ชมรมฯ ชุลมุน: วุ่นรักวุ่นรายการวิทยุโรงเรียน
เสียงกระดิ่งโรงเรียนดังขึ้นกลางสายวันอันแดดจ้า ห้องกิจกรรมชมรมวิทยุคึกคักเป็นพิเศษ เสียงศรี (เด็กม.5 กัปตันชมรมสุดมั่นหน้าตาไม่ค่อยเป๊ะ แต่มักแต่งตัวจัด ชอบพูดจาหวือหวาเกินเหตุ) กำลังยืนวางแผนอย่างเข้มข้นกับ ไม้ (รองกัปตันติ๋ม ๆ ไม่ค่อยพูด แต่คิดเยอะ) และ ดารา (เด็กใหม่หน้าตาสดใส พูดตรงไปตรงมาแบบไม่คิดมาก)
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ฟังก่อนนะทุกคน! ปีนี้เราต้องหาสมาชิกใหม่เข้าให้ได้ ถ้ายอดไม่ถึง 5 คน โรงเรียนจะยุบชมรม!” เสียงศรีเดินวนรอบโต๊ะจีบหัวคิ้วแน่น
ไม้เงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึก เสียงเบา “แต่ปีที่แล้ว ก็เกือบโดนยุบอยู่แล้วนะครับ ถ้านายไม่เผลอใส่โฆษณาตัดรายการตัวเองไปจนฝั่งฝ่ายปกครองโทรมาด่า…”
ดาราลากเสียงยาว “จริง ๆ เราก็ยังไม่รู้เลยว่ารับใครมาได้บ้างปะ เสียงศรี…แกไม่จำเป็นต้องแสดงความคิดเห็นเยอะขนาดนั้นก็ได้เปล่า”
เสียงศรียิ้มตาเป็นประกาย “เชื่อหัวใจของฉัน ครั้งนี้เราจะคนมาเป็นคิวรั้วโรงเรียนแน่ ๆ ดูดิ!”
ไม้นั่งจดจ่อที่สมุด คลับคล้ายว่าจะเสนอไอเดียใหม่ แต่เสียงศรีก็ประกาศออกไมค์ลั่นห้อง “รับสมัครสมาชิกใหม่เฉพาะคนมีไอเดียสุดจัด ชอบพูด ไม่กลัวไมค์ และ…หน้าตาดี! ฮิฮิ เอ้ย จริงจังนะ!”
ไม่ทันจบประโยค แก้ว (สาวแว่นสุดเนิร์ดจากชมรมหุ่นยนต์) วิ่งพรวดเข้ามา ใช้เสื้อกันหนาวโพกหัวเหมือนนักวิทยาศาสตร์บ้า “ขอโทษ! พวกเธอเห็นสายไฟต่อพ่วงของชมรมมั้ย? วิ่งมาทางนี้ไหม?”
ทุกคนชะงัก เสียงศรีรีบตบไม้ให้หยิบใบสมัคร “สมัครเข้าชมรมวิทยุนะคะ ถ้าอยากดัง!”
แก้วหน้าเหลอหลา “ชมรมหุ่นยนต์ขอยืมห้องวิทยุเอง ฉันไม่ได้จะ…”
แต่เสียงศรีลากแก้วมาข้างหน้า “โอเค! สมาชิกใหม่คนแรกก็มาแล้ว! ปรบมือ!”
ไม้ถอนหายใจ “แกไม่ได้เข้าใจอะไรผิดใช่ไหมเสียงศรี…”
เสียงศรีหันค้อน “นายไม่เข้าใจ! เซอร์ไพรส์แบบนี้แหละถึงน่าจำ!”
ฉากถัดไป ดาราชวนทุกคนวางแผนขยายทีมต่อ นำเอาโปสเตอร์ไปรอบโรงเรียน โดยดึงรายละเอียดสุดเว่อร์ เช่น “ได้ออกอากาศประจำ ได้กินโดนัทฟรี แถมอาจได้ออกเพลงกับวงดนตรีลับประจำโรงเรียน!”
