คืนเงาหลอนที่หอพักมืด
เสียงฝนกระหน่ำลงบนหลังคาสังกะสีของหอพักหญิงหลังเก่าทำให้ทั้งอาคารสั่นสะท้าน แต่ในห้องโถงใหญ่ ทุกอย่างกลับเงียบงันจนน่าขนลุก แสงไฟนีออนวูบวาบเหมือนไม่อยากจะอยู่ท่ามกลางความมืดนี้อีกต่อไป อิงฟ้า มองไปรอบ ๆ เธอเป็นหัวหน้ากลุ่มของนักศึกษาสาวสี่คนที่อาสาอยู่เฝ้าหอในค่ำคืนนี้—ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครอยากอยู่จริง ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ฝนจะหยุดบ้างมั้ยเนี่ย?” เสียงของพิมพ์ตัดความเงียบ เธอนั่งกอดเข่าใกล้หน้าต่าง ราวกับพยายามฟังเสียงอะไรบางอย่างนอกเหนือจากฝน
“อย่าเพิ่งบ่นเลย เดี๋ยวก็เช้า” มุกตอบเสียงเบา เธอเป็นคนนิ่ง ๆ แต่คืนนี้เธอกลับกระสับกระส่ายผิดปกติ
อิงฟ้าเดินตรวจประตูหน้าต่างก่อนจะหันมามองพวกเพื่อน ๆ “ประตูล็อกหมดแล้วนะ ไม่มีใครเข้าออกได้แน่”
“แล้ว…ถ้ามีคนอยู่ข้างในอยู่แล้วล่ะ?” กนกถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เธอเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาและมักจินตนาการไปเองเสมอ
ทุกคนเงียบกริบ พิมพ์หัวเราะกลบเกลื่อน “เลิกพูดน่ากลัวได้แล้ว เดี๋ยวคืนนี้ฝันร้ายหมด”
แต่ในความเงียบนั้น อิงฟ้ากลับรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่มุมตา—เงาดำเล็ก ๆ วูบผ่านใต้บันได เธอกะพริบตาแรง คิดว่าคงเป็นเพียงเงาจากไฟวูบวาบ
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เสียงโทรศัพท์ของมุกดังขึ้น มันเป็นข้อความจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก “ได้ยินเสียงเรียกมั้ย?” มุกนิ่งค้าง เธอรีบลบข้อความและแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ใครส่งมาเหรอ?” อิงฟ้าถามเมื่อเห็นสีหน้าเพื่อน
“ไม่มีอะไร แค่โฆษณาน่ะ” มุกยิ้มฝืด ๆ
กนกมองไปรอบ ๆ “ห้องนี้เคยมีคนตายจริง ๆ ใช่มั้ย?”
อิงฟ้าส่ายหน้า “เลิกพูดเถอะ ไม่มีอะไรทั้งนั้น อย่าเชื่อข่าวลือ”
แต่พิมพ์กลับหัวเราะในลำคอเบา ๆ “แต่ถ้ามีจริง ๆ ล่ะ?”
ฝนเริ่มซาลง เหลือเพียงเสียงหยดน้ำและลมหายใจของแต่ละคน อิงฟ้าลุกขึ้นเดินสำรวจชั้นสอง เธอรู้สึกเหมือนถูกบางอย่างจ้องมองอยู่ตลอดเวลา บนทางเดินมืดสนิท มีแสงไฟจากปลายทางเดินวูบวาบ เธอหยุดยืน เงาของเธอเองกลับยาวผิดธรรมชาติ ราวกับมีอะไรอีกเงาตามหลังเธอมา
เธอหันกลับไป ไม่มีอะไร แต่พลันได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาอยู่ข้างหลัง
“อิงฟ้า! อยู่ตรงนั้นทำไม?” เป็นเสียงมุก เธอเดินมาพร้อมกับกนกและพิมพ์
“ไม่มีอะไรแค่…รู้สึกเหมือนมีคนตามหลังมา”
กนกหันซ้ายขวา “อย่าเล่นพิเรนทร์นะพวก พรุ่งนี้ต้องสอบนะ”
พิมพ์เดินเข้ามาหาอิงฟ้า “กลับลงไปข้างล่างเถอะ ชั้นสองนี่มันเย็นผิดปกติ”
ทุกคนเดินลงมา มุกหยุดมองบันได ราวกับเงาลาง ๆ ยังเกาะติดอยู่ตรงนั้น เธอกำมือจนเล็บจิกเนื้อ
เมื่อถึงห้องโถงอีกครั้ง อิงฟ้าเห็นประตูหลังหอแง้มออก ทั้งที่เธอจำได้ว่าเพิ่งล็อก
“ใครไปเปิดประตูหลัง?” เธอถาม แต่ทุกคนส่ายหน้า
พิมพ์ไปปิดประตู พึมพำกับตัวเอง “ร้อนใจแปลก ๆ ทำไมต้องรอให้เช้า…”
คืนดำเนินต่อไปอย่างอึดอัด เงาในห้องยิ่งยาวขึ้น ทุกคนแยกย้ายไปนั่งคนละมุม โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ อิงฟ้ามองนาฬิกา เข็มเดินช้ากว่าปกติ
เสียงบางอย่างดังแผ่วจากชั้นบน เหมือนเสียงลากรองเท้า พิมพ์สบตาอิงฟ้า “ใครขึ้นไปอีก?”
