หอพัก…วุ่นวาย (แต่หัวใจไม่วายไปด้วย)
เสียงปลุกจากโทรศัพท์ดังขึ้นดับ ๆ หมอกรู้สึกตัว ก่อนจะเอื้อมไปปิดเสียงด้วยมือสั่น ๆ ความรู้สึกประหลาดใจวิ่งเล่นในหัว เขาใจเต้นระรัว—วันนี้วันแรกของชีวิตในหอพักแห่งนี้ หลังจากเดินเตะฝุ่นอยู่ที่บ้านมานาน ในหัวของหมอกมีแต่ภาพเพื่อนร่วมห้องซึ่ง (ในจินตนาการ) น่าจะเป็นคนสุขุม เงียบ สะอาด มีมารยาท
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แต่ทันทีที่เขาเปิดประตู เรื่องวุ่นวายก็เริ่มต้น บูม เด็กชายอวบที่ใส่เสื้อเชิ้ตหลวม ๆ กับกางเกงสามส่วน เดินเข้ามาพร้อมกล่องลังกองพะเนิน ท่ามกลางกลิ่นสเปรย์กันยุงลอยคลุ้ง บูมหันมายิ้ม “เอ้า! หมอกใช่ป่ะ? นี่ที่นอนของนายหรือเปล่า?”
หมอกเหวอไปนิด “ใช่…ของเราเอง แล้วของนาย…เอ่อ วางตรงไหนก็ได้เลย”
บูมวางของลงเสียงดังโครม ก่อนจะหยิบขวดน้ำปลาจิ้มจุ่มกับมาม่าสีซอง 8 สีออกมาเรียงบนโต๊ะ “ของจำเป็นหมด เลือกเลย อันไหนควรเก็บในลิ้นชัก?”
“น้ำปลา…กับตีนไก่…นายจะแช่ตู้เย็นดีไหม?” หมอกถามแบบสุภาพแต่ในใจอยากกรี๊ด
“ไม่ต้อง เค็ม ๆ ไว้เรียกเป็นอารมณ์” บูมตอบหน้าตาเฉย
ไม่ทันได้เริ่มต้นจัดของดีนัก เสียงจากห้องข้าง ๆ ดังลอดมา “เด็กใหม่! ล้างห้องน้ำด้วยจ้า!”
บูมกับหมอกสบตากัน “เค้าเรียกนายหรือฉัน?”
หมอกนิ่งไป “เราว่าเค้าหมายถึงเราทั้งคู่มั้ง…”
เปิดฉากวุ่นวายวันแรกในหอพัก—ทั้งสองเดินพรวดเข้าไปห้องน้ำที่ใช่ว่าจะสะอาดเสียทีเดียว หมอกหน้าจ๋อย งุนงงว่าควรเริ่มตรงไหนก่อน ขณะที่บูมดูเฉยเมยแต่จู่ ๆ ก็เทผงซักฟอกลงบนฝักบัว “ซักมันทั้งก๊อกนี่แหละ!”
เจอแต่น้ำยาที่มีแต่กลิ่นกะปิ บูมโยนผ้าถูพื้นลงถัง หมอกแอบเก็บเศษซองมาม่าจากพื้นโดยหวังว่าบูมจะไม่เห็น “มาม่าตกอ่ะ”
“เออ ๆ ผมซักแล้วกินไม่ได้เลยเนี่ย” บูมหัวเราะ
หมอกพยายามชวนคุยเพื่อความเกรงใจ “นายมาจากไหนอะ?”
บูมตบอก “บ้านนายก้อนะ! อุตรดิตถ์ใหญ่กว่าใน Google map อีก!”
“โห แสดงว่าเป็นคนบ้านๆ…” หมอกเกือบถามว่าปลูกข้าวเองไหม แต่กัดริมฝีปากไว้ทัน
พูดไปจัดห้องไป ทั้งสองต่างพยายามเคลียร์พื้นที่บนโต๊ะเดียวกัน หมอกชอบความเรียบร้อย บูมชอบวางของตามใจนึก สุดท้ายยุ่งเหยิงกว่าเดิม
เสียงเคาะประตูดังขึ้น คราวนี้เป็นรุ่นพี่หน้าตาดุพอประมาณ “ขอเช็คชื่อห้องใหม่ ใครเป็นหัวหน้าห้อง?”
