ชมรมฟื้นฟูความหรรษาแห่งหอ 7A
เสียงเคาะประตูตอนหกโมงเช้าของวันเสาร์ ทำให้คนทั้งหอ 7A ต้องงัวเงียลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจ อาร์ท หนุ่มผมยุ่งผู้เชื่อมั่นในตัวเองเกินร้อย ตะโกนลั่นทันทีที่หัวโผล่ออกมาตามเสียงปลุก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ใครมาทำลายความฝันเด็กไทยเช้าๆเนี่ย!?”
ปลื้ม รูมเมตคู่บุญผู้คิดมากตั้งแต่ตื่นยันนอน แง้มบานประตูด้วยหน้าตางัวเงีย “เค้ามีประกาศอะไรหรือเปล่า ท่าทางจะเรื่องใหญ่…”
หน้าหอ มีป้ายใหม่แปะ “หอ 7A จะปิดสิ้นเดือนหน้า ถ้าไม่มีการจัดกิจกรรมชมรม” เสียงถอนหายใจประสานกันทั้งหอ ทุกคนหน้าเหวอ ยกเว้นอาร์ทที่จู่ๆตาเป็นประกาย
“ปลื้ม! นี่คือโอกาส! เราจะตั้งชมรมฟื้นฟูความหรรษา!” อาร์ทสะกิดกระตุกระดับกู้ภัย ปลื้มขมวดคิ้ว “เดี๋ยวนะ…ชมรมอะไรนะ?”
“ชมรมสร้างเสียงหัวเราะ! เราจะเป็นตำนาน!”
“มัน…ฟังดูยิ่งใหญ่ไปไหม เราแค่ต้องจัดกิจกรรมให้มีคนสนใจเองนะ” ปลื้มเสนอแผ่ว ๆ
“ไม่! งานนี้ทั้งหอจะต้องรู้จักพวกเรา! ต้องมีภาพจำ!”
ในห้องโถง อาร์ทลากปลื้มไปประชุมสายฟ้าแลบ สองคนยืนหน้ากระดานต่อหน้าเพื่อนหอ ดูไม่มีใครใส่ใจเท่าไหร่
“เพื่อน ๆ ทุกคน! เราจะสร้างชมรมฟื้นฟูความหรรษา!” เสียงอาร์ทกังวาน พร้อมวาดมือเป็นประกาย
“ความหรรษา…แบบไหน” เสียงโอ่ง เด็กหอจอมยียวน ยิ้มกรุ้มกริ่มถาม
“แบบ…ไม่เงียบเหงา ไม่บ้าน่าเบื่อ ทุกสุดสัปดาห์จะมีอะไรใหม่ ๆ ให้เซอร์ไพรส์!” อาร์ทตอบด้วยใบหน้าไม่มั่นใจเท่าเดิม
ปลื้มกระซิบ “เราไม่มีอะไรพร้อมเลยอาร์ท…”
“มั่นใจไว้!”
โอ่งยื่นมือขึ้น “แล้วใครจะรับผิดชอบ? ไม่อยากโดนชดใช้ค่าเสียหายแบบปีที่แล้วนะ” ทุกคนพยักหน้าแรงเหมือนเจ็บใจ
ปลื้มพยายามกัดปากอดทน “แค่กิจกรรมง่ายๆก็พอมั้ง”
“ไม่ได้! ต้องอลังการ!”
คืนนั้นสองคู่หูระดมสมองแบบไม่มีท่าใดเข้ากัน อาร์ทจดแผนเพี้ยน ๆ ลงสมุด ปลื้มค่อย ๆ ตัดทิ้งทีละข้อ “ประกวดร้องเพลงกลางดึก? คนข้างหอจะโทรแจ้งตำรวจ…แท็กทีมแข่งกินบะหมี่ เผื่อจะเกิดอุบัติเหตุ…”
“งั้นเดินแฟชั่นชุดนอน!” อาร์ทเสนอสุดแรง
ปลื้มกลอกตา “แล้วถ้าคนไม่กล้าออกมาเดินล่ะ?”
“งั้นเราต้องเป็นคนนำ!” อาร์ทหัวเราะลั่น
ปลื้มถอนใจหนัก “เซียมซีใบเดียวบอกชะตาหอเลยไหม?”
หลังระดมคิด วุ่นวายทั้งคืน สุดท้ายแผนแรกคือ “ชมรมฟื้นฟูความหรรษา: เปิดฤกษ์ด้วยปาร์ตี้หน้ากาก”
วันงานมาถึง อาร์ทใส่ชุดนอนลายเสือ ปลื้มใส่ผ้าปิดตาแบบนักมวย ทุกคนในหอเงียบกริบ…
“ใครจะเป็นคนแรก?” อาร์ททำท่าเชิญ ปลื้มขยับตัวหลบสายตาคนดู โอ่งเดินออกมาก่อนใครแต่เอาผ้าคาดเอวปิดหน้า
กิจกรรมจบลงภายใน 15 นาที คนร่วมงาน 4 คน จุดเริ่มต้น “เฟล” อย่างเป็นทางการ
ปลื้มเครียด “เราจะไม่รอดแน่อาร์ท…”
“ยังเหลือเวลาอีกสัปดาห์! ไม่ถอดใจ!”