“ไม่มีใครขึ้นไป” กนกตอบ เธอกอดตัวเองแน่น
มุกลุกขึ้น “เดี๋ยวไปดูเอง” เธอเดินขึ้นไปโดยมีอิงฟ้าตามหลังอย่างลังเล
บนชั้นสอง ช่องว่างระหว่างห้องเงียบสนิท มีเพียงแสงไฟจากห้องน้ำปลายทางเดิน มุกเดินช้า ๆ ฝีเท้าดังแทรกเสียงเงียบ
เธอหยุดหน้าห้อง 204 ประตูแง้ม เธอดันประตูเข้าไปข้างในมืดสนิท กลิ่นอับฟุ้ง เธอเปิดไฟแต่ไฟไม่ติด
“มีใครอยู่มั้ย?” มุกเอ่ยเสียงสั่น ไม่มีเสียงตอบ เธอหันกลับ เห็นเงาตัวเองสะท้อนในกระจกแต่งหน้า—แต่เงานั้นยิ้มให้เธอก่อนเธอจะทันขยับปาก
มุกหายใจแรง เธอหลับตาแน่น หันกลับมาอีกทีเงาทุกอย่างหายไป เธอรีบวิ่งกลับลงมา
“เกิดอะไรขึ้น?” อิงฟ้าถาม
“ไม่มีอะไร…แค่ตาฝาด” มุกยิ้มฝืด ๆ อีกครั้ง
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เสียงฝนหยุด เงาในห้องโถงกลับยิ่งมืดสนิท ทุกคนรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง พิมพ์ลุกขึ้น เดินไปเปิดหน้าต่าง อากาศเย็นผิดปกติเข้ามา
“หนาวแบบนี้มันไม่ปกติแล้วนะ” พิมพ์พูดเบา ๆ
อิงฟ้ากุมข้อมือแน่น เธอรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่าง เหมือนใจจะขาด
แล้วเสียงกระซิบเบา ๆ ดังขึ้น ทุกคนหยุดนิ่ง เหมือนเสียงนั้นพูดชื่อของกนกซ้ำ ๆ
กนกตัวสั่น “พวกเธอได้ยินเสียงอะไรมั้ย?”
อิงฟ้าสบตาเพื่อน ๆ “เสียงกระซิบ…เรียกชื่อใครอยู่กันแน่?”
เงาในห้องโถงขยายกว้างขึ้น มุกหันไปสำรวจแต่ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนเหมือนรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมาจากมุมมืด
เสียงโทรศัพท์ของมุกดังขึ้นอีกครั้ง ข้อความใหม่ “พวกเธอลืมอะไรไปหรือเปล่า?”
อิงฟ้าหันขวับ “ใครกันแน่ส่งข้อความแบบนี้?”
มุกเสียงสั่น “ฉัน…ฉันไม่รู้…”
บรรยากาศเย็นเฉียบขึ้น อิงฟ้าลุกขึ้นไปหยุดที่บันได เธอมองขึ้นไปบนชั้นสองอีกครั้ง ดวงตาเธอยาวนานกับความมืด เงาดำที่ขยับเคลื่อนไหวเหมือนกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
ในห้องโถง พิมพ์เดินวนไปมา เธอจับโทรศัพท์แน่นจนมือซีด “ใครก็ได้…อย่าแกล้งเลยนะ”
จู่ ๆ ไฟในหอพักดับวูบ ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดสนิท มีเพียงเสียงหัวใจเต้นของแต่ละคนดังสะท้อน
เงาในความมืดเคลื่อนไหวเร็วขึ้น ทุกคนได้ยินเสียงกระซิบดังชัดขึ้น “ออกไป…”
แต่ประตูทุกด้านถูกล็อก ไม่มีใครออกไปได้ อิงฟ้าลองไขกลอนแต่กลอนไม่ขยับ เธอเริ่มกรีดร้อง กนกร้องไห้ พิมพ์นั่งกอดเข่า มุกนิ่งเงียบเหมือนหมดแรง
จู่ ๆ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังลงมาตามบันได อิงฟ้ากลั้นหายใจ มองไปตรงต้นเสียง เงาดำสูงใหญ่เดินลงมาอย่างช้า ๆ ไม่มีหน้า ไม่มีเสียง มีเพียงเงาเท่านั้น
“ออกไป…” เสียงกระซิบซ้อนทับกันหลายชั้น ทุกคนเอามือปิดหูแต่เสียงยังดังอยู่
เงาดำหยุดหน้าอิงฟ้า เธอกลั้นหายใจ น้ำตาไหล เธอพูดเสียงเบา “เราทำอะไรผิด…”
เงาดำเอียงตัว สายตามองต่ำไปที่ข้อมือของอิงฟ้าซึ่งมีรอยขีดข่วนหลายเส้น รอยเดิมที่เธอเคยซ่อนมาตลอด
พิมพ์ลุกขึ้น “พวกเราทุกคน…มีบางอย่างที่เราไม่อยากจำ”
เสียงกระซิบเงียบไปชั่วครู่ เงาดำนั้นค่อย ๆ จางหายไปในความมืด
ไฟกลับติดอีกครั้ง ทุกคนหอบหายใจแรง มุกเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้า “เราหนีอดีตไม่ได้จริง ๆ ใช่มั้ย?”
กนกกอดเพื่อน ๆ แน่น ไม่มีใครพูดอะไรอีก เงาในห้องโถงยังคงอยู่ แม้มองไม่เห็นแต่ทุกคนรู้สึกได้
คืนผ่านไปอย่างอึดอัด ไม่มีใครหลับ ไม่มีใครกล้าพูดถึงสิ่งที่พบเจอ ทุกคนรอจนแสงเช้าสาดผ่านหน้าต่าง เงาดำค่อย ๆ จางหายไปกับแสงอาทิตย์
แต่เมื่อออกจากหอพัก ทุกคนรู้ดีว่าบางอย่างยังตามพวกเธอ—ในเงาที่ทอดยาวอยู่เบื้องหลัง ในความทรงจำที่ไม่มีวันลบเลือน