ฝุ่นจางลอยว่อน “เธอชื่ออินทุอรใช่ไหม?” ศพิลพูดช้า ท่าทีเก้อ “อืม แล้วนายคือ…ศพิล?” เขาพยักหน้ายิ้มจาง “รู้สึกเหมือน…เราเคยเห็นกันที่ไหน” อินทุอรแค่นหัวเราะ “ที่นี่ใครก็หน้าเดิมๆ”
ซอกมุมห้องสมุด ศพิลชะโงกเข้ามาขณะอินทุอรหันหลัง “นายคิดว่าคนพวกนั้นหายไปเพราะอะไร” อินทุอรตอบช้า “ทุกคนต่างลืม…แต่ฉันยังจำเสียงนั้นได้” เธอกำมือแน่น
บ่ายนั้น ข่าวลือในโรงเรียนเริ่มแรงขึ้น เพื่อนบางคนแถมคาดเดาว่าคนหายเกี่ยวกับคำสาปเก่า เงื่อนงำโบราณ “บางที…ในเมืองหิมะนี้ไม่มีใครเลยที่ฟังเสียงจริงๆ” พลอยพูดจบก็ดึงเสื้อนักเรียนให้แน่นขึ้น
ช่วงเย็น อินทุอรแวะใต้สะพานน้ำแข็ง สำรวจลายเซ็นประหลาด ศพิลตามมาไร้เสียง เขากระซิบ “ฉัน…เคยเห็นลายเซ็นแบบนี้ในสมุดผู้ป่วยของโรงพยาบาลเมื่อปีที่แล้ว” อินทุอรขมวดคิ้ว “นายไปที่โรงพยาบาลนั่นทำไม?” ศพิลกลืนคำพูด “แม่ฉันเคยนอนที่นั่น ตอนนั้นมีคนพูดถึงเด็กหาย…เคยมีใครกลับมาบ้างไหม?”
ทั้งสองเดินกลับพร้อมกัน ขณะแสงไฟดวงสุดท้ายของถนนมืดดับไปกระทันหัน หิมะขาวเหมือนไร้ขอบเขต เงาเล็กสั่นไหวภายใต้ต้นสนใหญ่ เสียงกรีดร้องเบา ๆ แว่วจากไกล อินทุอรรีบคว้ามือศพิล “ไปดู!”
พวกเขาวิ่งตามเสียงไปในป่า ความเหน็บหนาวกัดกระดูก ลมหายใจกลายเป็นไอลอย ศพิลหอบ “อินทุอร…แน่ใจใช่ไหมว่าไม่มีอะไรอันตราย?” อินทุอรเม้มปาก “ไม่แน่ใจ แต่เราไม่ควรทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เธอพึมพำเสียงเบาแต่หนักแน่น
ในความมืด เผยเห็นร่างเด็กหญิงนั่งกอดเข่าร้องไห้ อินทุอรถาม “เธอชื่ออะไร” เด็กหญิงแค่ส่ายหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา ศพิลปลอบ “พวกเราอยู่ด้วย อย่ากลัว” เด็กหญิงจับแขนศพิลแน่น แต่พูดไม่ได้
พวกเขาพาเด็กหญิงไปแจ้งครูใหญ่ เมืองหิมะเริ่มอื้ออึง คนถามถึงเด็กที่ ‘กลับมา’ แต่เด็กหญิงเงียบ อุณหภูมิลดลงเรื่อย ๆ อินทุอรนั่งข้างเด็กหญิงกลางห้องอุ่นๆ “เธอเห็นอะไร? เธออยู่กับใคร?” เด็กหญิงพูดเบา ๆ “เสียงเรียก…เย็น…บ้านไม้…” อินทุอรสบตาศพิล
คืนนั้น ศพิลนอนขดตัวอยู่บนเตียง เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง ไฟดับ เสียงอะไรบางอย่างบนหลังคา เกล็ดน้ำแข็งหยดลงหน้าต่าง เขานอนนิ่ง กลั้นหายใจ
วันถัดมา อินทุอรรู้ทันทีว่าลายเซ็นที่ใต้สะพานกับของในสมุดผู้ป่วยตรงกัน เธอนำเรื่องไปให้ลุงภิรมย์ฟัง ลุงถอนหายใจ มองเธอด้วยสายตาล้ำลึก “อินทุอร คนที่ไม่รู้จักให้อภัยจะไม่พ้นเงาเมืองนี้”
อินทุอรกัดฟัน น้ำตาคลอ “แล้วคนที่ถูกลืมไปล่ะ” เธอถามเสียงสั่น ลุงภิรมย์เงียบ ชั่วขณะ เหมือนเขากำลังนึกถึงอดีตของตนเอง
