เธอกับฉัน ในวันที่ฝนเปลี่ยนทิศ
สายลมเย็นที่พัดผ่านประตูมหาวิทยาลัยในเช้าวันเปิดเทอม เป็นสัญญาณเริ่มต้นของฤดูกาลใหม่ ท้องฟ้าปิดด้วยเมฆไม่แพ้ใจของนนท์ที่ดูหนักอึ้ง เขาเดินผ่านลานชมพูพันธุ์ทิพย์ที่เพิ่งผลิดอก สีชมพูจางๆ คล้ายกลบซ่อนโลกสีเทาในใจ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!พลอย วิ่งถือร่มสีเหลืองอ่อนเก่าๆ เข้ามาในศาลาไม้หน้าตึกคณะ เธอหอบ พยายามเช็ดหยดฝนจากหนังสือในอ้อมแขน และมองหาทางไปชั้นเรียนแรกของวัน ตอนนั้นเองที่นนท์เดินเข้ามา ทั้งคู่สบตากันชั่วครู่ เหมือนไม่รู้จะพูดอะไรดีกับคนแปลกหน้า
“เสียใจด้วยนะ ตรงนั้นเปียกน่ะ” นนท์พูดขึ้น ระหว่างจะเดินไปนั่งอีกมุม พลอยหันไปมองแล้วพยักหน้าให้เบาๆ
เธอยิ้มจางๆ ตอบ ก่อนจะนั่งลงตรงขอบศาลา “ขอบคุณค่ะ” เสียงของเธอสั่นนิดหน่อย อาจเพราะความหนาว หรือเพราะคนรอบข้างแปลกหน้าเกินไป
ทั้งสองคนเงียบ ต่างคนต่างจมอยู่กับความคิด ในขณะที่ฝนเริ่มตกหนักขึ้นอีก พลอยนิ่งมองสายฝน ฟังเสียงเปาะแปะที่หลังคาไม้ และกัดริมฝีปากตัวเองอย่างนึกอะไรบางอย่าง
นนท์ถอนหายใจแล้วลุกขึ้น ทำท่าจะเดินออกไป แต่สายฝนทำให้เขาชะงักอยู่หน้าประตูศาลา “วันนี้ลืมเอาร่มมา” เขาบ่นกับตัวเอง พลอยเงยขึ้นเล็กน้อย ชั่งใจอยู่นานก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ถ้าไม่รีบไปไหน… รอฝนหยุดก่อนมั้ยคะ” สีหน้าของเธอดูจริงใจแต่พยายามวางเฉย
“ไม่กล้ากลับบ้านเปียกๆ เลอะรองเท้าแม่อีก” นนท์ยิ้มน้อยๆ ก่อนมองไปที่รองเท้าผ้าใบสีจางของตนเอง
พลอยเม้มปากเหมือนนึกอะไรไม่ออก สุดท้ายแค่ส่ายหน้าแล้วหัวเราะเบาๆ “บางที มันก็ไม่แย่นะคะ ได้หยุดพัก”
ช่วงพักระหว่างชั้นเรียน ทั้งคู่เจอกันหน้าโรงอาหาร พลอยต่อแถวซื้อข้าวกล่อง นนท์สังเกตเห็นว่าเธอเลือกเมนูเดิมซ้ำๆ ทุกวัน
“ไม่เบื่อบ้างเหรอ?” นนท์ถามเมื่อวันหนึ่งเขาเดินมาเจออีกครั้ง
พลอยยักไหล่ “เพราะเบื่อความเปลี่ยนแปลงมากกว่า”
“แล้วถ้ามีอะไรใหม่ๆ เข้ามา… จะยอมลองมั้ย?”
