กลยุทธ์กะเพราไข่ดาว: ภารกิจหิวสุดโกลาหล
เสียงท้องร้องดังลั่นในห้องพักอากาศร้อนอบอ้าวของเบญจา มันคือสัญญาณเริ่มต้นของความวุ่นวายที่กำลังมา เบญจานั่งเหงื่อซึมด้วยสายตาแน่วแน่ หวังจะเติมเต็มช่องว่างในท้องด้วยเมนูในตำนาน—กะเพราไข่ดาว ทำไมต้องไปซื้อในเมื่อทำเองก็ได้? เขาตบเข่าเปรี้ยงทั้งที่ยังไม่ล้างจานเมื่อเช้า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ฝุ่น มีหม้อไหม?” เบญจาตะโกนถามเพื่อนร่วมหอที่หมกซุ่มอ่านหนังสือบนเตียง ฝุ่นถอนหายใจเบา ๆ แล้วตอบเรียบ ๆ “ถ้ามีหม้อ เราไม่กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารหลักหรอกเบญ”
น้ำหนึ่ง ที่นั่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ ผงกหัวขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำว่า “อาหาร”—เธอคือจอมวางแผนประจำกลุ่ม “เฮ้ จะทำเองเหรอ เห็นคืนนี้มีประกวดร้องเพลงตรงหน้าเซเว่นนะ จะให้เราร้องเพลงล่อเจ้าของร้านอาหารให้แจกกะเพราฟรีไหม?”
“พูดอะไรของเธอเนี่ยน้ำหนึ่ง!” ฝุ่นมองอย่างงุนงง เบญจาหัวเราะแห้ง ๆ “ไม่ต้อง ถึงเวลาโชว์ฝีมือเราแล้ว”
ก้อง เพื่อนร่วมหอข้างห้อง เดินเข้ามาในจังหวะพอดี “ได้ข่าวว่าทำกับข้าวเหรอ นึกถึงพ่อเลย สมัยเรียนเคยระเบิดครัวบ้านจนแม่ไม่ให้จับเตาอีกเลย แต่ถ้าขาดเครื่องปรุงอะไรบอก”
เบญจารวบรวมพลพรรคและแจกภารกิจ ฝุ่นไปค้นหาเครื่องครัวในห้องน้ำหนึ่ง ก้องรับหน้าที่จดลิสต์เครื่องปรุงที่ขาด ส่วนตัวเองขอเป็นหัวหน้าทีมบัญชาการอย่างมั่นอกมั่นใจ “เชื่อมือเรานะ เรื่องทำอาหาร—ขอแค่ตั้งใจ ทุกอย่างเวิร์ค!”
น้ำหนึ่งกับฝุ่นเดินออกไปหาซื้อของ ฝุ่นขี้กังวลเดินลากรองเท้าแตะพลางพร่ำบ่น “เราไม่แน่ใจนะ ว่ากะเพรากับโหระพาคืออย่างเดียวกันไหม ถ้าซื้อมาผิดเบญจะงอนไหม”
น้ำหนึ่งผิวปากพูดพลางหัวเราะ “งอนก็ดี จะได้ตัดรายจ่ายเพื่อนคนหนึ่งในมื้อหน้า” ด้วยความที่กระเป๋าตังค์ฝุ่นมักหาเงินไม่ค่อยเจอ โอกาสซื้อมาผิดจึงสูงขึ้นไปอีก
ขณะเดียวกันก้องเดินวนรอบหอพัก ไล่หามีดกับเขียงโดยถามทุกห้องอย่างเอาจริง “ขอมีดหน่อย ทำกะเพรา!” ได้แต่มีดปอกผลไม้เล่มเท่าหลอด กับเขียงไม้ตรงสุดที่ปลายเป็นรอยเจาะรูปหัวใจ เขากลับห้องแบบภูมิใจ
น้ำหนึ่งกับฝุ่นเดินมาถึงแผงผักหน้าหอ ฝุ่นกังวลหนัก “ถามเค้าดีกว่าไหมว่าใบไหนกะเพรา ใบไหนโหระพา” น้ำหนึ่งทำท่ามั่นใจแบบไม่ได้รู้จริง “อ๋อ ดูจากเส้นใบ—มั้ง…” ฝุ่นยังไม่เชื่อ “ถ้าผิดนี่วันนี้จะกินอะไรกันล่ะ?”