ศพิลเจอกับแม่ที่กลับจากโรงพยาบาล มารดาของเขาอ่อนแรง มือเธอเย็นเฉียบ “ศพิล…ทุกคนต่างมีเงาในใจ อย่าปล่อยให้มันกัดกินนาย” ศพิลก้มหน้า น้ำตาเกาะขอบตา “ผมกลัว หากแม่จากไป ผมจะเหลือใคร”
คืนหนึ่ง ศพิลกับอินทุอรนั่งเฝ้าดูหน้าต่างโรงเรียนร้างที่เคยเกิดเหตุร้าย หิมะแรงขึ้นจนมองอะไรแทบไม่เห็น เสียงกระซิบในความมืด อินทุอรจับมือศพิลไว้แน่น “นายกลัวไหม?” ศพิลพยักหน้า “กลัว…แต่เราต้องรู้ความจริง”
จนแรงลมซา เงาร่างจางๆ เด็กชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงข้ามหน้าต่าง “กลับมาบ้าน…” เขากระซิบ ศพิลลุกพรวดตาม เงาหายไป
เช้าวันใหม่ เด็กหญิงคนนั้นพูดได้ “ฉันเห็นคนเยอะในหิมะ แต่ไม่มีเสียงหัวเราะ…มีแค่เสียงร้องไห้” อินทุอรนิ่ง เธอตัดสินใจเปิดสมุดจดของพ่อ อ่านประโยคสั้นๆ “บ้านอาจไม่ใช่ที่ที่อบอุ่นเสมอไป…”
ชาวบ้านเริ่มโวยวาย กลัวว่าทั้งหมดเป็นคำสาป ห้องประชุมโรงเรียนเต็ม เด็กๆถูกกังวล ศพิลยืนขึ้นกลางเสียงเอะอะ “ทั้งหมดนี้อาจเป็นความกลัวที่หลอกเราเอง!” แม้อินทุอรจะไม่มั่นใจ เธอก็ยืนข้างเขา “ทุกคนต่างเจ็บปวด แต่ถ้าไม่ฟังกัน เราจะถูกหิมะกลืน”
ความหวาดระแวงแพร่ระบาด บางคนเก็บตัวเงียบ บ้างเริ่มเฝ้าระวังกันเอง อินทุอรเผชิญหน้ากับแม่ “แม่เคยซ่อนอะไรจากอินทุอรใช่ไหม?” สายตาแม่เจื่อนลง “แม่…แค่ไม่อยากให้ลูกกลัว” อินทุอรมองจ้อง “การไม่รู้…กลัวกว่าความจริง”
วินาทีนี้ อินทุอรตัดสินใจตามรอยพ่อไปที่บ้านไม้เก่าข้างป่า ศพิลตามมาด้วย เงียบๆ ทั้งคู่สั่นเล็กน้อยเพราะความกลัวบ้านร้างยังหลอกหลอน เสียงบานพับครวญคราง ไอเย็นโอบรัด อินทุอรเดินสำรวจห้องนอนเก่า เหลือบเห็นลังไม้เหนือชั้นวางของ เปิดออกพบจดหมายฉบับเก่าสำหรับแม่ “อย่าแบกอดีตไว้คนเดียว” ศพิลอ่านให้เศร้า
แรงลมเป่าดังเสียดหู หน้าต่างปิดเองเหมือนมีมือมองไม่เห็น เงาร่างพ่อของอินทุอรปรากฏผ่านไอน้ำแข็งที่กระจก “กลับบ้านเถอะอินทุอร” เสียงสะท้อนชวนร้าว เธอพยายามเรียกแต่เสียงขาดตอน ศพิลจับแขนเธอไว้ “เขาไปแล้ว…แต่เธอยังมีฉัน”
อินทุอรร้องไห้ เธอปลดปล่อยน้ำตาเป็นครั้งแรก หิมะขาวสะท้อนแสงเทียนในบ้านไม้เป็นประกาย
ในวันงานรำลึกถึงคนสูญหาย อินทุอรกับศพิลยืนท่ามกลางฝูงชน เธอกระซิบ “ถ้าเรายอมรับอดีตได้ อนาคตก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว” ศพิลจับมือ “เราจะไม่หายไปอีกใช่ไหม” อินทุอรสบตานิ่ง “จะไม่มีใครถูกลืมอีก”
สองเงาร่างยืนเคียงข้างกลางหิมะ ดวงตาทั้งคู่เปล่งประกายความกล้า ดอกไม้เล็ก ๆ บนห้วงหิมะสีขาวคือสัญญาว่าความเศร้าจะไม่หลงเหลือในเงามืดอีกต่อไป