หมอกเหลือบตาไปทางบูม แต่บูมรีบขยับข้างหลัง พร้อมหลบตา
หมอกหลุดปาก “บูมครับ!”
บูมหันขวับ “เอ๋?”
“ก็…นายดูมั่นใจดี”
รุ่นพี่ยื่นสมุด “ใครทำความสะอาดดีสุด บอกมา”
ทั้งคู่เงียบ หมอกเกร็ง บูมหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะตอบ “พวกเรายังไม่ทันได้กวาดเลยพี่…”
รุ่นพี่ขมวดคิ้ว “เหรอ เอาล่ะ ไม่ก็ไม่ เลี้ยงข้าวเย็นด้วยละกัน”
หมอกกระซิบ “เลี้ยงพี่หรือเลี้ยงตัวเอง?”
บูมหัวเราะหึ ๆ “เออ อาหารฟรีป่ะเนี่ย?”
เช้าวันถัดมา วุ่นวายกว่าคืนแรก หมอกตื่นก่อน หยิบขวดนมหมดอายุไปแช่ตู้เย็น ขณะที่มือยังไม่ทันปล่อย ฝาถูกปิดล็อกลั่น หมอกพยายามเปิดแต่ประตูล็อกค้างจากข้างใน บูมที่กำลังงัวเงียลุกขึ้นมาพร้อมกุญแจตกเตียง
“หมอก! ลืมกุญแจไว้ในห้องน้ำ!”
หมอกมองบูมอย่างหมดคำ “ก็นายเพิ่งเข้าห้องน้ำ…”
“เออเนอะ…” บูมเลียบ ๆ เคียง ๆ เดินไปขอความช่วยเหลือเพื่อนข้างห้องที่สัปหงกหน้าหงาย
“ขอโทษนะ พอรู้ไหมว่าโต๊ะประชุมนศ.อยู่ไหน?” หมอกถาม
เพื่อนข้างห้องตอบเสียงขุ่น “เราไม่ใช่ประธาน เอาไปถามห้อง 302 เดี๋ยวโดนด่าเอา”
สุดท้ายหมอกกับบูมเดินวนห้องผิดไปอีกสองชั้นเพราะนับเลขห้องจากซ้ายเป็นขวา ตลอดทางก็มีแต่เสียงกระซิบ “ดูคู่นี้ดิ ชุดนอนลายไก่”
เมื่อกลับห้องได้ ทั้งสองนั่งถอนใจ บูมเอานิ้วแตะโต๊ะ “นายถือโชคร้ายแต่เช้าเลยนะ”
หมอกปากแข็ง “ของนายเองเหอะ!”
การใช้ชีวิตหอพักยังคงป้วนเปี้ยนไปด้วยมื้ออาหารวุ่น ๆ หมอกพยายามหาโอกาสลองเดินไปโรงอาหารคนเดียว ดันไปหลงกับทางเข้าร้านแกง ป้ายร้านดันเขียนภาษาอังกฤษผิดว่า “Gang Rice” จนหมอกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแกงเผ็ดสุดพลัง สุดท้ายเดินออกมาแบบไม่กล้าสั่งอะไรเลย
บูมมาตามด้วยสีหน้ายิ้ม “โอ้ย ไปไหนมาครึ่งชั่วโมง นายไม่กินข้าวหรือจะอดตาย?”
หมอกอาย ๆ “ก็ป้ายมัน…ทำไมร้านแกงชื่อแปลกอะบูม”
บูมหัวเราะลั่น “มันคือข้าวแกงไม่ใช่แก๊งค์ข้าว อะไรแบบนั้น!”
ทุกมื้อค่ำ สองคนต้องสลับกันรอคิวใช้กะทะไฟฟ้า ทำอาหารผิดสูตรวุ่นวาย บูมเคยใส่ซอสพริกในข้าวต้ม หมอกชิมแล้วสำลัก “นายเรียกว่าต้มระเบิดหรือยังไง!”
แต่บูมภูมิใจ “กินไม่ได้ก็ซอสอีกขวด!”