หญิงสาวนิ่งไป ดูเหมือนลังเล หัวเราะแห้งๆ “บางทีสิ่งใหม่ๆ ก็น่ากลัวเกินไป”
นนท์สังเกตเห็นสีหน้าหม่นหมองของอีกฝ่าย แต่เขาเลือกที่จะไม่เซ้าซี้ต่อ สนทนาค่อยๆ เติบโตจากความเงียบ จากสายตามากกว่าเสียงพูด
วันหนึ่งนนท์เห็นพลอยนั่งอยู่คนเดียวริมสระน้ำหลังคณะ ดูท่าทางกำลังครุ่นคิดเรื่องหนักใจ เขาเดินไปนั่งด้วย ห่างกันประมาณหนึ่งช่วงแขน ต่างฝ่ายต่างไม่พูด เหมือนรอให้อีกฝ่ายเริ่มก่อน
“เพื่อนพี่สาวฉันเพิ่งได้รับทุนไปเรียนเมืองนอกค่ะ” เสียงของพลอยแผ่วเบา
“ดีจังเลย” นนท์พูดอย่างค่อนข้างฝืนใจ จริงๆ แล้วเขากำลังอิจฉาเพื่อนคนนั้น ที่กล้าเดินตามความฝันโดยไม่กังวลอนาคต
“แม่บอกว่า… สิ่งที่ฝันมันไม่พอเลี้ยงตัวเอง” พลอยขำเยาะตัวเอง ไม่สบตาเขา “ฉันเลยต้องเลือกคณะที่… จริงๆ ก็ไม่ได้อยากเรียน”
นนท์พยักหน้าราวกับเข้าใจดี เงียบไปครู่ก่อนจะเอ่ย “ผมว่ายากนะ ที่ต้องทำให้ได้ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน”
ระหว่างเดินกลับหอในตอนเย็น ฝนตกอีกครั้ง พลอยเปิดร่มสีเหลืองอ่อนที่ขาดเล็กน้อย นนท์เดินตามเธอมาติดๆ
“ร่มมันเล็กนะ” เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมรอยยิ้มอ่อน
“ดีกว่าไม่มี” เธอบอกพลางเบียดตัวให้เขาเข้ามาใกล้ใต้ร่ม แม้หัวไหล่ของทั้งสองจะเปียกฝนอยู่บ้าง แต่บรรยากาศก็อบอุ่นแบบแปลกๆ
เสียงฝนยังไม่หยุด แต่หัวใจของใครบางคนเหมือนจะเริ่มสั่นไหว
เวลาผ่านไปสองเดือน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อยๆ ก่อตัว หลายครั้งที่เงียบ หลายครั้งที่ขัดแย้งในเรื่องเล็กๆ เช่น เพลงในหูฟัง หนังสือที่แตกต่าง
“ชอบฟังเพลงแบบนี้จริงเหรอ?” พลอยชำเลืองมองหูฟังที่นนท์แชร์ให้ “มันเหมือนวนอยู่ที่เดิมเลย”
“ก็เพราะบางอย่างในชีวิต มันวนซ้ำจนเราชิน” นนท์เว้นจังหวะแล้วส่งหูฟังให้หญิงสาว
“แต่ถ้าวนซ้ำแบบนั้นไปตลอด… เราจะมีความสุขจริงเหรอ?”