อาร์ทเสนอแผนใหม่ กิจกรรมใหม่: “แข่งคิดมุกใน 3 นาที ใครขำออกเสียงถือว่าแพ้” กลายเป็น “ง่วงจนกรน” ใน 2 นาที
ปลื้มเสนอเกมเก่า “เล่นมายากลง่าย ๆ โอ่งชอบ” อาร์ทลองเสกไพ่แต่ดันเสกไพ่หล่นพื้นหมด ปลื้มหัวเราะเบา ๆ “อย่างน้อยคนดูขำ…กับความเฟล”
คืนต่อมา ความตึงเครียดยังคุกรุ่น อาร์ทเดินวนในห้องคิดหนัก “เราต้องสร้างปรากฏการณ์!”
ปลื้มเงียบอยู่พัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้น “จริง ๆ เราไม่จำเป็นต้องใหญ่โตอะไรขนาดนั้นมั้ง ขอแค่ทุกคนได้ออกมาพูดคุย หรือรู้สึกว่าเขามีที่ของเขาก็พอแล้ว”
“ของแบบนั้นจะไปสนุกยังไง?”
“เอาแบบ ‘คืนเล่านิทานผี’ ดูไหม อยากรู้หอเราน่ากลัวสุดตรงไหน!” โอ่งเสนอ ตกลงกันเงียบ ๆ
คืนนั้นมีคนมาร่วมเต็มห้องรวม หลายคนขนขนลุกกับเรื่องเล่าน่ากลัวแบบกึ่งจริงกึ่งแต่ง ไม่มีใครคิดออกว่าทำไม ‘ผี’ ในหอต้องชอบขโมยรองเท้าแตะ
ความสนิทเริ่มเกิด ทุกคนหัวเราะกับเรื่องแต่งกันเอง จบด้วยเสียงขำที่ไม่รู้ตัว
วันต่อมา มีใบประเมินกิจกรรม ติดชื่อ “ชมรมฟื้นฟูความหรรษา: ต่อจิ๊กซอว์หาตัวคนขโมยรองเท้า” อาร์ทมองปลื้ม ปลื้มมองอาร์ท ต่างก็ยิ้ม “แม้ไม่อลังการ แต่ทุกคนดูสนุกขึ้นนะ”
กลางคืนวันส่งรายงานกรรมการ จู่ๆเกิดความเข้าใจผิดใหญ่หลวง! มีรูปกลุ่มที่โอ่งถ่าย เขียน caption ว่า “เกิดคดีรองเท้าหอหายระบาด ชมรมฯ คือผู้ต้องสงสัย?” จนผู้ดูแลเกิดความเข้าใจผิดหนัก นึกว่าชมรมคือวงขโมยรองเท้า!
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกลางหอ ผู้ดูแลถามด้วยขันที “ขอให้ทุกคนในชมรมฟื้นฟูฯ อธิบายด่วน เรื่องขโมยรองเท้า!” ทุกคนระหว่างประชุมหน้าเครียด
ปลื้มหน้าซีด “ฉันบอกแล้วมุขสืบสวนมันจะมีแต่ปัญหา…”
อาร์ทฝืนหัวเราะแห้ง “เขาไม่ขำแน่…จะบอกยังไงดี”
ทุกคนในชมรมรวมตัวเล่าเหตุการณ์แบบขำ ๆ สลับกันจนดูเหมือนจะไปได้ดี ทันใดแม่บ้านประจำหอเดินมาขัดจังหวะ “รองเท้าพวกนี้หรือเปล่าคะ อยู่ในห้องเก็บของหมดเลย” ทุกคนหัวเราะก๊าก รวมทั้งผู้ดูแล
ผู้ดูแลส่ายหน้า “ถ้าตั้งชมรมขึ้นมาได้เฮฮาขนาดนี้ หอคงต้องเปิดต่อจนกว่าจะเบื่อกันเองแล้วล่ะ”
คืนวันประกาศผล อาร์ทรูมปลื้มและโอ่งยืนมองป้ายใหม่ “หอ 7A ยังเปิดรับแรงบันดาลใจใหม่ ๆ นะ!” ทุกคนยิ้มให้กัน หลังจากความผิดพลาดวุ่นวายและแผนเฟลไม่มีสิ้นสุด ได้กลายเป็นความทรงจำหัวเราะจนท้องแข็ง
อาร์ทเดินออกไปตะโกน “ชมรมฟื้นฟูความหรรษา…เปิดรับสมาชิกคนที่กล้าฝัน…แบบผิดพลาด!” ปลื้มทำท่าน้อมรับ “ใครกล้าเฟลยกมือ!” โอ่งยิ้ม “รอบหน้าต้องเจอชมรมขโมยของกินแน่”
เสียงหัวเราะและแผนเพี้ยน ๆ ยังดำเนินต่อไปในหอ 7A พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่ทุกคนแบ่งปัน