ยังไม่พอ ความวุ่นวายรอบตัวพาให้ทั้งสองเข้าไปยุ่งกับกิจกรรมมหาวิทยาลัยไม่หยุด หมอกสมัครแข่งขันตอบปัญหาวิทยาศาสตร์เพราะคิดว่าตัวเองจะชนะ แต่ดันเจอบูมโผล่มาเป็นตัวช่วย
“ข้อไหนที่คิดยาก ฝากบูมตอบได้เลย นายมั่นใจขนาดนี้”
บูมหัวเราะ “ก็ได้ แต่ข้อกี่ข้อนะ?”
หมอกพึมพำ “20 ข้อตอบให้ได้ดี ๆ ก็พอ”
เริ่มการแข่งขัน ปรากฏว่าบูมตอบคำถามเรื่องฟิสิกส์ด้วยเนื้อหามาจากชีวิตบ้านนา เช่น “แรงเสียดทานก็เหมือนถูพื้น ตอนใช้น้ำมันมะพร้าว” หรือ “แรงเสียดทานเวลาหมูขูดต้นไม้” ทุกคนในทีมงงเป็นไก่ตาแตก หมอกถึงกับเอามือกุมขมับ
หมดวัน หมอกถอนใจยาว “ชีวิตหอพักนี่…วุ่นวายขนาดนี้ทุกวันเลยเหรอเนี่ย”
บูมยังยิ้ม “สนุกจะตายไป! นายคิดว่าตลอดปีนี่จะมีคนน่าเบื่อมาอยู่ด้วยอีกปะ?”
คืนหนึ่ง ประตูห้องน้ำดันล็อกค้างอีกแล้ว คราวนี้ทั้งคู่ตะโกนขอให้คนข้างห้องช่วย โทรศัพท์ที่วางไว้ในห้องดันหมดแบตเตอรี่ ตะโกนจนเสียงแหบเพื่อนข้างห้องเดินมากดกริ่ง ก่อนจะพูด “เปิดง่ายจะตาย” แล้วดึงลูกบิดออกจากกันแบบไม่ตั้งใจ หมอกกับบูมหน้าเสีย แต่หัวเราะกลิ้งเมื่อดูวิธีสุดพิลึกนี้
วันต่อมามีกิจกรรมประกวดแต่งห้อง หมอกคิดมากว่าควรผูกม่านยังไงให้ดูเรียบร้อย บูมเสนอเอาลูกบอลของเล่นยัดขอบให้พอง ๆ “แบบในมืองานวัด สนุกจะตาย!”
คณะกรรมการเดินมาดูห้อง พูดขึ้นว่า “นี่ห้องเด็กปีหนึ่งหรือร้านเล่นลูกบอล?” หมอกกลืนก้อนน้ำลาย บูมกระซิบ “เจ๋งเนอะ”
ช่วงใกล้สอบ หมอกเครียดจับใจ บูมหนีไปนอนฝันหวาน เจ้าตัวบ่น “นายอะคิดอะไรนักหนา เย็นไว้”
แต่เมื่อวันประกาศผลสอบมาถึง หมอกดันทำข้อสอบตกวิชาเดียวที่คิดว่าทำได้ บูมหัวเราะ “นายนี่ตลกกว่าชีวิตบ้านเราตอนโดนน้ำท่วมอีก”
แต่แล้วสิ่งที่เปลี่ยนใจหมอกคือค่ำคืนหนึ่งที่หลงลืมกุญแจเข้าหอทั้งสองคน ต้องนั่งคุยตรงสวนหน้าหอ หมอกกลั้นใจพูด “อยู่กับนาย ฉันเหมือนอยู่บ้าน …บ้านที่ยุ่งเหยิง”
บูมหัวเราะ “อย่างน้อยก็ไม่เหงาใช่ไหม?”
สุดท้าย ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนสนิทที่ใครในหอพูดถึงในฐานะผู้สร้างมุกประหลาด (แต่ช่วยกันเก็บกวาดห้องได้ดีที่สุดในรอบเทอม) วันสุดท้ายก่อนกลับบ้าน หมอกพูดว่า “สรุปแล้วหอพักที่วุ่นวายก็มีข้อดีแฮะ”
บูมหยอด “แต่อย่าให้แม่มาเห็นสภาพห้องนะ ไม่งั้นทุกอย่างจะวุ่นวายกว่าเดิม”
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง ปิดท้ายปีแห่งมิตรภาพ ที่ชีวิตวุ่นวายจะกลายเป็นเรื่องฮาเสมอสำหรับคนสองคนนี้