ปัง! โต๊ะข้าง ๆ มีเด็กชายตัวจิ๋วมองมาอย่างสนใจ “อยากชิมโดนัทฟรี…” ดารารีบเขียนชื่อเด็กชายในใบรับสมัคร
บ่ายนั้น ข่าวชมรมวิทยุเปิดใหม่แพร่กระจายไวกว่าโน้ตบันทึกครูฝ่ายปกครอง กลายเป็นว่าน้อง ๆ ปีหนึ่งสามสี่คนหลงคิดว่าจะได้กินขนมทุกวัน ทยอยมาสมัคร หนึ่งในนั้นมีโค (ลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ พูดไทยติดสำเนียงเหนือ และอ่านสคริปต์เป็นภาษาเหนือจนฮาทั้งห้อง)
เสียงศรีตั้งโต๊ะสัมภาษณ์สมาชิกใหม่ จู่ ๆ เจอเน้นเรื่องหน้าตาจริงจัง “ถ้าอยากจะเป็นดีเจ ต้องมั่นใจเวลาพูดแบบนี้” แล้วแกล้งทำเสียงเข้ม ๆ พร้อมเต้นประกอบ
แก้วเริ่มเงียบ ๆ พยายามจะอธิบายว่าเข้าห้องผิด ดึงเสื้อออกเหลือแค่ชาแนลชมรมหุ่นยนต์ แต่โดนเสียงศรีขวาง “ขอสัมภาษณ์สดเลยละกัน! พูดอะไรให้เราฟังหน่อย!”
แก้วอ้ำอึ้งแต่เผลอเล่าการต่อสายไฟหุ่นยนต์อย่างเมามันส์ เสียงศรีกับดาราหัวเราะเพราะคิดว่าแก้วแกล้งเล่นเป็นตัวละคร
ขณะเดียวกัน ไม้เริ่มสังเกตปัญหา “เอ่อ…ใครพิมพ์ใบสมัครผิดวะ? กติกาเขียนว่า แสดงความสามารถพิเศษเกี่ยวกับ…จิ้งจก?”
เสียงศรีสะดุด “อ้าว ฉันแค่ลืมแก้เทมเพลตปีที่แล้วเอง”
ดาราหยิบใบสมัครขึ้นดู ขำ “โอเค งั้นเดี๋ยวเราหาเวลาเทสต์จิ้งจกกันเลยไหม?”
ช่วงเย็น รายการทดลองออกอากาศครั้งแรกโดยสมาชิกใหม่ทุกคนยังเข้าใจผิดคิดว่าจะต้องทำรายการเกี่ยวกับเรื่องสัตว์เลื้อยคลาน โคถือกล่องใส่จิ้งจกมาแกว่งให้ดูพร้อมเล่าประวัติสัตว์ในภาษานอร์เวย์
ดารากระซิบกับไม้ “เฮ้ย ฉันนึกว่ามีแต่คนบ้าดาวเทียมที่ชอบเอางูเอาจิ้งจกมาออกรายการซะอีก”
ไม้หน้าเคร่ง “นี่มันผิดแน่ ๆ แล้วเสียงศรี…”
เสียงศรีเดินเข้ามาบอก “รายการปีนี้ต้องว้าว! ต้องแตกต่าง! พรุ่งนี้เราต้องอัดเทปรายการส่งเข้าประกวดโรงเรียน”
ตกกลางคืน สมาชิกในชมรมป่วนบ้านใครบ้านมันเพื่อเตรียมหาของประกอบฉากรายการ บ้างรีบไปหาน้ำผึ้ง บ้างเตรียมชุดแต่งสัตว์ สุดท้ายแก้วชวนเพื่อนในชมรมหุ่นยนต์เอาหุ่นแมวเลื้อยมาป่วนรายการ
เช้าวันถัดมา ก่อนจะเทปรายการ ทุกคนเจอป้ายเตือนใหม่จากฝ่ายปกครอง “ห้ามนำสัตว์เลื้อยคลานหรือสิ่งแปลกประหลาดออกอากาศเด็ดขาด!”
เสียงศรีรวบรวมสมาชิก “ทำไมโรงเรียนใจร้ายอย่างนี้? เอาเถอะ! เราต้องหาอะไรเด็ด ๆ กว่านี้!”
ดารายิ้มร้าย “เอ้า ไหน ๆ ใครมีไอเดียดี ๆ! อย่าเงียบสิ!”