เขาไม่ตอบ ปล่อยให้คำถามแขวนลอยอยู่ในอากาศ มองสายฝนผ่านระเบียงห้องสมุดเงียบๆ
วันหนึ่งระหว่างอ่านหนังสือในห้องสมุด พลอยนั่งมองนนท์ขีดเขียนอะไรลงสมุดตลอดเวลา เธอสังเกตเห็นว่านิ้วมือของเขาสั่นเล็กน้อย และมืออีกข้างกำกระดาษที่ฉีกขาดแน่น
“มีอะไรที่อยากพูดแต่ไม่กล้าพูดใช่มั้ยคะ” เธอกระซิบเบาๆ
นนท์หยุดมือ มองหน้าเธอสั้นๆ ก่อนหลบตา “บางเรื่อง… ไม่รู้จะพูดยังไง”
“ก็พูดในแบบของตัวเองได้นี่คะ ไม่ต้องเหมือนใคร”
ผู้หญิงตรงหน้ายิ้มจางๆ ราวกับเห็นความฝันในดวงตาเขา จากนั้นนนท์ก็เหมือนจะกล้ากว่าวันก่อนเล็กน้อย
ค่ำวันหนึ่งหลังสอบเสร็จ นนท์ได้รับสายจากแม่ เขาออกไปนั่งที่สนามหญ้าข้างหอพัก ฟังเสียงแม่บ่นเรื่องอนาคตและความพร้อมในชีวิต นนท์เงียบ ไม่โต้ตอบ แค่จบสายด้วยเสียงถอนหายใจ พลอยเดินผ่านมาเห็น เขาชวนเธอนั่งร่วมกัน
“ทุกคนดูอยากให้เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่… ใครจะรู้ว่าสิ่งที่ถูก คือใช่จริงๆ ไหม” นนท์เปรยขึ้น
พลอยนิ่ง ฟังอย่างตั้งใจ “ไม่เคยรู้เลยค่ะ เลยต้องลองด้วยตัวเอง”
ฝนหยุดแล้ว แต่กลิ่นเย็นๆ ในอากาศยังคงอยู่ บางทีการได้ลอง ‘ล้ม’ ก็อาจช่วยให้ลุกได้ดีขึ้น
วันหยุดยาว พลอยชวนนนท์กลับบ้านที่ต่างจังหวัด เธอแนะนำเขาให้รู้จักครอบครัวแต่ไม่มีใครสังเกตหรือใส่ใจนนท์นัก มื้อเย็นโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความเงียบ
“แม่คะ ถ้านนท์อยากเริ่มธุรกิจเล็กๆ ในนคร นายแม่จะว่าอะไรไหม”
แม่ของพลอยขมวดคิ้ว “จะไปรอดเหรอ ลูกยังเรียนไม่จบ”
บรรยากาศอึดอัด พลอยหันไปสบตานนท์ เห็นแววตาสั่นไหวของเขา
นนท์กลับกรุงเทพฯ ด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เขาเริ่มห่างเหินมากขึ้น ไม่รับสาย ไม่ทักแชท พลอยนั่งรอที่ร้านกาแฟนานหลายชั่วโมง แต่เขาก็ไม่มาตามนัด
“เรา… ทำอะไรผิดไปหรือเปล่า” เธอถามตัวเองซ้ำๆ หาเหตุผลจากทุกรายละเอียด
ฝนยังคงตกแทบทุกวัน ในใจของทั้งสองฝนก็เหมือนไม่เคยหยุด นนท์เริ่มหมกตัวอยู่กับงานอาสา ช่วยสอนเด็กในชุมชนด้อยโอกาส หลายคืนเขานั่งจมอยู่กับอดีต พ่อแม่หย่าร้าง ความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ถูกลวนลามโดยญาติผู้ใหญ่ในวัยเด็ก นำมาซึ่งความกลัวผูกพันกับใครจริงจัง
พลอยพยายามไปหาเขาที่ชุมชน แต่เขาทำทีเฉย บอกแต่ว่ายุ่ง ไม่มีเวลาคุย ในใจเธอเริ่มเจ็บ ช่วงหนึ่งเธอเลือกที่จะถอยออกมา ไม่ตื๊ออะไรอีก
