คืนบนลานหิมะ
เสียงเอี๊ยดอ๊าดของประตูตลาดเก่าเคลื่อนไหว ฝีเท้าหลายคู่วิ่งปัดหิมะที่เกาะหนาแน่นออกจากปลายรองเท้าบู๊ต ด้านนอกฟ้าสีฟ้าอมเทาสร้างบรรยากาศเย็นเฉียบ เมย์เดินนำ ทุกคนต่างหอบกระเป๋าเป้หลังคนละใบ สายตาเธอเต้นระริกระหว่างชั้นวางสินค้าโล่งเปล่า ดูวิตก หางคิ้วเธอกระตุกเมื่อเงียบเกินควร
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“มันมีอะไรมั่ง?” ต้าเดินควบเข้ามาตาม “ของกิน ของใช้อะไรก็เอาหมดนะ พรุ่งนี้อาจออกไม่ได้”
น้ำค้าง ชายร่างสูงใบหน้าเย็นเฉียบรีบเปิดตะเกียงแรง สูงยื่นมือช่วยส่องทาง บนปลายปากของเขามีรอยลอกจากความเย็น น้ำเสียงของเขาเข้มแต่แฝงความอ่อนล้า “ไวๆ หน่อย เมย์ เดี๋ยวประตูตลาดติดหิมะจะเปิดไม่ได้จริงๆ”
ส้ม นักศึกษาศิลปะแว่นโตถือถุงเปล่าไว้แน่น เธอพูดเบาๆ เหมือนกลัวว่าจะมีใครเข้าใจผิด “คืนนี้… ฟ้าไม่เปิดเลยนะ หนาวเข้ากระดูก”
เมย์ไม่ตอบ เธอหันกลับมามองหน้าผองเพื่อนแล้วหยุดที่ตู้แช่ “แค่ไม่ถูกแช่แข็งทั้งตัวก็พอใจแล้ว” รอยยิ้มจางๆ ช่วยปลอบใจคนอื่น
ทุกคนเร่งมือค้นหาของกิน พวกเขาเก็บกล่องบะหมี่สำเร็จรูป กระป๋องถั่ว ขนมขบเคี้ยวให้มากที่สุด มีเพียงน้ำค้างที่หยุดมองกระป๋องนมเปิดดื่มแล้ววางกลับชั้นวางเหมือนไม่ตัดสินใจ
เสียงฝีเท้าดังฉับพลันจากชั้นบนเงียบงัน ทุกคนหยุดนิ่ง เสียงหัวใจแต่ละคนเต้นแรง เมย์พูดเสียงเบา “ตลาดนี้มันปิดมานานแล้ว ไม่มีใครใช่มั้ย?”
“นอกจากเรา… ก็มีแต่พวกหมอก” ส้มเหน็บเสียงแหบ
“อย่าพูดหมวกๆ” ต้าเสริมพลางหัวเราะแห้ง
แต่ในห้องโล่งนั้น เงาสะท้อนของทุกคนบนหน้าต่างกรอบดำ ดูซ้อนทับและบิดเบี้ยวอย่างน่าอึดอัด
เมื่อเก็บของจนครบ ทั้งกลุ่มออกจากตลาด พวกเขาผ่านลานหิมะหนาแน่นที่ถูกกลบจนไม่เห็นรองเท้าตัวเอง ดวงตะแสงเดียวที่ชัดเจนถูกจับจ้องไปยังบางอย่างกลางลาน — รอยเท้าใหม่กดลึกลงบนหิมะ แต่ไม่มีใครเดินมาก่อน้
“นั่นใคร?” น้ำค้างกระซิบ ส้มถอยหลังไปหลบข้างเมย์
เมย์ลังเล หันมาสบตากับต้า ทุกสายตาว่างเปล่าเต็มไปด้วยคำถามและความหวาดระแวง
“เราออกมาไกลเกินไปแล้ว…” เมย์พึมพรำ หล่อนโบกมือ “กลับห้องกัน ก่อนที่สิ่งอื่นจะมาเห็นเรา”
อาคารที่พวกเขาพักอยู่เป็นบ้านไม้สองชั้นกลางเมืองหนาวเก่าแก่ กระจกหน้าต่างถูกหิมะกลบไว้ เฟอร์นิเจอร์เก่าแทบจะไม่เคยเปลี่ยนตัว เสียงประตูไม้บานโตส่งเสียงระงมยามที่ใครเปิดปิด ทุกคนเดินกระจายเข้ามุมตัวเอง
ต้าโยนเป้ลงที่มุมเตาผิงเผาไม้ “คืนนี้จะรอดมั้ยเนี่ย…” เขาขำทว่าตาแดงคล้ำ เมย์หันไปเบาเสียง “หยุดพูดมากเถอะต้าสักวันก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้สักอย่าง”
ส้มหลบตาแล้วนั่งไขว่ห้างที่เก้าอี้โยก เธอสะกดกลั้นเสียงสะอื้น น้ำค้างนั่งลงขอบหน้าต่างมือกำกระป๋องข้าว หน้าตาแข็งตึง แต่ในเงาสะท้อนแววตาโหยหาอะไรที่หายไปอย่างชัดเจน
เมย์กวาดสายตาไปทั่วทุกคน “เดี๋ยวเราต้องแบ่งเวรยาม ระวังหน้าต่างไว้ให้ดี”
มีความเงียบแผ่คลุม ทุกเสียงแตกต่างเต็มไปด้วยความกลัวฝังลึกมาก่อนหน้านั้น บางคนซ่อนมันไว้ บางคนระบายมันออกมา ทุกอย่างเหมือนเป็นละครที่ไม่มีพระเอกและไม่มีบทสรุปแน่นอน