ไม้เสนออย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “ถ้าทำรายการสัมภาษณ์ ‘เพื่อน ๆ ที่เข้าใจผิด’ ล่ะ?”
โคยิ้มกว้าง “กับข้าวกับปลา เป๋นคนฮู้ผิดเสมอ” ทุกคนหัวเราะกันใหญ่
เสียงศรีตบมือ “เจ๋ง! งั้นเราอัดเทป ‘ถกเข้าใจผิด’ สดเลย เห็นมั้ยไอเดียนายก็ใช้ได้!”
เทปออกอากาศเริ่มจากความงง บางคนไม่ได้พูดชัด บางคนคิดไปเอง แก้วยังไม่รู้ว่าถูกนับเป็นสมาชิกชมรม ขณะที่รายการดำเนินไป สคริปต์ปะทะกันจนผิดคิว ดาราอ่านสคริปต์ผิด โคเปลี่ยนภาษาโดยไม่รู้ตัว แต่ทุกคนกลับหัวเราะมากขึ้นเรื่อย ๆ
เข้าใจผิดสำคัญเกิดขึ้นเมื่อครูฝ่ายปกครองเดินมาหน้าห้องและแอบฟัง พบว่ารายการพูดถึง “การรับมือกับจิ้งจกในใจ” คิดว่าเป็นรายการจิตวิทยา จึงไปประกาศในสายพานเสียงโรงเรียนว่า ชมรมวิทยุปีนี้ “สร้างสรรค์รายการเยียวยาใจเด็ก”
ทุกคนสับสนว่าจะไปชี้แจงหรือปล่อยเลยตามเลย ไม้เริ่มวิตก “ฉันว่ามีคนเข้าใจผิดซ้ำ ๆ เป็นโดมิโนนะ”
เสียงศรีลุกขึ้น “เป็นผู้นำ ต้องมั่นใจ! ต่อให้รายการผิดจุด ก็เต็มที่เข้าไว้!”
ดารา “ถ้ามีคนเข้าใจผิดแปลว่าจำง่ายดีปะ มันก็สนุกแบบงง ๆ ดี”
แก้วเริ่มคล้อยตาม “ลองอยู่ชมรมนี้ไปก่อนก็ได้เนอะ… เผื่อจะได้กินขนมฟรี!”
ระหว่างเตรียมเทปส่งประกวด แต่ละคนพยายามนำเสนอความสามารถตัวเอง บ้างเล่นเดี่ยวไมโครโฟน บ้างร้องเพลง แต่ทุกอย่างสะเปะสะปะซ้อนกันเป็นลูกโซ่ปัญหา กลายเป็นเทปรายการที่ต่อท้ายกันมั่ว ๆ
ครูฝ่ายปกครองไปเปิดเทปต่อหน้าผู้บริหาร ปรากฏว่าการบันทึกเสียงกลับตัดต่อผิดตอน เหลือแต่เสียงหัวเราะ เสียงมือขยี้ไมค์ และเสียงศรีทำเสียงหล่อ…
เสียงศรีหน้าเสีย “เราทำพังหมดแล้ว…”
แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น ครูใหญ่คิดว่ารายการตั้งใจจะทำให้หัวเราะช่วยผ่อนคลาย เลยประกาศให้ชมรมรอดพ้นการถูกยุบ พร้อมทั้งแจกโดนัทฟรีให้สมาชิกทุกคน!
ทุกคนนั่งหัวเราะกับความวุ่นวายตลอดสัปดาห์ ดารากัดโดนัทแล้วหันไปถามเสียงศรี “ตกลงเราได้สมาชิกใหม่เพราะใครกันแน่เนี่ย?”
ไม้ยิ้มเบา ๆ “ดูเหมือนเราจะได้เพื่อนใหม่เยอะกว่าที่คิดนะ”
แก้วหยอดวาทะตามประสา “ขอของแถมอีกถุงได้มั้ย?”
เสียงศรีกอดเพื่อน “สุดท้าย ยิ่งอลังการก็ต้องซวยก่อนจะดี…แต่ถึงวุ่นแค่ไหน มีเพื่อนแบบนี้ก็ดีสุดแล้ว!”
เสียงฮาแว่วไปทั้งห้องชมรม รายการหน้า…คงจะวุ่นหนักกว่าเดิมแน่!