สุดท้าย วันหนึ่งตอนเลิกเรียน หลังฝนตกหนัก พลอยนั่งคนเดียวในศาลาที่เคยเจอกันครั้งแรก นนท์เงียบเดินเข้ามานั่งข้างกัน
นานมากกว่าจะมีคำพูด นนท์สูดหายใจลึก “ขอโทษนะ ที่หายไปนาน… มีอะไรในใจเยอะ ถ้าพูดออกไป มันเหมือนยอมรับว่าเป็นคนอ่อนแอ”
พลอยหันมามองเขาตรงๆ “ฉัน… อยากเข้าใจมากกว่าจะตัดสินค่ะ ถ้าอยากให้รอ ก็จะรอ… แต่ขอแค่บอกกันบ้าง
นนท์ลุกขึ้น เดินออกไปที่ขอบศาลา สูดอากาศลึก ปล่อยให้น้ำฝนซึมผิวหน้าราวกับลบอดีต เงียบไปนานก่อนหันมากระซิบเบาๆ
“อยากเริ่มใหม่ แต่กลัวผิดซ้ำ”
“ทุกคนกลัวหมดแหละ… แต่ถ้าไม่ลอง เรายังจะเป็นคนเดิมอีกนานแค่ไหน”
นาทีนั้น สายฝนเบาๆ จางลง กลิ่นหญ้าใหม่ฟุ้งกระจายเต็มลานชมพูพันธุ์ทิพย์ สองคนนั่งข้างกัน ปล่อยให้เวลาทำหน้าที่เยียวยาหัวใจ
ภาคเรียนสุดท้ายมาถึง พลอยสอบติดทุนแลกเปลี่ยนต่างประเทศ เธอลังเลอยู่หลายสัปดาห์ว่าจะบอกนนท์ดีหรือไม่ ในที่สุดก็โทรหาเขา นันทน์รับสายช้า เสียงเขานิ่งๆ
“ดีใจด้วยนะ”
“จะไปแค่หนึ่งปีนะ นนท์… ถ้าไม่รอ ฉันเข้าใจ” เธอพูดกระท่อนกระแท่น ระหว่างรอยยิ้มเศร้ากับความหวังเล็กๆ
นนท์เงียบไปนาน ก่อนตอบเสียงแผ่ว “ถ้าคนเราให้โอกาสตัวเองสักครั้ง ก็อาจให้โอกาสคนอื่นได้เหมือนกัน”
เย็นวันสุดท้ายก่อนพลอยเดินทาง ทั้งสองนัดเจอกันตรงลานดอกไม้พลิ้วไหว หยาดฝนเม็ดสุดท้ายของฤดูตกลงมาพอดี
“ฉันไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่… ต่อให้โลกเปลี่ยนไป โอกาสของเราก็ยังอยู่ในวันนี้” พลอยสบตาเขาแน่วแน่
“วันนี้มันก็เพียงพอแล้ว” นนท์ตอบเบาๆ ยื่นมือให้เธอ พลอยจับไว้แน่น ต่างฝ่ายต่างร้องไห้ปนยิ้มในเงาฝนบางๆ ที่โปรยลงมาครั้งสุดท้าย
เวลาผ่านไป หน้าต่างโลกคนละซีก พวกเขาไม่ได้คุยกันทุกวัน แต่ทุกข้อความ ทุกคำอวยพร สะท้อนความสัมพันธ์ที่เติบโตจากความเข้าใจ ไม่ได้พึ่งพิงกันเกินพอดี
เมื่อพลอยกลับมา สองปีหลังจากนั้น ทั้งคู่เจอกันโดยบังเอิญในศาลาเก่าหน้าไม้ชมพูพันธุ์ทิพย์ รอบนี้ทั้งสองมองตากันยาวนานกว่าเดิม
“กลับมาแล้วเหรอ” นนท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใหม่ ที่มั่นคงกว่าเมื่อก่อน
“กลับมาแล้วค่ะ…” พลอยยิ้ม น้ำตาซึม หัวใจคล้ายจะล้นออกมาเป็นสายฝนอีกครั้ง
พวกเขานั่งใกล้กัน ปล่อยให้อดีตกาลและสายฝนทำหน้าที่ของมันเอง ในวันที่ดอกไม้บาน และหัวใจสองดวงเปลี่ยนทิศทาง ไม่ต้องเอ่ยคำว่ารักมากนัก แต่มันมีอยู่… ในทุกการกระทำ