หอพักหมายเลข 12
เสียงล้อกระเป๋าเดินทางลากไปตามพื้นคอนกรีตหยาบ ๆ ของโถงหอพักหญิงหมายเลข 12 ในมหาวิทยาลัยชนบทที่ห่างไกลความวุ่นวาย หญิงสาวคนหนึ่งชื่อมินตราเดินมาด้วยท่าทางลังเล เธอหยุดหน้าประตูไม้เก่า มองป้ายสนิมเขียนว่า ‘หอพักหญิง 12’ อย่างไม่มั่นใจ หายใจลึก เอื้อมมือแตะลูกบิดแล้วผลักเข้าไป
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!กลิ่นอับเก่าและกลิ่นน้ำยาถูพื้นฉุนจมูกทันที ทางเดินยาวเงียบกริบ แม้จะเป็นเวลาเย็น แต่แดดอ่อนก็ทำให้เงาของราวบันไดทอดยาวผิดปกติ เสียงนกร้องราวกับอยู่ไกลแสนไกล มินตราเดินหาห้อง 204 มือจับกระดาษที่จดหมายเลขห้องไว้แน่น
“ขอโทษค่ะ…” เสียงหนึ่งดังแว่วจากห้องข้าง ๆ มินตราชะงัก หันไปพบหญิงสาวท่าทางมั่นใจ ผมหยักศกยาว ใส่เสื้อยืดเก่า ๆ ยืนอยู่หน้าห้อง 202 “เพิ่งย้ายมาเหรอ?”
“ค่ะ…ชื่อมินตราค่ะ” มินตรายิ้มบาง ๆ ก้มหน้าหลบตา
หญิงสาวคนนั้นหัวเราะเบา ๆ “เราอาย…อยู่นี่ปีสามแล้ว ถ้ามีอะไรถามได้เลย หอพักนี้มัน…แปลก ๆ หน่อย แต่ไม่อันตรายหรอก”
เสียงหัวเราะดูแปลกประหลาด มินตรารู้สึกเหมือนมีบางอย่างซ่อนอยู่ในถ้อยคำ เธอฝืนยิ้ม เดินเข้าไปในห้อง 204 ที่ว่างเปล่า มีเพียงเตียง โต๊ะ และตู้เสื้อผ้าคลาสสิกสีหม่น ๆ หน้าต่างเปิดรับลมเย็นที่แฝงความชื้น
ขณะจัดของ มินตราได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ เดินผ่านประตูห้อง เสียงหยุดแล้วเงียบงัน คล้ายใครบางคนยืนอยู่หน้าห้องเธอ เธอกลั้นหายใจ ฟังอยู่ครู่หนึ่งก่อนเสียงจะจางหายไป
คืนนั้น มินตราม้วนตัวอยู่บนเตียง เสียงนาฬิกาผนังเดินช้า ๆ ท่ามกลางความเงียบ เสียงแอร์เก่า ๆ ดังขึ้นเป็นระยะ แต่ก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างเคลื่อนไหวในมุมมืดของห้อง เธอหลับตาแน่น พลางคิดถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เธอต้องหนีมาอยู่ที่นี่
เช้าวันต่อมา หลังจากอาบน้ำแต่งตัว มินตราเดินออกมาเจอสาวอีกสองคนกำลังนั่งกินข้าวกล่องตรงโต๊ะส่วนกลาง “มานั่งด้วยกันไหม?” คนผมสั้นพูดขึ้นก่อนจะยิ้มเจื่อน ๆ “เราแพร นี่ฝ้าย” ฝ้ายเงยหน้ามองด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ เธอพูดเบา ๆ ว่า “ห้องข้างบนไม่มีใครอยู่หรอก อย่าไปเดินตอนกลางคืน”
อายหัวเราะกลบเกลื่อน “ฝ้ายชอบขู่คนใหม่ ตรงนั้นแค่เคยปิดซ่อมนานแล้วน่ะ” แพรเบือนหน้าออกนอกหน้าต่าง “แต่เมื่อคืนฉันได้ยินเสียงเหมือนคนเดินอยู่บนห้องนะ…”
ทุกคนเงียบไปชั่วครู่ มินตราพยายามเปลี่ยนเรื่อง “ที่นี่มีร้านข้าวใกล้ ๆ ไหมคะ?” อายตอบ “มีร้านข้างหลังหอพัก เขาทำกับข้าวอร่อยแต่…อย่าเดินลัดสนามหญ้าตอนกลางคืน”
ตอนบ่าย มินตราเดินสำรวจรอบ ๆ พบว่าหอพักนี้มีเพียงห้องพักเรียงสองแถว ทางเดินแคบ ๆ และห้องน้ำรวม ปลายสุดเป็นบันไดขึ้นชั้นสามซึ่งถูกกั้นด้วยเทปพลาสติกสีเหลืองซีด ๆ ป้ายเขียนว่า ‘ห้ามขึ้นซ่อมบำรุง’
คืนนั้นกลางดึก ขณะที่มินตรากำลังจะหลับ เธอได้ยินเสียงเคาะเบา ๆ จากเพดานสามครั้ง ตึก ตึก ตึก แล้วเงียบ คำเตือนของฝ้ายผุดขึ้นในหัว เธอลุกขึ้นช้า ๆ ก้มมองพื้น พบเงาดำบาง ๆ เลื้อยผ่านใต้ประตูห้อง
เช้าวันถัดมา อายเข้ามาชวนมินตราไปซื้อของที่ตลาดนัด “ที่นี่ต้องระวังของหาย เขาว่าหอพักนี้แต่ก่อนเคยมีคนขโมยของในห้องบ่อย ๆ” แพรกลอกตา “เอาอีกแล้ว เรื่องเล่าเก่า ๆ” ฝ้ายยิ้มเยาะ “แล้วเมื่อคืนล่ะ ได้ยินไหมเสียงเคาะ?”