เหตุการณ์หน้าร้านสดใสเพราะคนขายเข้าใจผิด น้ำหนึ่งถามหา “ใบกระเพราแท้ ๆ” พ่อค้ารีบบอก “เหลือแต่ใบนี้จ้า—รับไหม?” ฝุ่นพึมพำ “ถ้าไม่ใช่ เบญคงโวย” สุดท้ายซื้อมาทั้งที่ใจไม่แน่
กลับถึงหอ ทั้งกลุ่มรวมตัวหน้าห้องครัวเล็ก เบญจาจ้องถุงผัก “ใช่กะเพราใช่ไหม?” น้ำหนึ่งตอบติดตลก “ดูไปก็คล้ายอยู่” ก้องหายใจเข้าลึก ใช้มีดปอกผลไม้ผัดทุกอย่างในกระทะ ซึ่งฝุ่นเผลอเดินสะดุดสายชาร์จไฟมือถือ ทำไข่ที่กำลังทอดกระเด็นตกพื้น
“แย่ละ!” ฝุ่นกล่าวหน้าซีด น้ำหนึ่งตอบสะท้าน “ถือว่าได้กินโปรตีนแถมแบคทีเรียนิดหน่อยพอดี” เบญจาเก็บอาการ “ไม่เป็นไร เรามีไข่ตั้งห้าฟอง ลุย!”
แต่เมื่อเปิดถุงไข่นั่นเอง ทุกคนชะงักพบว่าในนั้นคือ ไข่เป็ด ไม่ใช่ไข่ไก่ ก้องพูดติดขำ “จะเวิร์คไหมเนี่ย ลองก่อนละกัน” เบญจาตัดสินใจ “เอาวะ ไข่เป็ดก็ไข่เป็ด ดูดีในรูปกับข้าวหลายครั้ง”
ทุกคนตั้งใจลงมือ ผัดผักสับกระเทียม นำหมูใส่ลงกระทะ (ซึ่งค่อย ๆ หันไปสังเกตว่าทำไมกลิ่นมันแปลก ๆ) ก้องยืนถูมือด้วยความหวังว่าเมนูนี้จะชนะใจตัวเองกับพ่อแม่ในอดีต
ขณะที่ฝุ่นกำลังมองเครื่องปรุง ก็งงเพราะขวดน้ำปลาเขียนว่า “น้ำปลาแปลงสูตร” ด้วยตัวหนังสือเล็กๆ น้ำหนึ่งหัวเราะ “สงสัยเป็นน้ำปลาชีวภาพ ลองดู!”
เบญจาตอกไข่เป็ดลงในกระทะด้วยท่าทีมั่นใจเต็มที่ ไข่แดงเด้งชูตู้มสูงจนน้ำหนึ่งขำ “ไข่อะไรเด้งได้ขนาดนี้” ก้องเข้าไปดูใกล้ๆ พลันไอเพราะกลิ่นคาวขึ้นจมูก
ผลสุดท้าย สิ้นเสียงกะเพราผัดเสร็จ กลุ่มเพื่อนแต่ละคนลองชิมพร้อมกัน—แก้มตุ่ย น้ำหนึ่งเบ้หน้า “อื้ม…เค็มมาก…” ฝุ่นบ่นเบา “มีกลิ่นโหระพานำเลยนะ เอ๊ะ หรือว่า…”
ทันใดนั้น เบญจาลุกขึ้น “เฮ้ย พลาดตรงไหนเนี่ย!” น้ำหนึ่งงึมงำในลำคอ “คงพลาดอย่างเดียวไม่ได้มั้ง…”
เวลาเที่ยงคืนกว่าทุกคนยังหิวจัด แต่ยังไม่ยอมแพ้ เบญจาเดินตีหน้าดุออกไปขอยืมไข่ไก่จากห้องข้าง ๆ ได้มา 2 ฟอง น้ำหนึ่งติดรถกลับเข้าหอด้วยมือเปล่า แต่พร้อมลุยรอบใหม่