เมื่อกลางคืนคลืบคลาน เสียงลมหวีดหวิวแทรกผ่านผนัง ข้างนอกไม่มีแสงไฟ ไม่มีสัญญาณมือถือ ไม่มีความหวัง มีเพียงความหนาวและรอยเท้าบนลานหิมะที่ทุกคนเห็นแต่ไม่มีใครอธิบายได้
น้ำค้างเฝ้ามองหน้าต่าง มือกำมีดพกแน่น เมย์ขดตัวอยู่ใกล้เตาไฟ ส้มหลับตาแน่นคล้ายจะกลั้นภาพในหัว ต้าพิงเตาไฟพูดเบาๆ “คิดถึงบ้านจังวะ… ถ้ากูได้กลับบ้าน กูจะไม่บ่นอีกเลย” ไม่มีใครตอบ เสียงเตาผิงแตกร้าวดังเป็นจังหวะเดียวในห้องที่อบอุ่นแต่ไม่มีก้อนใจใครรู้สึกว่ามันปลอดภัย
เพดานไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอีก อะไรบางอย่างไหลผ่านหน้าต่างอย่างวูบวาบ เงาดำโผล่ปรากฏในความมืด พวกเขาสบตากัน ต่างรับรู้ว่าบางอย่างได้เปลี่ยนไปและไม่มีใครล้อเล่นกับความกลัวได้อีก
เสียงเคาะหน้าต่างเบาๆ ดังขึ้น เมย์ชะงัก ลมหายใจขาดช่วง น้ำค้างเงี่ยหูฟัง ส้มหยุดร้องไห้ทันที ต้าจ้องเขม็งไปยังแสงไฟริบหรี่ตรงกระจก ยามเงาดำลากผ่านหน้าต่าง เสียงลมหยุด ทิ้งไว้เพียงความกลัวและความรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองจากบางสิ่งที่หาคำอธิบายไม่ได้
“ใครอยู่ข้างนอก!” น้ำค้างตะโกนออกกระจก แสงเทียนส่องสว่างชั่วขณะ
ไม่มีเสียงขานรับ ลมหยุดกึก รอยเท้าหิมะนอกหน้าต่างเพิ่มอีกหนึ่งคู่
คืนนั้นลากยาวจนดูเหมือนไม่มีสิ้นสุด ทุกคนหมุนเวรยาม เงาในหน้าต่างปรากฏเป็นระยะ เมย์นั่งซ่อนตัวใต้ผ้าห่ม ในมือถือรูปถ่ายใบเดียว ริมขอบรูปเขียนชื่อ “ปีย์” ตัวใหญ่ชัด มุมปากหล่อนสั่น ท่าทีดูเหมือนปิดบังความลับกับใครคนหนึ่งมาตลอด
คืนนั้นเอง ที่เสียงกระซิบดังในความฝัน — “ช่วยฉันด้วย…”
เมย์สะดุ้ง น้ำค้างนอนอยู่ข้างๆ หน้าซีด ส้มหลับไม่สนิท ต้าเดินวนไปมาเบื่อหน่าย เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องเล็กๆ ดังออกมาจากใต้ถุนบ้าน
“เสียงใคร? ได้ยินมั้ย?” ต้าร้องถาม แต่ไม่มีใครกล้าตอบ
ส้มลุกมาช้าๆ “ต้องมีอะไรอยู่ข้างล่าง…” เธอขี้กลัวแต่ก็เข้มแข็งแบบแปลกๆ น้ำค้างขอบตาซีดแต่จับมือเมย์ไว้แน่น “เราอยู่นี่… ไม่มีใครทิ้งใครแล้ว” น้ำเสียงนั้นเศร้ามากกว่าจะกล้าหาญ
ทั้งสี่คนหยิบไฟฉาย ค่อยๆ เปิดประตูลงใต้ถุน กลิ่นหนาว ความเปียกชื้นและกลิ่นสนิมตีขึ้นจมูก แสงไฟจับชายเสื้อเก่าเทาๆ พาดอยู่บนพื้น ส้มเห็นเงาคนเล็กๆ วิ่งวูบผ่านหัวบันได…
“ใครอยู่ที่นี่!” เมย์ตะโกนลั่น เสียงเงียบ เสียงลมหายใจของแต่ละคนดังแผ่ว สายน้ำแข็งเกาะพราวตามผนังบ้าน ทันใดนั้นเด็กสาวร่างเล็กนั่งกอดเข่ามุมผนัง เธอใส่เสื้อกันหนาวเก่าใบหน้าซีดเหมือนหิมะ เมย์ก้าวช้าๆ เขาใกล้หญิงสาว
“ปีย์…” เธอพูดชื่อที่ขอบรูป น้ำเสียงขาดห้วง เสียงสะอื้นปนดีใจ
เด็กสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้น อ้าปากเหมือนอยากพูดแต่ไม่มีเสียง น้ำค้างจับแขนเมย์ไว้แน่น แสดงออกถึงทั้งหวาดกลัวและปกป้อง
“เธออยู่ที่นี่มานานหรือยัง?” ส้มถาม เธอสั่น มองเพื่อนผ่านเงามืด
เด็กสาวผงกหัว เธอยกมือชี้หน้าต่าง
“มีอะไรข้างนอกเหรอ?” ต้าถาม น้ำเสียงแตกพร่า