มินตราลังเล “เหมือนจะได้ยินค่ะ แต่…ก็อาจจะคิดไปเอง” อายหัวเราะเบา ๆ “หอพักเก่า ๆ มันก็แบบนี้แหละ”
ในตลาดนัด มินตราสังเกตว่าอายกับแพรดูสนิทกัน ฝ้ายกลับดูห่างเหิน ทำท่าเหมือนมีเรื่องกังวลใจ ระหว่างเดินกลับฝ้ายกระซิบเบา ๆ “ถ้าได้ยินเสียงแปลก ๆ อย่าออกจากห้องเด็ดขาด”
กลางดึกคืนนั้น ฝนตกหนัก เสียงฝนกระทบหลังคาดังเป็นจังหวะประหลาด มินตรานอนฟังเสียงฝีเท้าหนัก ๆ เหมือนมีใครเดินวนไปมาบนชั้นสาม เธอรวบรวมความกล้า เปิดประตูห้องแง้มเล็กน้อย สายลมเย็นปะทะหน้า ทางเดินว่างเปล่า มีเงาดำกะพริบผ่านมุมตา มินตรารีบปิดประตู
วันต่อมา อายหายไปจากห้อง เธอไม่ตอบไลน์ ไม่มีใครพบตัว มินตรา ฝ้ายและแพรช่วยกันเดินหาทั่วหอพัก พลางพูดคุยเบา ๆ ด้วยความกังวล ฝ้ายดูตื่นกลัวเป็นพิเศษ
“อายเคยขึ้นไปชั้นสามเมื่อสองวันก่อน” แพรสารภาพเสียงเบา “ตอนนั้นเหมือนมีอะไรมาดึงขาแล้ว…”
ฝ้ายหน้าซีด “เธอทำอะไรลงไป?!”
มินตราตัดสินใจว่าคืนนี้จะต้องค้นหาความจริง เธอชวนฝ้ายกับแพรนั่งรวมกันในห้อง 204 เงียบ ๆ ฟังเสียงรอบตัว เสียงนาฬิกา เสียงลม เสียงฝีเท้าคนเดินแต่ไม่มีใครในทางเดิน
แพรพูดเสียงกระซิบ “มีบางอย่างบนชั้นสามจริง ๆ นะ”
คืนนั้นเอง เสียงเคาะเบา ๆ ดังขึ้นสามครั้งอีกครั้ง มินตราเดินออกไปหน้าห้อง เห็นประตูชั้นสามเปิดแง้มอยู่ แพรลังเล “อย่าไปนะ…”
แต่ความกลัวและความอยากรู้ผลักดันให้มินตรา ฝ้าย และแพรตัดสินใจขึ้นบันไดทีละก้าว เสียงไม้แผ่นเก่าร้องครืด พวกเธอเดินไปเรื่อย ๆ แสงไฟนีออนกระพริบ มองเห็นรอยรองเท้าคนชื้น ๆ บนพื้นปูนหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
ปลายทางเดินคือห้อง 301 ประตูไม้ผุ ๆ ปิดสนิท ฝ้ายหน้าซีด มินตราสั่นแต่ตัดสินใจผลักประตูเข้าไป ภายในห้องว่างเปล่า มีเพียงตู้เสื้อผ้าเก่า โต๊ะเรียน และกระจกบานใหญ่ที่มีฝุ่นจับหนาแน่น
ทันใดนั้น แพรสะดุดกับกล่องไม้ใบเล็กใต้โต๊ะ เธอหยิบขึ้นมา เปิดดู พบกล่องมีสมุดบันทึกเก่า ๆ กับจี้เงินรูปดอกไม้แปลกตา สมุดบันทึกเต็มไปด้วยลายมือหวาดกลัว เล่าเรื่องเสียงเคาะและเงาดำในหอพักนี้เมื่อสิบปีก่อน จี้เงินในกล่องดูลึกลับจนฝ้ายขนลุก