ก้องคว้ามีดปอกผลไม้รูปหัวใจ ผ่าไข่อีกครั้ง “รอบนี้ขอให้ได้รอด” ฝุ่นหันมาบ่น “จริง ๆ เราชอบกินข้าวต้มมาก กะเพรามันซับซ้อนเกินไปสำหรับพวกเรา”
เตรียมเครื่องปรุงใหม่ท่ามกลางบรรยากาศกดดัน น้ำหนึ่งกับเบญจาช่วยกันแต่ดันหัวชนกันเอง ก้องต้องแยกทั้งคู่ให้ห่างกระทะเพื่อความปลอดภัย ฝุ่นงงว่าทำไมกะเพรามันสุกไม่พร้อมกับหมู
ฝุ่นอดสงสัยไม่ได้ “เวลาในสูตรบอกอย่างไร ทำไมเราต้องพลิกไปพลิกมา?” น้ำหนึ่งตอบ “สูตรมันสำหรับคนรวยเครื่องครัว เรานี่รุ่นประหยัดไง”
เบญจาใจร้อน ใส่ซอสทั้งหมดพร้อมกันจนระอุ ก้องทะลึ่งเพิ่มน้ำตาล เหตุผลคือ “จะได้ตัดเค็ม” ฝุ่นพูดเสียงเบา “แต่ไม่รู้ว่าต้องใส่เท่าไหร่” น้ำหนึ่งลากเสียงยาว “อย่าเยอะไป เดี๋ยวกลายเป็นหมูผัดน้ำตาล”
และแล้วสุดท้าย ครัวหอพักแห่งนี้ก็ปรุงจานกะเพราหน้าตาประหลาด ผักโหระพาตีกับเนื้อหมู ไข่ไก่ทอดเป็ดหนาหนึบอยู่บนนั้น ทุกคนจ้องจานตรงหน้า จังหวะนั้นเสียงท้องร้องยิ่งดัง
“เอาไงดีล่ะ?” น้ำหนึ่งเป็นคนแรกที่กล้าชิม “ก็พอกินได้แหละนะ” เบญจาฝืนกัด ก้องหัวเราะ “รอดแล้วเว้ย!” ฝุ่นยืนยังกล้า ๆ กลัว ๆ ก่อนแอบคีบไปกิน
ก่อนที่ฝุ่นจะพูดจบ น้ำหนึ่งก็ลุกขึ้นมาประกาศ “ครัวนี้เท่านั้นที่ทำอาหารเมนูเดียวสองรสชาติ!” ก้องตบหลังฝุ่นเบา ๆ พร้อมเสียงหัวเราะ “ถ้าพ่อเรารู้ว่าทำแบบนี้ คงซึ้งใจรีบส่งหม้อไฟมาให้แน่”
เบญจา เฮ้อออกมาดัง ๆ “กินข้าวคืนนี้ แต่ว่า… วันหลังไปซื้อหน้าปากซอยกันดีไหม?”
น้ำหนึ่งตอบพร้อมรอยยิ้ม “แต่ประสบการณ์แบบนี้ ซื้อที่ไหนก็ไม่ได้!” ทุกคนยิ้มด้วยกัน
แสงไฟในห้องครัวดับเหลือแต่ไฟหัวเตียง เสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อนดังปนกับท้องร้องรอบดึกเป็นฉากปิด เหลือเพียงรอยยิ้มในค่ำคืนที่หิวกับวุ่นวายสุดขอบ
ก้องทำหน้าตาย “เอาอย่างนี้ ครั้งหน้าเราทำต้มมาม่าไหม?” ฝุ่นรีบสวน “ขอเป็นต้มจืดก็พอ…” ทุกคนหัวเราะก๊ากอีกรอบ ก่อนปิดไฟนอนฝันถึงอาหารอร่อยที่ไม่ต้องลุ้นโชคอีกต่อไป