ขณะกำลังอ่านข้อความในสมุด เสียงเคาะสามครั้งก็ดังขึ้นชัด ๆ จากด้านหลัง พวกเธอหันขวับ พบเงาดำสูงชะลูดค่อย ๆ ปรากฏในกระจก เงานั้นไม่มีใบหน้า รูปร่างเหมือนผู้หญิงแต่เงาเลือนราง
แพรกรีดร้อง กอดแขนมินตราแน่น ฝ้ายถอยหลังจนหลังชิดกำแพง ทุกคนมองเงานั้นที่ยืนอยู่หน้ากระจกอย่างเงียบงัน
มินตราตัวสั่น มือกำจี้เงินแน่น เงาดำนั้นเอื้อมมือออกมา เสียงกระซิบแผ่วเบา “พวกเธอ…เห็นฉันไหม”
เสียงเงียบไปครู่ใหญ่ เงานั้นเหมือนจะถอยหายเข้าไปในกระจก ทิ้งไว้แต่เสียงหัวเราะเบา ๆ ที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง
สามคนรีบวิ่งออกจากห้อง 301 ลงบันไดด้วยใจเต้นแรง ฝ้ายละล่ำละลัก “ฉันเคยได้ยินเรื่อง…หอพักนี้ เคยมีผู้หญิงคนหนึ่งหายตัวไป ไม่มีใครเจอศพ มีแต่เสียงเคาะสามครั้ง…”
คืนนั้นทั้งสามพยายามนอนรวมกันในห้อง 204 เสียงเคาะจากเพดานกลับดังขึ้นอีก ทุกคนกลั้นหายใจ ไม่มีใครกล้าออกไป เงาดำเคลื่อนผ่านช่องไฟใต้ประตู ชั่วอึดใจเสียงกระซิบก็ดังขึ้น “ช่วยฉัน…ด้วย…”
เช้าตรู่วันถัดมา พวกเธอตัดสินใจไปหาผู้ดูแลหอพัก หล่อนชราสวมแว่นตาหนาเตอะ ท่าทางแข็งกระด้าง พูดเสียงเรียบ “หอพักนี้เก่ามากแล้ว เด็กหลายคนก็…อยู่ไม่ได้นาน” มินตราถาม “เคยมีคนหายตัวไปไหมคะ?”
ผู้ดูแลหลบตา “ผู้หญิงคนนั้น…เธอชอบขึ้นไปเล่นบนชั้นสาม หายตัวไปตอนคืนฝนตก ไม่มีใครพบศพ”
แพรร้องไห้ “แล้ว…แล้วถ้าได้ยินเสียงเคาะสามครั้งล่ะ?”
ผู้ดูแลนิ่งไปครู่หนึ่ง “อย่าตอบรับ อย่าทัก อย่าเปิดประตู”
คืนสุดท้าย ฝนตกหนักอีกครั้ง เสียงเคาะสามครั้งดังขึ้นตรงหน้าห้อง 204 ชัดเจน มินตรา ฝ้าย และแพรนั่งกอดเข่าสั่น เงาดำปรากฏตรงประตู เสียงกระซิบ “ช่วยฉันด้วย…”
มินตราตัดสินใจ เอาจี้เงินไปวางหน้าห้อง เสียงเงียบ ทุกอย่างนิ่งงัน ก่อนจะมีเสียงเหมือนลมหายใจยาว ๆ ดังขึ้นข้างหู
คืนนั้นเงาดำในกระจกกลับมาปรากฏอีกครั้ง มินตราสบตากับเงานั้น รู้สึกถึงความเศร้าและความโกรธ เธอกลั้นใจพูด “เราขอโทษ…” เงานั้นยื่นมือมาเลื่อนจี้เงิน กลายเป็นประกายจาง ๆ แล้วสลายหายไป
รุ่งเช้า หอพักกลับมาเงียบสงบ ห้อง 301 ว่างเปล่าเหมือนไม่เคยมีใครอยู่ อายกลับมาอย่างไร้ความทรงจำถึงคืนที่หายไป ทุกคนเหมือนหลุดจากฝันร้าย แต่เสียงเคาะเบา ๆ บางคืนยังคงดังอยู่ในความเงียบ…